[Review] Nokia 8.1 มือถือ Android One ระดับกลาง กล้องคู่ ZEISS ดีไซน์หรู

โดย RingRangRung | 22 เมษายน 2562 เมื่อ 10:33 น. | อ่าน 1,347

เข้ามาวางจำหน่ายในไทยเป็นที่เรียบร้อยสำหรับสมาร์ทโฟน Android One เซ็กเมนท์ระดับกลางรุ่นใหม่ Nokia 8.1 (หรือ Nokia X7 ในจีน) จากทาง HMD Global ที่มาพร้อมสเปคคุ้มราคา งานดีไซน์หรู วัสดุพรีเมี่ยม

สเปค Nokia 8.1

  • สัดส่วน 154.8 x 75.76 x 7.97 มม. หนัก 180 กรัม
  • หน้าจอ PureDisplay ขนาด 6.18 นิ้ว ความละเอียด Full-HD+ (1080 x 2280 พิกเซล) รองรับ HDR10 อัตราส่วน 18.7:9
  • ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 710 ประมวลผล Octa-core (2×2.2 GHz 360 Gold & 6×1.7 GHz Kryo 360 Silver) มี GPU Adreno 616
  • สเปคที่เข้าไทย LPPDDR4x RAM 4GB + ROM e-MMC 5.1 64GB รองรับหน่วยความจำเสริม microSD Card สูงสุด 400GB
  • กล้องหลังคู่เลนส์ ZEISS ความละเอียด 12MP(1/2.55นิ้ว, 1.4um,f/1.8, OIS 2PD,)+13 MP (FF) มีไฟแฟลชแบบ Dual Hi-Cri Flash
  • กล้องหน้า 20MP (FF,f/2.0,0.9um)
  • ลำโพงเสียงเดี่ยว พร้อม Smart Amplifier รองรับการบันทึกเสียงรอบทิศทาง Nokia OZO
  • เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot
  • เทคโนโลยี Bluetooth 5.0, A2DP, LE
  • เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS/AGPS+GLONASS+Beidou
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือหลังเครื่อง
  • แบตเตอรี่ 3000mAh รองรับชาร์จไว 18W ผ่านพอร์ต USB-C
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie (Android One)
  • วางจำหน่าย 2 สี ได้แก่สี Iron Steel และ Steel Copper
  • ราคา 13,900 บาท

แพ็คเกจของ Nokia 8.1 มากับรูปทรงที่คุ้นเคย ด้านหน้ามีภาพสมาร์ทโฟน, ชื่อรุ่น, โลโก้ Android One ส่วนด้านหลังเป็นสเปคแบบคราวๆ อุปกรณ์ภายในมี

  • เครื่อง Nokia 8.1
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • สาย USB-C
  • ชุดหูฟัง
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 5V=3A/9V=2A/12V=1.5A

งานดีไซน์ของ Nokia 8.1 จัดว่าดูดีมีระดับด้วยวัสดุโลหะขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกันแบบ Unibody ผสมผสานกับชิ้นส่วนที่เป็นกระจก NEG Dinorex ด้านหน้า โดยสีที่วางขายในไทยมี Iron Steel ที่บอดี้จะเป็นสีม่วงเข้มตัดด้วยขอบสีเงิน กับสี Steel Copper ที่บอดี้เป็นสีเงินตัดขอบด้วยสีทองแดง

หน้าจอเป็น PureDisplay ขนาด 6.18 นิ้ว ความละเอียด Full-HD+ (1080 x 2280 พิกเซล) อัตราส่วน 18.7:9 แสดงผลเฉดสีสดใสรองรับ HDR10 และใช้ Multitouch ได้ 10 จุด พร้อมด้วยฟีเจอร์ Ambient Display ให้ใช้

สำหรับตัวรอยบาก (Notch) ถือว่าค่อนข้างใหญ่เป็นพื้นที่สำหรับกล้องหน้า, ลำโพงสนทนาและเซ็นเซอร์ต่างๆ ซึ่งตัวรอยบากสามารถกดซ่อนได้ ด้วยฟีเจอร์ถมดำ Full bezel ในโหมด Setting

ขอบจอด้านล่างค่อนข้างหนามีโลโก้ Nokia ส่วนพื้นที่ Navigation Bar ก็เปลี่ยนไปใช้เป็นระบบ Gesture Navigation หรือระบบการสั่งงานแบบลากนิ้วซึ่งก็ใช้งานได้ง่ายๆ แปปเดียวก็ชินมือ

พลิกมาด้านหลังเครื่องจะพบกับกล้องคู่เลนส์ ZEISS วางเป็นแนวตั้งอยู่ตรงกลางมีแฟลช Dual Hi-Cri Flash อยู่ฝั่งซ้าย ด้านล่างกล้องเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ในส่วนของขอบปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์จะอยู่ทางฝั่งขวา ด้านซ้ายเป็นช่องเสียบถาดซิมแบบ Hybrid Slot (2xNanoSIM หรือ NanoSIM+MicroSD Card) ซึ่งในการทำงานสองซิมก็รองรับ 4G Standby ทั้งคู่ ขณะที่หน่วยความจำเสริมรองรับได้สูงสุด 400GB

ขอบเครื่องด้านบนเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. กับไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน สำหรับพอร์ตที่ใช้งานเป็น USB-C, ลำโพงเดียว และช่องไมโครโฟน อยู่ที่ด้านล่าง

Nokia 8.1 เป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นที่เป็น Android One บนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ Android 9.0 Pie ซึ่งแน่นอนว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะได้รับการันตีการอัพเดต Android เวอร์ชั่นใหม่จากทาง Google ต่อเนื่อง 2 ปี และจะเป็นสมาร์ทโฟนกลุ่มแรกๆในตลาดที่จะได้ใช้งานระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่

สำหรับขุมพลังของรุ่นนี้เป็น Qualcomm Snapdragon 710 ชิประดับกลางที่ออกมาเมื่อปี 2018 ใช้สถาปัตยกรรมในการออกแบบตัวชิปด้วยเทคโนโลยีการผลิต 10nm มีการประมวลผลแบบ Octa-core (2×2.2GHz 360 Gold & 6×1.7GHz Kryo 360 Silver) ใช้ GPU Adreno 616

สเปคที่เข้าไทยเป็น LPPDDR4xRAM ขนาด 4GB จับคู่กับ ROM e-MMC 5.1 ขนาด 64GB รองรับหน่วยความจำเสริม microSD Card สูงสุด 400GB ตัวแบตเตอรี่รุ่นนี้ให้มา 3500mAh รองรับชาร์จไว 18W

สำหรับระบบเซ็นเซอร์ที่รุ่นนี้มีให้ประกอบด้วย

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

ขณะที่ประสิทธิการเล่นเกมถือว่าทำได้ดี เล่น ROV ได้ในระดับเฟรมเรท 60fps ขณะที่ PUBG Mobile เข้าถึงโหมดกราฟฟิกได้สูงสุดที่ HD-Hight

เรื่องคะแนนประมวลผลจากแพลตฟอร์ม Benchmark ก็ได้ผลลัพท์ดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 6948คะแนน
  • Geekbench 4 Pro = Single-core : 1852 คะแนน/ Multi-core : 5928คะแนน
  • AuTuTu Benchmark v7.1.7 = 170362 คะแนน

ด้านการถ่ายภาพ Nokia 8.1 มีกล้องหลังคู่เลนส์ ZEISS ประกอบด้วย

  • เลนส์หลัก 12 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.55นิ้ว มีขนาดพิกเซล 1.4um รูรับแสง f/1.8 และมีระบบกันสั่น OIS 2PD
  • กล้องรอง Depth Camera ความละเอียด13 ล้านพิกเซล (FF)

กล้องหลังของรุ่นนี้มาพร้อมกับความฉลาด AI Scene Detection ที่สามารถแยกซีนการถ่ายภาพได้มากถึง 18 ซีน ซึ่งช่วยให้การถ่ายภาพออกมาง่ายและสวยงามมากขึ้น ขณะที่การถ่าย Live Bokeh หน้าชัดหลังเบลอก็มีให้ใช้งานแน่นอน ขณะที่โหมด Pro เองก็มีให้ปรับได้ทั้ง White Balance, ระยะโฟกัส, ISO, Shutter Speed และ ชดเชยแสง

ตัวกล้องหน้าให้มา 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มีขนาดพิกเซล 0.9um มีโหมด Beauty ให้ใช้ เช่นเดียวกันกับโหมด Sticker และโหมดจัดแสงสตูดิโอ ขณะที่โหมด Pro ของกล้องหน้าจะตัดการปรับระยะโฟกัสออกไป

เรื่องของฟีเจอร์ Bothie หรือ P-I-P การบันทึกภาพหรือวีดีโอด้วยกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกันในรุ่นนี้ก็มีให้ใช้ และยังเชื่อมต่อเป็นระบบ Live บน Facebook กับ YouTube ได้ด้วย ส่วนการถ่ายวีดีโอรองรับความละเอียด 4K@30fps และมีเทคโนโลยีการบันทึกเสียง Nokia OZO

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Nokia 8.1

ส่งท้ายกันด้วยเรื่องของราคา Nokia 8.1 เคาะในไทยที่ 13,900 บาท เมื่อเทียบกับสเปคและการันตีการดูแลอย่างต่อเนื่องจากทาง Google เป็นระยะเวลา 2 ปี ก็ถือว่าเป็นโมเดลระดับกลางอีกตัวที่น่าสนใจ

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners