[Review] Nokia 9 PureView รุ่นแรกของโลกกับกล้องหลัง 5 ตัว เพื่อภาพระดับโปร

โดย RingRangRung | 14 กรกฎาคม 2562 เมื่อ 09:00 น. | อ่าน 6,141

ทิ้งช่วงกันไปนานพอสมควรกว่าจะเข้ามาขายในไทยสำหรับ Nokia 9 PureView สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับระบบกล้องหลัง 5 ตัว (Penta Camera) ซึ่งน่าจะโดนใจคนที่อยากได้ไฟล์ภาพไปแต่งต่อเพื่องานที่สมบูรณ์แบบ

สเปค Nokia 9 PureView

  • ขนาด 155x75x8มม. หนัก 172กก. กันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP67
  • หน้าจอ PureDisplay pOLED ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด QHD+ (1440 x 2880px) อัตราส่วน 18:9
  • ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 845 ประมวลผล Octa-core (4×2.8GHz Kryo 385 Gold & 4×1.7GHz Kryo 385 Silver) มี GPU Adreno 630
  • สเปคความจำ RAM 6GB+ROM 128GB
  • กล้องหลังเลนส์ ZEISS 5 ตัว (Penta Camera)
    • กล้องทุกตัวความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.82
    • แบ่งเป็นเซ็นเซอร์สี (RGB) 2 ตัว+เซ็นเซอร์ขาวดำ (Monochrome) 3 ตัว
    • มีเซ็นเซอร์ TOF 3D Camera
    • รองรับการบันทึกวีดีโอ 4K@30fps /4KHDR
  • กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล
  • รองรับเครือข่าย LTE Cat 16 4×4 MIMO
  • สนับสนุน WiFi 802.11 a/b/g/n/ac
  • มีระบบเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
  • ใช้เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS/AGPS+GLONASS+BDS, NFC, ANT+
  • มีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • รันกับ Android 9.0 Pie (Android One)
  • แบตเตอรี่ 3320mAh รองรับชาร์จไว 18W (Quick Charge 3.0) และการชาร์จไร้สาย Fast wireless charging 10W (Qi)
  • สีที่ขาย Midnight Blue
  • ราคาในไทย 18,900 บาท

ดีไซน์ของ Nokia 9 PureView ใช้ขอบโลหะอลูมิเนียมขัดลบเหลี่ยมแบบไดมอนด์คัท ผสมกับบอดี้ที่เป็นกระจกตัวฝาหลังโค้งรับกับอุ้งมือ สัดส่วนน้ำหนักกำลังดีที่ 179 กรัม มีมาตรฐานกันน้ำระดับ IP67

หน้าจอ Pure Display แบบ P-OLED ขนาด 5.99 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 ความละเอียดสูง QHD+ รองรับ HDR10 คลุมด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 และมีฟีเจอร์
 Glance screen มาให้ใช้งาน

พื้นที่ขอบจอยังคงมีอยู่โดยที่ขอบด้านบนเป็นลำโพงสนทนา,เซ็นเซอร์ และกล้องหน้า ส่วนพื้นที่ Navigation Bar ก็เปลี่ยนไปใช้เป็นระบบ Gesture Navigation หรือระบบการสั่งงานแบบลากนิ้ว

ด้านหลังเป็นกล้องหลัง 5 ตัว (Penta Camera) ซึ่งเจาะเป็น 7 ช่องสำหรับ กล้อง 5 ช่อง และแฟลช LED กับเซ็นเซอร์ 3D ToF อีกสองช่อง วางในลักษณะทรงกลมดาวกระจายโดยที่ตัวโมดูลกล้องออกแบบมาให้เรียบสนิทไปกับฝาหลัง

ส่วนขอบเครื่องปุ่มพาวเวอร์กับตัวปรับระดับเสียงอยู่ฝั่งขวา ขอบด้านบนเป็นช่องใส่ซิมการ์ด สำหรับด้านล่างมีพอร์ต USB-C และ ลำโพงหลัก ขณะที่ตัวไมโครโฟนจะติดตั้งไว้ 3 จุดคือด้านหลัง, ขอบด้านบน กับขอบด้านล่าง เพื่อรองรับการบันทึกเสียงรอบทิศทาง OZO Audio

แพ็คเกจของรุ่นนี้ก็ยังคงเป็นสไตล์ Nokia ที่จะเป็นทรงสี่เหลี่ยม มีภาพเครื่องบนหน้ากล่อง ส่วนอุปกรณ์ข้างในประกอบด้วย

  • เครื่อง Nokia 9 PureView
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 18W
  • สาย USB-C
  • หูฟังพอร์ต USB-C
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • หัวแปลง USB-C to 3.5มม.
  • คู่มือการใช้งาน+ใบรับประกัน

แน่นอนว่า Nokia 9 PureView ยังคงเป็นสมาร์ทโฟนกลุ่ม Android One ที่รันอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่ลูกเล่นจะไม่ได้จัดจ้านอะไรมาก เน้นการใช้งานที่ลื่นไหล ไม่ใส่ฟังค์ชั่นให้รก และที่สำคัญคือรับประกันการอัพเดท Android เวอร์ชั่นใหม่ก่อนใคร 2 ปี และ อัพเดทแพทช์ความปลอดภัยทุกๆ 30 วันเป็นเวลา 3 ปี

ชิปเซตของ Nokia 9 PureView เป็น Qualcomm Snapdragon 845 มีกำลังประมวลผล Octa-core สูงสุดที่ 2.8GHz ทำงานร่วมกับ GPU Adreno 630 สเปคความจำ RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 6GB มี ROM 128GB ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม แต่สามารถจัดการไฟล์รูปภาพหรือวีดีโอผ่านทางบริการของ Google อย่าง Google Photos ได้

ตัวแบตเตอรี่ให้มา 3320mAh ถือว่าเพียงพอสำหรับสมาร์ทโฟน Pure Android โดยที่รุ่นนี้รองรับ Quick Charge 3.0 ในกำลังไฟ 18 วัตต์ รวมถึงการชาร์จไวแบบไร้สาย Fast wireless charging กำลังไฟ 10 วัตต์ กับตัวอุปกรณ์มาตรฐาน Qi

ระบบรักษาความปลอดภัยของรุ่นนี้ก็มีเทคโนโลยีสแกนนิ้วใต้จอที่ทำงานได้ไวพอใช้ได้ แต่ถ้าเอาสะดวกการปลดล็อคแบบพื้นฐานน่าจะตอบโจทย์กว่า

ด้านระบบเซ็นเซอร์จากการเช็คผ่าน Sensor Box ใส่มาให้ทั้ง

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)
  • Pressure Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับแรงกด

มาถึงพาร์ทของการเล่นเกม Nokia 9 PureView สอบผ่านสบายๆ ทั้งเกมยอดนิยมอย่าง ROV สามารถเล่นโหมด High Frame Rate ได้ โดยตัวเลขเฟรมเรทจัดว่าค่อนข้างนิ่งอยู่ที่ราว 60fps ขณะที่ PUBG ค่ามาตรฐานที่ตัวเกมแนะนำคือ High แต่เราสามารถตั้งค่าได้ถึง Ultra-HDR

ด้านคะแนนประมวลผลจากแพลตฟอร์ม Benchmark ต่างๆมีดังนี้ PCMark for Android (Work 2.0) = 8280 คะแนน, Geekbench 4 Pro = Single-core : 2376 คะแนน / Multi-core : 8890 คะแนน และ AuTuTu Benchmark v7.2.2 = 278439 คะแนน

มาถึงส่วนของการถ่ายภาพ Nokia 9 PureView จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มากับกล้องหลังเลนส์ ZEISS 5 ตัว (Penta Camera) โดยแบ่งเป็นแบ่งเป็นเซ็นเซอร์สี (RGB) 2 ตัว กับเซ็นเซอร์ขาวดำ (Monochrome) 3 ตัว กล้องทุกตัวจะมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.82

การถ่ายภาพทุกครั้งกล้องทั้ง 5 ตัวจะลั่นชัตเตอร์พร้อมกันด้วยเทคโนโลยี Computational Imaging เพื่อเก็บภาพเป็นแบบ HDR ดึงความคมชัด แสง-เงา และรายละเอียด ให้ออกมาสวยมีมิติ และการที่มีเซ็นเซอร์เฉพาะทางก็ยังทำให้การถ่ายภาพแบบ ขาว-ดำ ออกมาเป็นธรรมชาติกว่าการเอารูปสีมาเปลี่ยนเป็นขาว-ดำ

นอกจากกล้อง 5 ตัวแล้วในรุ่นนี้ยังมีส่วนของเซ็นเซอร์ TOF 3D Camera ที่จะมาเสริมประสิทธิภาพการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอในตัว Depth mode ที่ทำได้เหนือกว่าการถ่ายแบบ Bokeh ทั่วไป ซึ่งในโหมดนี้เราสามารถปรับแต่งเลือกจุดโฟกัส พร้อมไล่ระดับการเบลอของภาพได้มากถึง 1200 ระดับ โดยเบลอได้ทั้งแบบ Foreground และ Background

นอกจากนี้ตัวไฟล์ภาพที่ถ่ายออกมาก็ยังตั้งเป็นแบบ RAW (DNG) ได้ ซึ่งข้อดีของไฟล์ RAW คือตัวข้อมูลภาพที่ได้จะจะเป็นไฟล์ดิบคุณภาพสูงเต็มประสิทธิภาพของกล้องปราศจากการบีบอัดเหมาะกับการเอาไปใช้แต่งภาพ เพราะไฟล์มีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งตัวไฟล์ที่ได้จากกล้อง Nokia 9 PureView ก็สามารถนำเข้าไปแต่งต่อในแอปฯ Adobe Lightroom ซึ่งมีติดตั้งมาพร้อมในเครื่องได้เลย

แต่การถ่าย RAW (DNG) ก็ต้องแลกกับพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้นตามด้วย อีกทั้งอุปกรณ์เองก็ยังต้องใช้เวลาในการ Procees ภาพหลังถ่ายที่นานกว่าปกติ ใครที่เป็นสายแชะแล้วแชร์เลยก็คงไม่ถูกใจกับสิ่งนี้

ด้านโหมดการถ่ายภาพทั่วไปใน Nokia 9 PureView ก็ยังคงมีมาให้ทั้ง Square, Panorama, Bokeh, Bothie และ Pro (White Balance, ISO 100-6400,Shutter Speed 1/4000-10s และ EV +-2) ขณะที่การถ่ายวีดีโอก็รองรับ 4K@30fps /4KHDR พร้อมด้วยเทคโนโลยีบันทึกเสียงรอบทิศทาง Nokia OZO Audio

สำหรับกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล มีเทคโนโลยี TetraCell ที่เป็นการรวมเม็ดพิกเซลที่สีเหมือนกัน 4 เม็ด และแสดงผลเป็น 1 ยูนิตเพื่อภาพที่สีคมชัดขึ้น ช่วยลดนอยส์ เมื่อถ่ายในที่มืด มี Beauty Mode ให้ใช้ สามารถถ่ายแบบ Bokeh ได้ และมีโหมด Pro (White Balance, ISO 100-6400,Shutter Speed 1/4000-1/4s และ EV +-2)

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Nokia 9 PureView

จากการทดลองใช้งาน Nokia 9 PureView ได้สักระยะส่วนตัวมองว่าถ้าเป็นการใช้งานทั่วไปอย่างโซเชียล เล่นเกม ตัวรุ่นนี้จัดว่าหายห่วง แต่ถ้าเป็นการถ่ายภาพก็อาจจะต้องเป็นผู้ใช้ที่มีทักษะการใช้ Lightroom ในการแต่งภาพบ้าง เพื่อที่จะได้ดึงเอาความสามารถของกล้อง 5 ตัวออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะกล้องรุ่นนี้ไม่มี AI เข้ามาช่วยแต่งภาพเหมือนกับเรือธงตัวอื่น

สำหรับราคาของ Nokia 9 PureView เคาะในไทยที่ 18,900 บาท สามารถซื้อได้ผ่าน Nokia Official Shop หรือบน Shopee เพื่อรับ Shopee Coin มูลค่า 1,000 เหรียญ พร้อมใช้โค้ด EXNOKIA9 สามารถใช้เป็นส่วนลดค่าเครื่องเหลือ 17,900 บาท เท่านั้น

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners