Hands-on : Nokia 9 PureView ครั้งแรกกับมือถือกล้อง 5 ตัว เพื่อภาพระดับโปร

โดย RingRangRung | 27 กุมภาพันธ์ 2562 เมื่อ 06:02 น. | อ่าน 675

งาน MWC ที่ บาร์เซโลน่า สเปน ครั้งนี้มีแต่ของเด็ดๆ เช่นเดียวกันกับทาง Nokia ที่นอกจากจะมีบรรดารุ่นรองและรุ่นเล็กมาเปิดตัวแล้ว ก็ยังมีตัวเรือธง Nokia 9 PureView ที่ครบเครื่องเรื่องการถ่ายภาพด้วยกล้องหลังที่ใส่มาถึง 5 ตัว ( Penta Camera)

  • ก้าวต่อไปของกล้องบนสมาร์ทโฟน

เริ่มจากจุดที่เป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้ที่คนให้ความสนใจกันตั้งแต่ตอนที่มีข่าวหลุดออกมาซึ่งก็ได้แก่ระบบกล้องหลังที่ยัดมาให้ถึง 5 ตัว ( Penta Camera) ที่ยังคงเป็นการทำงานร่วมกับ ZEISS ผู้ผลิตเลนส์ระดับแถวหน้าของโลก

องค์ประกอบของกล้องหลังเลนส์ ZEISS Optics ทั้ง 5 ตัว ของ Nokia 9 PureView จะเป็นกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ทั้งหมด โดยแบ่งเป็นกล้องเซ็นเซอร์สี (RGB) 2 ตัว และอีก 3 ตัวเป็นเซ็นเซอร์ขาวดำ (Monochrom) โดยที่ทุกกล้องจะมีรูรับแสงที่ f/1.8 มีเซ็นเซอร์ขนาด 1/2.9 นิ้ว และพิกเซลไซส์ 1.25um

กล้องทั้ง 5 ตัวถูกวางเป็นรูปดาวกระจายอยู่ด้านหลังของเครื่อง ร่วมกันกับตัวแฟลช LED และเซนเซอร์วัดความลึก ToF ซึ่งทางผู้พัฒนาระบุว่าเมื่อกดถ่ายภาพหนึ่งครั้งเลนส์ทุกตัวจะทำงานพร้อมกัน เพื่อเก็บภาพทั้งหมดมารวมเป็นภาพเดียว ซึ่งจะสามารถเก็บรายละเอียดและสภาพแสงได้ดีกว่ากล้องที่มีเซ็นเซอร์เดียวถึง 10 เท่า ทำให้ทุกภาพทุกภาพที่ถ่ายด้วย Nokia 9 PureView จะเป็นแบบ HDR มีความละเอียดของภาพสูงทั้งในจุดที่แสงสว่างจ้าหรือแม้แต่ในแสงเงา มากถึง 12.4 stops

ส่วนระยะชัดลึกชัดตื้นของภาพจากกล้องของ Nokia 9 PureView ก็มีโหมด Depth Map ช่วยให้คุณสามารถสร้างภาพแบบ Bokeh ได้อย่างสวยงาม และสามารถแก้ไขหลังการถ่ายได้ผ่าน Google Photos ซึ่งมีการไล่ระดับความเบลอได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนกับถ่ายด้วยกล้องใหญ่

นอกจากนี้ตัวกล้องยังให้ภาพแบบ RAW “DNG” ที่ออกแบบมาให้สามารถตกแต่งภาพจากโทรศัพท์ได้ด้วยตนเอง ผ่านโปรแกรม Adobe Photoshop Lightroom แบบเต็มเวอร์ชั่นซึ่งมีมาให้ในเครื่องพร้อม ขณะที่ถ่ายวีดีโอเป็นแบบ HDR สูงสุด 4K@30fps

สำหรับกล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล f/1.8 ใช้ระบบแฟลชบนหน้าจอและมีเทคโนโลยีการรวมเม็ดพิกเซลเพื่อรองรับการถ่ายในที่แสงน้อยซึ่งตัวภาพจะลดความละเอียดลงมาเหลือ 5 ล้านพิกเซล

  • การออกแบบที่คุ้นตา

Nokia 9 PureView ยังคงงานดีไซน์ฮาร์ดแวร์ตามแบบฉบับของ HMD Global ตัวหน้าจอเป็น pOLED PureDisplay ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด 2K อัตราส่วนการแสดงผล 18:9 มีฟีเจอร์ Always-on และรองรับการแสดงผลแบบ HDR10

วัสดุของตัวเครื่องเป็นกระจก 3D Gorilla Glass 5 มีความโค้งมนส่วนขอบใช้อลูมิเนียม ซีรีส์ 6000 รองรับมาตรฐานกันน้ำระดับ IP67 โดยที่มีขายสเปคสีเดียวคือ น้ำเงิน (Midnight Blue)

สัดส่วนของเครื่องก็กำลังดีที่ 155x75x8.0มม. หนัก 172 กรัม โดยที่เรือธง Nokia รุ่นนี้ได้ตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ออกไปและใช้การเชื่อมต่อทุกอย่างผ่านพอร์ต USB-C ขณะที่ปุ่มกดต่างๆ ทั้งปุ่มพาวเวอร์ และตัวปรับระดับเสียงจะอยู่ทางฝั่งขวาของเครื่อง

  • สเปคภายใน

Nokia 9 PureView ยังคงเป็นสมาร์ทโฟน Android One ที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด Android 9 Pie ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 845 ซึ่งเป็นตัวชิปของปี 2018 ที่ใช้กับสมาร์ทโฟนระดับเรือธงหลายรุ่น

สาเหตุที่ HMD เลือก SD845 มาใช้กับเรือธงรุ่นนี้ก็เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันกับทาง Light และ Qualcomm ที่จะพัฒนาชิปเซตรุ่นนี้ให้ประมวลผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพราะต้องมีการปรับแต่งเป็นการพิเศษเพื่อให้รองรับการกับกล้อง 5 ตัว ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการทำงาน ถ้าจะต้องรอการพัฒนาโซลูชันในตัว Snapdragon 855 ที่เป็นของใหม่กว่า ตัวเรือธง Nokia 9 PureView ก็คงไม่ทันที่จะเปิดตัวในงาน MWC 2019

สำหรับสเปคหน่วยความจำตัว RAM เป็น LPPDDR4X ขนาด 6GB มีพื้นที่ ROM 128GB ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม ขณะที่แบตเตอรี่ใส่มาให้ 3320mAh และรองรับระบบการชาร์จแบบไร้สายตามมมาตรฐาน Qi

เรื่องการวางจำหน่าย Nokia 9 PureView ได้เริ่มวางขายแล้ว สนนราคาที่ 699 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 21,800 บาท สำหรับประเทศไทยจะเข้ามาตอนไหนก็ต้องรอชม

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners