Hands-on : Nubia Alpha แวร์เอเบิลโฟนที่มีจอโค้งรอบตัว

โดย RingRangRung | 27 กุมภาพันธ์ 2562 เมื่อ 21:52 น. | อ่าน 20

“ใครไม่มีจอโค้งได้ ก็ออกจากแก๊งค์เราไปเลย!” นี้น่าจะเป็นวลีสำหรับงาน MWC 2019 ที่แบรนด์ใหญ่หลายๆแบรนด์ก็เริ่มอวดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนจอโค้งได้ของตนเอง เช่นเดียวกับกันทาง Nubia ที่เอา Nubia Alpha สมาร์ทวอทช์ลูกผสมกับสมาร์ทโฟนซึ่งมีหน้าจอโค้งงอได้มาเปิดตัวในงานนี้

  • ดีไซน์โดดเด่นบนนิยาม Wearable Phone

Nubia Alpha เป็นอุปกรณ์ที่เรียกว่าแวร์เอเบิลโฟน หรืออุปกรณ์สวมใส่ข้อมือที่สามารถใช้งานแบบสมาร์ทโฟนได้ โดยที่รุ่นนี้มาพร้อมนวัตกรรมหน้าจอแบบโค้งงอ (Flexible Display) โดยใช้แผงจอชนิด OLED ขนาด 4.01 นิ้ว ความละเอียด 960×192 พิกเซล มีพื้นที่แสดงผลแบบ Panoramic ในอัตราส่วน 5:1 ผลิตโดย Visinox

ทางผู้ผลิตได้เคลมไว้ว่าแวร์เอเบิลโฟนรุ่นนี้สามารถให้พื้นที่การแสดงผลมากกว่ามาตรฐานของอุปกรณ์แวร์เอเบิลทั่วไป 230% โดยที่ตัวหน้าจอจะโค้งไปตามข้อมือของผู้ใส่ ที่ทางผู้ผลิตเคลมว่าตัวจอสามารถทนต่อการจับงอได้กว่า 100,000 ครั้ง

ตัวเรือนจะเป็นทรงเรียวยาวคล้ายกับ Samsung Gear Fit ใช้วัสดุที่เป็นสแตนเลสสตีลมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 หรือลงน้ำจืดระดับ 1 เมตร ได้นาน 30 นาที โดยมีสีให้เลือกทั้งสีดำ และสีทองที่มีสายเป็นทองคำ 18K

ด้านข้างของหน้าจอในกรณีที่ส่วมอุปกรณ์ที่ข้อมือซ้ายทางฝั่งซ้ายจะเป็นตัวโมดูลเซ็นเซอร์และฝั่งขวาเป็นกล้อง 5 ล้านพิกเซล กับตัวปุ่มสำหรับสั่งงานอย่างกดเพื่อกลับหน้า Home เป็นต้น

ด้านหลังอุปกรณ์จะเป็นเซ็นเซอร์ Heart rate และตัว PIN Magnetic สำหรับเชื่อมต่อข้อมูลและชาร์จไฟ

  • ชิปประมวลผลและการใช้งาน

แวร์เอเบิลโฟนรุ่นนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android Wear 2.1 มีชิปเซต Qualcomm MSM8909W Snapdragon Wear 2100 การประมวลผล Quad-core 1.1GHz Cortex-A7 และใช้ GPU Adreno 304 มี RAM 1GB และความจำตัวเครื่อง 8GB ซึ่งรองรับไฟล์เพลงได้มากกว่า 1,000 เพลง

ตัวเครื่องรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n, Bluetooth 5.0 และมีตัวระบุพิกัด A-GPS ในการวางจำหน่ายจะมีทั้งโมเดลที่เป็น Bluetooth กับโมเดลที่ใช้ eSIM ในตัว ซึ่งรองรับสัญญาน 4G หรือเท่ากับว่าเราสามารถใช้อุปกรณ์ตัวนี้ในการโทรออก-รับสาย และใช้งานอินเตอร์เน็ตได้โดยที่ไม่ต้องทำผ่านสมาร์ทโฟน

ในการใช้งาน Nubia Alpha สามารถสั่งการได้ทั้งแบบสัมผัสบนหน้าจอเลื่อนขึ้นลง หรือปัด ซ้ายขวา เพื่อเข้าถึงฟังค์ชั่นต่าง หรือระบบ Voice control การส่งงานด้วยเสียง แต่ที่น่าสนใจคือการที่มีระบบ AIM (Air Interaction Mechanics) หรือการสั่งงานผ่านการโบกมือหรือปัดนิ้วผ่านเซ็นเซอร์บนหน้าจอโดยที่ไม่ต้องสัมผัสกับตัวอุปกรณ์

สำหรับกล้องของรุ่นนี้มีความละเอียด 5 ล้านพิกเซลรูรับแสง f/2.2 มุมมองรับภาพกว้าง 82 องศา ซึ่งอาจจะต่ำไปหน่อยสำหรับถ่ายภาพอย่างจริงจัง แต่ถ้าเป็นการใช้ Video Call ก็ทำได้หายห่วง

ในตัวอุปกรณ์จะสามารถใช้วัดระดับความเครียดได้ และมีฟังค์ชั่นติดตามการนอนหลับ ขณะที่ตัวแบบเตอรี่ใส่มา 500mAh มีระบบชาร์จไวที่น่าจะเพียงพอต่อการใช้งาน 1-2 วัน และยังอยู่ได้เป็นสัปดาห์หากเข้าโหมด Standby

ปัจจุบัน Nubia Alpha มีการวางจำหน่ายแล้วในต่างประเทศตัวที่รองรับเฉพาะ Bluetooth ราคา 450 ยูโร หรือประมาณ 16,000 บาท, รุ่นที่มี eSIM ราคา 550 ยูโร หรือประมาณ 19,500 บาท และรุ่นที่มี eSIM สีทองราคา 650 ยูโร หรือประมาณ 23,000 บาท

 

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners