[Review] OPPO Reno 10x Zoom ดีไซน์หรู จอใหญ่สุดขอบ มีกล้องหลังซูม 60 เท่า

โดย RingRangRung | 10 มิถุนายน 2562 เมื่อ 11:35 น. | อ่าน 1,188

เป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมที่มีความละเอียดกันตั้งแต่งานดีไซน์ไปจนถึงเรื่องของนวัตกรรม สำหรับ OPPO Reno 10x Zoom รุ่นใหญ่ของตระกูล Reno ที่เพิ่งเปิดตัวพร้อมประกาศราคาในไทยกันไป โดยที่ต้องบอกว่ารุ่นนี้ทำออกมาได้ดีจริงๆ

สเปคของ OPPO Reno 10x Zoom

  • สัดส่วนเครื่อง 162 x 77.2 x 9.3มม. หนัก 210 กรัม
  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9
  • ชิปเซต Qualcomm SDM855 Snapdragon 855 ประมวลผล Octa-core (1×2.84GHz Kryo 485 & 3×2.42GHz Kryo 485 & 4×1.8GHz Kryo 485) มี GPU Adreno 640
  • สเปคความจำที่เข้าไทย RAM 8GB+ROM 256GB รองรับหน่วยความจำเสริม microSD Card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • กล้องหลักเซ็นเซอร์ Sony IMX586 เลนส์ 6 ชิ้น ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล (OIS) รูรับแสงกว้าง f/1.7 ระบบโฟกัส PDAF
    • กล้อง Ultra-Wide angle มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • กล้อง Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (OIS)รูรับแสง f/3.0
  • กล้องหน้า Pivot Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการทำงานสองซิม โดยมีสัญญานเครือข่ายที่รองรับ
    • GSM: 850/900/1800/1900MHz
    • WCDMA: Bands 1/2/4/5/6/8/19
    • LTE FDD: Bands 1/2/3/4/5/7/8/12/13/17/18/19/20/25/26/28/29/32/66
    • LTE TDD: Bands 34/38/39/40/41
  • รองรับ Bluetooth 5.0 รองรับ NFC
  • สัญญาน Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot
  • มีสแกนนิ้วบนหน้าจอ และสแกนใบหน้า
  • ระบบ GPS dual-band A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO, QZSS
  • แบตเตอรี่ 4065mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 บนพื้นฐาน Android 9
  • สีที่เข้าไทย Ocean Green / Jet Black
  • ราคาเปิดตัว 28,990 บาท

แพ็กเกจของ OPPO Reno 10x Zoom เป็นสีขาวมุกสะท้อนแสง มีรูปทรงค่อนข้างยาวเมื่อเทียบกับกล่องของสมาร์ทโฟนทั่วไป ตัวด้านหน้าของกล่องนอกจากชื่อรุ่นก็มีลายสัญลักษณ์ที่ล้อกับดีไซน์บนฝาหลัง

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • สมาร์ทโฟน OPPO Reno 10x Zoom
  • เคส
  • หูฟังอินเอียร์
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • อะแดปเตอร์ VOOC Flash Charge 3.0
  • สาย USB Type-C
  • คู่มือการใช้งานและเอกสารการรับประกัน

OPPO Reno series จัดว่าเป็นอีกสมาร์ทโฟนอีกรุ่นที่มีงานดีไซน์ที่น่าสนใจฝาหลังเป็นกระจกทรงเคลือบมีการเคลือบผิวสัมผัสแบบด้าน ขณะที่การจัดวางองค์ประกอบต่างๆก็มีความเป็น Symmetry Design คือวางเรียงเป็นแนวกลางได้อย่างสมดุล พร้อมทั้งเพิ่มลูกเล่นในงานออกแบบด้วยแถบไฮไลท์แบบมันวาวพาดตรงกลางพร้อมข้อความว่า Designed by OPPO และโลโก้ OPPO ส่วนสีที่วางขายในไทยจะมี Ocean Green กับ Jet Black ที่เป็นสีที่เราได้มารีวิว

หน้าจอของรุ่นนี้เป็นแบบ Panoramic Screen ไร้ขอบ ไร้ติ่ง ให้พื้นที่แสดงผลมาถึง 93.1% ในอัตราส่วน 19.5:9 มีการทำขอบจอได้บางเฉียบแบบรอบด้าน ตัวแผงจอเป็นชนิด AMOLED ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 1080×2340 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 387ppi รองรับ Multi-touch ได้ 10 จุด

แน่นอนว่าการดีไซน์หน้าจอรูปแบบนี้ก็ต้องมีการใช้กลไกป็อปอัพเพื่อซ่อนกล้องหน้า ซึ่ง OPPO ก็ไม่อยากให้เป็นแบบแท่งๆเด้งขึ้นมาทื้อๆ ก็เลยคิดใหม่ทำใหม่ให้ออกมาเป็นทรงครีบฉลาม หรือที่ทางค่ายเรียกว่า Pivot Rising Camera ซึ่งนอกจากกล้องหน้าที่มีอยู่ตรงนี้แล้ว ก็ยังมีตัวเซ็นเซอร์และลำโพงสนทนา ขณะที่ด้านหลังจะเป็นแฟลช LED

เรื่องกลไก Pivot Rising Camera ทาง OPPO ก็มีการทดสอบด้านความทนทานโดยเคลมว่าสามารถเลื่อนขึ้นลงได้มากกว่า 200,000 ครั้ง หรือเท่ากับว่ามีการใช้งานกลไกนี้ 100 ครั้ง/วัน เป็นระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้ยังมีระบบเซ็นเซอร์ Drop Protection Mechanism ดึงกล้องเก็บแบบออโต้ด้วยความเร็ว 0.8 วินาที เมื่อระบบสัมผัสได้ว่าตัวเครื่องกำลังร่วงซึ่งช่วยลดความเสียหายตรงกลไกนี้ได้เป็นอย่างดี

พื้นที่ด้านหลังของจอใช้แถบ Navigation Bar แบบสัมผัส สามารถตั้งค่าเปลี่ยนไปใช้แบบ Gestures control ได้

มาดูที่กล้องหลังกันต่อในรุ่น Reno X10 zoom เป็นแบบ 3 เลนส์ (Triple Camera) วางเรียงกันเป็นแนวตั้งตรงกลางหลังเครื่องโดยมีส่วนของเซ็นเซอร์โฟกัสอยู่ฝั่งขวา นอกจากนี้ตัวโมดูลกล้องเองก็เรียบเนียนไปกับฝาหลัง โดยที่มีจุดเซรามิก O-Dot ที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อช่วยค้ำตัวเครื่องเวลาเราวาง ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้หน้าเลนส์ของกล้องรวมถึงตัวเครื่องไปสัมผัสกับพื้นผิวโดยตรง นอกจากนี้ยังมีจุดไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนที่ด้านหลังเครื่องด้วย

ตรงขอบฝั่งขวาจะเป็นปุ่ม Power ส่วนปุ่มปรับระดับเสียงอยู่ฝั่งซ้ายใต้

ขอบเครื่องด้านบนตรงจุดที่เป็นกลไกกล้องหน้าจะมีช่องไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ส่วนขอบตรงฐานมี พอร์ต USB-C, ไมโครโฟน,ลำโพงหลัก ซึ่งลำโพงของรุ่นนี้รองรับระบบเสียง Dolby Atmos ให้เสียงดังชัดอย่างมีมิติ และ ช่องเก็บถาดใส่ซิมซึ่งรุ่นนี้รองรับการทำงานสองซิมและหน่วยความจำเสริมชนิด microSD Card ด้วยถาดแบบ Hybrid slot

OPPO Reno 10x zoom มากับระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุด ColorOS 6 บนพื้นฐานของ Android 9 Pie รูปร่างหน้าตาใช้ง่าย มีฟีเจอร์เด่นๆอย่าง Smart Sidebar หน้าต่างป็อปอัพแบบพิเศษสำหรับเรียกใช้ฟังค์ชั่นด่วน อย่างการบันทึกหน้าจอ, แชร์ไฟล์ หรือปิดกั้นการรบกวน

ตัวชิปเซตใช้ Snapdragon 855 ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7 นาโนเมตร ประมวลผลแบบ Octa-core (1×2.84GHz Kryo 485 & 3×2.42GHz Kryo 485 & 4×1.8GHz Kryo 485) ใช้ GPU Adreno 640 มีระบบ Tri Cooling ชั้นช่วยลดอุณหภูมิเครื่องเพื่อให้กำลังการประมวลผลคงที่แม้จะทำงานหนัก

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อัพความแรงอย่าง HyperBoost 2.0 ระบบอัจฉริยะช่วยเร่งประสิทธิภาพของมือถือซึ่งประกอบไปด้วย FrameBoost ที่จัดการด้านอัตราเฟรมเรทของหน้าจอให้เสถียรคงที่และ TouchBoost ซึ่งจะลดความหน่วงทำให้จอไวต่อการสัมผัสมากขึ้น เรียกว่าเป็นลูกเล่นที่ตอบโจทย์คนที่เกมบนมือถือแน่นอน

เรื่องของหน่วยความจำสเปคที่ขายในไทยเป็น RAM 8GB ความจุตัวเครื่อง 256GB รองรับหน่วยความจำชนิด microSD Card ด้วยถาด Hybrid slot ได้สูงสุด 256GB ตัวแบตเตอรี่ใส่มา 4065mAh มากับเทคโนโลยีชาร์จไว VOOC Flash Charge 3.0

ในพาร์ทของการเล่นเกม Reno series ก็มี Game Assistant ที่จะปรับแต่งระบบการแจ้งเตือนไม่ให้รบกวนสายตา กับ Game Space พื้นที่พิเศษสำหรับกำหนดให้เครื่องรับรู้ว่าแอปฯที่ใส่เข้ามาคือเกม และให้เครื่องรีดประสิทธิภาพออกมาในระดับที่เราต้องการ

จากการทดสอบด้วยเกมยอดนิยม ROV ตั้งค่า High Frame Rate ได้ตัวเลขก็จะอยู่ที่ราว 60fps ขณะที่ PUBG ค่ามาตรฐานที่ตัวเกมแนะนำคือ High แต่เราสามารถตั้งค่าได้ถึง Ultra-HDR และเล่นได้ลื่นไหลไม่สะดุด

ด้านการรักษาความปลอดภัยก็ไม่ตกเทรนด์ด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบออปติคอลในเวอร์ชั่น 2.0 ที่ทำงานได้เร็วกว่าเดิม และแน่นอนว่ามีระบบปลดล็อคด้วยใบหน้าให้เลือกใช้ได้ตามสะดวก

ในรุ่นนี้มีเทคโนโลยี dual-frequency GPS เพิ่มความสามารถและความแม่นยำในการนำทางหรือระบุตำแหน่ง

สำหรับระบบเซ็นเซอร์ต่างๆจากการสำรวจด้วย แอปฯ Sensor Box ใส่มาให้ทั้ง

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

ด้านคะแนนประมวลผลจากแพลตฟอร์ม Benchmark ต่างๆมีดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 8664คะแนน
  • Geekbench 4 Pro = Single-core : 2996 คะแนน / Multi-core :10973 คะแนน
  • AuTuTu Benchmark v1.4 = 344810คะแนน

เรื่องการถ่ายภาพ OPPO Reno 10x zoom ก็จัดว่าเป็นอีกรุ่นที่ได้รับความสนใจเนื่องจากเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ OPPO ที่มีเทคโนโลยี 10X Lossless Zoom Technology หรือการซูม 10 เท่าโดยไม่สูญเสียรายละเอียดของภาพ ซึ่งทางค่ายเปิดตัวเทคโนโลยีนี้ไปในช่วงงาน Mobile World Congress 2019 เมื่อตอนต้นปี

เบื้องหลังของ 10X Lossless Zoom Technology คือโครงสร้างของเลนส์ 3 ตัวที่อยู่ภายใน ประกอบด้วย เลนส์ Ultra Wide Angle, Ultra Clear Master และ Telephoto โดยในส่วนของกล้อง Ultra-Wide Angle เทียบได้กับระยะโฟกัสที่ 15.9 มม. ขณะที่กล้องหลักอย่าง Ultra Clear Master จะเน้นควบคุมคุณภาพของภาพถ่ายให้คมชัดและสวยงาม สำหรับกล้อง Telephoto จะมีช่วงโฟกัสเทียบเท่า 160มม. เมื่อทำงานร่วมกับ “Peep-Up Structure” ช่วยรองรับการซูม ขยายภาพในระดับสูง

เพื่อให้การถ่ายในระยะซูมออกมาคมชัด OPPO ก็เลยใส่ระบบกันสั่น Dual OIS เข้าไปในกล้อง Ultra Clear Master และ Telephoto ซึ่งความผิดพลาดจะมีเพียง 0.001445 องศา

จุดที่น่าสนใจอีกอย่างคือกล้องของ Reno 10x zoom จะราบเรียบติดไปกับบอดี้ของเครื่องซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ Periscope Module ลดพื้นที่ของการทำงาน และยังใช้เลนส์ D-cut Optical Lens อีกทั้งยังมีการรวมส่วนของมอเตอร์ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ (AF Motors) ของกล้องตัวหลักกับ เลนส์ Ultra-Wide Angle เข้าเป็นส่วนเดียวกันซึ่งช่วยให้ประหยัดพื้นที่ได้ 13%

สำหรับสเปคกล้องหลังของ OPPO Reno 10x Zoom ประกอบไปด้วย

  • กล้องหลักเซ็นเซอร์ Sony IMX586 เลนส์ 6 ชิ้น ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล (OIS) รูรับแสงกว้าง f/1.7 ระบบโฟกัส PDAF
  • กล้อง Ultra-Wide angle มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (OIS)รูรับแสง f/3.0

ความสามารถด้านการซูมของ Reno 10x Zoom จะเป็น Optical zoom ได้ 5 เท่า Hybrid zoom ได้ 10 เท่า และเป็น Digital zoom ได้ 60 เท่า เรียกว่าเป็นระยะซูมที่มากที่สุดของกล้องสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน

เรื่องโหมดถ่ายภาพในรุ่นนี้ก็มี Dazzle Color Mode 2.0 ที่ช่วยดันสีและความสดของภาพ โดยใช้เทคโนโลยี AI Engine ทำงานร่วมกับ Color Engine ด้วยเทคนิคพิเศษ Mapping Curve เพื่อเพิ่มความสว่างและเพิ่มสี

นอกจากนี้ยังมี Ultra Night Mode 2.0 สำหรับการถ่ายภาพกลางคืน โดยใช้ AI HDR และ MNFRช่วยลด Noise และมีระบบกันสั่นไหว OIS ช่วยให้การถ่ายภาพกลางคืนทำได้สว่างและภาพไม่สั่นโดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง โดยมีหลักการในการถ่ายหลายเฟรมต่อเนื่องกัน 2-3 วินาที แล้วนำภาพทั้งหมดมารวมเป็นภาพเดียว ส่วน Portrait Mode ก็มีให้ใช้งาน ที่มากับสารพัดฟิลเตอร์

ในส่วนของการถ่ายทั่วไปแน่นอนว่ามี AI Scene Recognition ระบุฉากที่กำลังจะถ่ายและปรับโทนสีของภาพให้ออกมาสวยอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับตัว Expert หรือโหมดโปรสำหรับตั้งค่ากล้องเอง ก็เลือกปรับได้หลากหลายทั้ง Exposure (ISO 100-6400,Speed shutter 1/8000-16s), White balance, ระยะโฟกัส และการชดเชยแสง (+/-2)

สำหรับการถ่ายวีดีโอรองรับความละเอียดสูงสุด 4K@60fps/30fps สามารถถ่ายแบบ Slow -Mo ได้ พร้อมด้วยฟีเจอร์สำหรับตัดคลิป เพิ่มเสียงประกอบ และเอฟเฟค ได้ในตัว

เรื่องกล้องหน้า OPPO ก็ไม่ทิ้ง โดยใช้เลนส์ประกอบ 5 ชิ้นความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีระบบ AI Beauty ที่ปรับแบบออโต้ได้ถึง 100 ระดับ พร้อมด้วยฟีเจอร์ HDR ดึงรายละเอียดของฉากหลังเมื่อถ่ายแบบย้อนแสง หรือจะถ่ายแบบ Portrait mode หน้าชัดหลังเบลอก็สวย

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ OPPO Reno 10x Zoom

OPPO Reno Series มีเข้าไทย 2 สี Ocean Green และ Jet Black เริ่มวางขายทั่วประเทศ 15 มิถุนายน เริ่มเปิดจอง 4-14 มิถุนายน สำหรับโมเดล 10x Zoom อยู่ที่ 28,990 บาท มีของสมนาคุณเป็น Diamond Card, ขาตั้งกล้อง Tripod และสิทธิ์ International Warranty รองรับการใช้บริการเมื่อเครื่องมีปัญหาจากศูนย์ของ OPPO ทั่วโลก พร้อมด้วย
การรับประกันในไทย สามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทันทีหากพบปัญหาจากฮาร์ดแวร์

นอกจากนี้ตัว Reno 10x zoom ยังมีการทำโปรโมชั่นกับทางโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ค่าย จองเครื่องพร้อมโปรฯจ่ายเริ่มต้นเพียง 8,990 บาท

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners