รีวิว OPPO Enco Free หูฟัง TWS คุยชัด เสียงใส ไม่ดีเลย์

โดย RingRangRung | 29 กุมภาพันธ์ 2563 เมื่อ 09:30 น. | อ่าน 2,902

ได้ตัวจริงมาลองใช้งานกันแล้วสำหรับ Enco Free เป็นหูฟัง True wireless รุ่นล่าสุดจากค่าย OPPO ที่มากับรูปทรง Earbuds มีคุณสมบัติตัดเสียงรบกวนขณะคุยสายด้วย AI พร้อมทั้งให้คุณภาพเสียงที่ดี ไม่มีดีเลย์

สเปค OPPO Enco Free

  • น้ำหนักรวมอุปกรณ์ 48.2 กรัม
  • มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IPX4
  • หูฟังใช้ Dynamic driver ขนาด 13.4 มม.
  • Driver sensitivity : 120dB @ 1kHz @ 1mW
  • Frequency response range : 16Hz~20kHz
  • Microphone sensitivity : -42dBV/Pa
  • เชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 ระยะเชื่อมต่อสูงสุด 10 เมตร
  • ขนาดแบตเตอรี่หูฟัง 31mAh / ขนาดแบตเตอรี่ตัวเคส 410mAh
  • ระยะเวลาใช้งาน (ความดังเสียง 50%) ใช้ได้ 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จครั้งเดียว และ 25 ชั่วโมงเมื่อใช้งานร่วมกับเคส
  • ระยะเวลาในการชาร์จหูฟัง 70 นาที
  • ระยะเวลาในการชาร์จเคส 110 นาที
  • ใช้พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C
  • สีที่เปิดตัว ขาว / ดำ / ชมพู

ประเดิมกันด้วยแพ็คเกจเป็นกล่องสีขาว ดูหรู สะอาดตา ขนาดกล่องถือว่าใหญ่เมื่อเทียบกับไซส์ของหูฟัง สำหรับอุปกรณ์ภายในประกอบด้วย

  • หูฟัง+เคส
  • จุดยางหูฟัง (Ear-Tips) 2 ขนาด M/L สำหรับไซส์ S จะติดมากับตัวหูฟัง
  • สาย USB-C
  • ใบคู่มือการใช้งานเบื้องต้น+ใบรับประกัน

OPPO Enco Free ที่ได้มาเป็นสีขาว ที่ออกไปทางเฉดขาวไข่มุกไม่ได้เงามาก ข้อดีคือไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย แต่ก็ต้องระวังเรื่องคราบสกปรก เพราะดูจะเป็นรอยเปื้อนได้ง่ายอยู่เหมือนกัน ตลับเคสเป็นทรงสี่เหลี่ยม มีความโค้งมน ลบเหลี่ยม ลบคม จับไม่สะดุดมือ ไซส์กระทัดรัด พกใส่กระเป๋ากางเกงได้สบาย

ด้านหน้าเคสจะมีแถบเงินคาดกลางซึ่งเป็นตำแหน่งของโลโก้ OPPO พร้อมไฟ LED บอกสถานะตัวเคส โดยที่ไฟสีขาวจะเป็นการบอกสถานะการทำงานของเครื่อง ส่วนไฟสีเขียว/ ส้ม / แดง จะบอกสถานะของแบตเตอรี่

ฝาเคสเป็นแม่เหล็ก เปิด-ปิด ได้แข็งแรง มีข้อต่อบานพับด้านหลังเป็นสีเงินซึ่งโดยรวมมองว่างานประกอบถือว่าทำมาดีให้ความมั่นใจในการใช้งาน

ฝั่งขวาของตัวเคสจะมีปุ่มสีเงินซึ่งเป็นปุ่มสำหรับ Pairing อุปกรณ์ ขณะที่ตรงฐานเคสเป็นพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จไฟ

ตัวหูฟัง Enco Free จะเป็นทรง Earbuds มีก้านยาวออกมาเล็กน้อย โดยที่ลักษณะการสวมใส่ของหูฟังจะมี 2 แบบ ทั้งแบบ Semi in-ear ที่จะเหลือพื้นที่ภายในหูเล็กน้อยสำหรับคนที่ไม่ชอบความอึดอัด หรือจะเป็นแบบ In-ear ที่จะให้ความกระชับที่มากขึ้น ด้วยการเปลี่ยนจุกหูฟัง (Ear-Tips) ให้เป็นไซส์ M หรือ L ซึ่งโดยส่วนตัวชอบใส่แบบหลังมากกว่า

บริเวณก้านหูฟังจะมีลายเส้นโชว์ตำแหน่งเซ็นเซอร์สั่งงานแบบสัมผัส มีช่องไมโครโฟนที่ด้านบนและตรงท้ายก้าน ซึ่งการที่มีไมค์ข้างละสองตัวแบบนี้เป็นการใส่มาเพื่อให้ตัวหูฟังมีระบบตัดเสียงรบกวนเมื่อใช้งานฟังค์ชั่นการโทร

ขณะที่ส่วนท้ายหูฟังนอกจากจะมีรูไมโครโฟนแล้วก็ยังมีขั้วสำหรับเสียบเคสชาร์จไฟ ซึ่งมีการดูดติดกับช่องเก็บด้วยแรงแม่เหล็ก และมีตัวสัญลักษณ์ L / R บอกตำแหน่ง ซ้าย-ขวา ของหูฟัง

การจับคู่หูฟังกับตัวอุปกรณ์ก็ทำได้ง่ายๆ แค่เปิดฝาแล้วกดปุ่มตรงเคสค้างไว้จนไฟสีขาวกระพริบ จากนั้นมาที่ตัวอุปกรณ์แล้วเลือกเชื่อมต่อ Bluetooth กับหูฟัง OPPO Enco Free และในครั้งต่อไปที่ใช้งานแค่เปิดเคสตัวหูฟังก็จะจับคู่กับอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อให้เองโดยอัตโนมัติ

แต่สำหรับใครที่ใช้สมาร์ทโฟนของ OPPO ที่เป็นรุ่นใหม่ๆ ในระบบปฏิบัติการ ColorOS 7 ขึ้นไป ก็จะมีฟีเจอร์ Quick Pairing เพียงแค่เปิดฝาเคสที่หน้าจอสมาร์ทโฟนก็จะมีการจับคู่พร้อมให้เลือกเชื่อมต่อได้เลยทันที

Enco Free ใช้สัญญาณ Bluetooth 5.0 ในการเชื่อมต่อ โดยมีเทคโนโลยี Binaural Simultaneous Bluetooth Transmission ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลไปยังหูฟังทั้งสองข้างพร้อมกัน ทำให้มีการดีเลย์ของเสียงที่ต่ำ หรืออยู่ที่ราว 120ms เท่านั้น

จากการที่ได้ลองสวมใส่ก็สัมผัสได้ว่า Enco Free เป็นหูฟังที่เน้นสวมใส่สบาย ไม่อึดอัด ซึ่งส่วนตัวใช้จุกที่เป็นขนาด L ที่เป็นเบอร์ใหญ่สุดแต่ก็ไม่ได้รู้สึกแน่นรูหูเหมือนใช้หูฟังที่เป็น In-Ears เรื่องความทนทานตัวหูฟังรุ่นนี้รองรับมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX4 ซึ่งกันเหงื่อกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่แบตเตอรี่ที่ให้มาเรียกว่าเพียงพอต่อการใช้งาน 1-2 วันได้สบายๆ

ด้านรูปแบบการควบคุมของหูฟังก็อาจจะต้องมีการปรับตัวกันบ้างเพราะรุ่นนี้ใช้การแตะและสไลด์ที่ก้านหูฟัง โดยมีฟังค์ชั่นการออกคำสั่งดังนี้

  • แตะ 1 ครั้งที่ก้านหูฟังข้างใดก็ได้ สำหรับ รับ หรือ วาง สาย
  • แตะ 2 ครั้งที่ก้านหูฟังข้างใดก็ได้ สำหรับ เล่น หรือ หยุดเพลง
  • แตะค้างที่ก้านหูฟังข้างใดก็ได้เพื่อเรียก Google Assistant หรือ Siri
  • สไลด์ที่ก้านหูฟังด้านซ้ายเพื่อ เพิ่ม/ลด เสียง
  • สไลด์ที่ก้านหูฟังด้านขวาเพื่อเปลี่ยนเพลง

ตัวหูฟังมีไดรเวอร์เสียง Dynamic driver ขนาด 13.4 มม. สำหรับคุณภาพของเสียงโดยรวมถือว่าน่าพอใจ เสียงร้องใส ลูกเบสไม่รุนแรงแต่ชัดเจน มี Sound Stage กลางๆ พอแยกทิศทางของเสียงได้บ้าง ส่วนการตัดเสียงรบกวนจากภายนอกถือว่าทำได้ในระดับหนึ่ง คือยังมีเสียงหลุดเข้ามาเบาๆ แต่ไม่ได้รบกวนการฟังเพลง

เรื่องการดีเลย์ของเสียงก็มีน้อยมากๆ ใช้ร่วมกับการดูหนัง ดูคลิป ภาพกับเสียงก็ออกมาตรงกัน รวมถึงการใส่เล่นเกมแนว FPS ก็ไม่พบการดีเลย์ของเสียงปืนเมื่อกดลั่นไก แถมยังมี Auto Detect หยุดเสียงได้โดยอัตโนมัติเมื่อถอดหูฟังออก

ด้านการใช้งานคุยสายที่ตัวหูฟังแต่ละข้างจะมีไมโครโฟนมาให้ถึง 2 ตัว ช่วยตัดเสียงรบกวนจากภายนอก พร้อมด้วยเทคโนโลยี Dual Microphone Beaming Forming ที่จะโฟกัสยังเสียงพูดของเรา ทำให้คู่สนทนายังได้ยินเสียงจากปากเราได้ชัดเจน

OPPO Enco Free ยังไม่มีการประกาศราคารวมถึงกำหนดการวางจำหน่ายในไทย แต่ถ้าใครจอง Find X2 Series รอบ Blind Booking จะได้หูฟังรุ่นนี้เป็นของแถมด้วย ถ้าเป็นเรื่องของราคาอ้างอิงจากฝั่งจีนจะอยู่ที่ 699 หยวน หรือราว 3,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นราคาที่คุ้มกับคุณภาพ ใครที่กำลังสนใจก็ติดตามข่าวกันให้ดีๆน่าจะมีอะไรให้อัพเดตกันในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners