[REVIEW] Nokia 6.1 Plus สมาร์ทโฟน Android One จอใหญ่ ไร้ขอบ ในราคาไม่ถึงหมื่น

โดย RingRangRung | 15 ตุลาคม 2561 เมื่อ 09:03 น. | อ่าน 400

เข้ามาวางจำหน่ายในไทยจนได้ สำหรับ Nokia 6.1 Plus หรือที่เปิดตัวในจีนด้วยชื่อ Nokia X6 สมาร์ทโฟนสาย Android One รุ่นล่าสุดจากแบรนด์ระดับตำนาน ภายใต้การนำของ HMD Global ที่มากับงานดีไซน์ที่โดดเด่น ทันสมัย ใช้แล้วไม่ตกยุค

สเปค Nokia 6.1 Plus

  • สัดส่วนเครื่อง 147.2 x 71 x 8 มม. หนัก 151 กรัม
  • หน้าจอ IPS LCD ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2280 พิกเซล) อัตราส่วน 19:9
  • ชิปเซต Snapdragon 636 (Octa-core 1.8 GHz Kryo 260) ใช้ GPU Adreno 509
  • สเปค RAM LPPDDR4x 4GB ความจุ ROM eMMC 5.1 ขนาด 64GB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 400GB
  • รองรับการทำงานซิมคู่แบบ Hybrid Slot
  • กล้องหลังคู่ 16 ล้านพิกเซล (PDAF, f/2.0, 1.0um) + เซ็นเซอร์ Monochrome 5 ล้านพิกเซล (FF, f/2.4, 1.12um) แฟลช Dual-tone LED
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล (FF, f/2.0, 1.0um)
  • รองรับการบันทึกวีดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p@30fps (gyro-EIS)
  • ระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการปลดล็อคด้วยใบหน้า และสแกนนิ้วมือด้านหลังเครื่อง
  • ระบบการเชื่อมต่อไร้สาย WiFi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0,
  • เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS/AGPS+GLONASS
  • รองรับเครือข่าย
    • 2G (850/900/1800/1900 MHz)
    • 3G (850/900/1900/2100 MHz)
    • 4G (LTE Cat4)
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C (USB 2.0) กับช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ 3,060mAh รองรับ Quick Charge 3.0
  • ระบบ Android 8.1 Oreo การันตีอัพเดต Android 9.0 Pie
  • สีที่วางจำหน่าย สีดำ (Gloss Black), สีน้ำเงิน (Gloss Midnight Blue) และสีขาว (Gloss White)

แพ็คเกจของ Nokia 6.1 Plus ยังคงสวยและเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ส่วนอุปกรณ์ภายในก็มีตั้งแต่

  • เครื่อง Nokia 6.1 Plus
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 5V/2A
  • สาย USB Type-C
  • คู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มช่องซิม
  • ชุดหูฟัง

Nokia 6.1 Plus ดีไซน์สมัยนิยมหน้าจอแบบลดพื้นที่ขอบมีรอยบากอัตราส่วนการแสดงผล 19:9 มีพื้นที่แสดงผล 81.5% แผงจอเป็น IPS LCD ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2280 พิกเซล) ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 432ppi รองรับ Multi-Touch ได้ 10 จุด

ตรงส่วนที่เป็นรอยบาก (Notch) เป็นที่วางเซ็นเซอร์กล้องหน้า, ลำโพงสนทนา และแถบ Proximity sensor ส่วนขอบด้านล่างไม่มีปุ่มใดๆนอกจากโลโก้ Nokia ขณะที่แถบ Navigation Bar ของ 3 ปุ่มหลัก ( Back, Home และ Recent App) ในแบบสัมผัสบนจอ ถ้าอยากจะใช้แบบ Gesture หรือการลากนิ้วสั่งงานแทบ 3 ปุ่มเทพก็ต้องรออัพเดต Andrid 9 Pie กันก่อน

งานออกแบบของตัวเครื่องก็มีความน่าสนใจโดยที่ Nokia 6.1 Plus มีบอดี้เป็น 93% เป็นกระจก Corning Gorilla Glass 3 ขอบเครื่องใช้อลูมิเนียมซีรีส์ 6000 ส่วนขอบกระจกโค้งมน 2.5D ไม่สะดุดมือเวลาสัมผัส ด้านสัดส่วนตัวเครื่อง 147.2 x 71 x 8 มม. หนัก 151 กรัม นับว่ากำลังพอเหมาะพกใส่กระเป๋ากางเกงได้ สำหรับสีที่เข้ามาวางขายประกอบด้วย สีดำ (Gloss Black), สีน้ำเงิน (Gloss Midnight Blue) และสีขาว (Gloss White)

ตัวกล้องหลังเลนส์คู่จัดวางเป็นแนวตั้งกลางเครื่องมีแฟลช Dual-tone LED ขยับลงมาหน่อยเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ กับโลโก้ Nokia

ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มกดปรับระดับเสียง และปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ส่วนช่องใส่ซิมอยู่ทางด้านซ้ายซึ่งรุ่นนี้ใช้ถาดแบบ Hybrid Slot เลือกได้ว่าจะใส่ซิม nano SIM ทั้งสองซิม หรือจะเหลืออีกช่องไว้ใส่ microSD Card

มาดูที่ขอบด้านบนตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และไมค์ตัดเสียงรบกวน ส่วนขอบด้านล่างตัวเครื่องมี ลำโพงเสียง, พอร์ต USB-C และไมโครโฟนสนทนา

สเปคของ Nokia 6.1 Plus ใช้ชิปเซต Snapdragon 636 ซึ่งเป็นชิปเซตระดับกลางที่ Qualcomm เปิดตัวมาเมื่อช่วงปลายปี 2017 หน่วยประมวลผลเป็น Octa-core 1.8 GHz Kryo 260 ใช้ GPU Adreno 509 โดยที่ชิปรุ่นนี้ทำงานได้รวดเร็วกว่า Snapdragon 630 อยู่ถึง 40% ด้าน GPU ดีกว่ารุ่นก่อน 10% เลยทีเดียว

ขณะที่ตัว RAM (LPPDDR4X) ให้ความจุมา 4GB มีความจุ ROM (eMMC 5.1) ขนาด 64GB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 400GB แบตเตอรี่ 3,060mAh รองรับ Quick Charge 3.0 รองรับการใช้งาน 2 ซิม เปิด 4G ได้พร้อมกันเป็น Dual LTE / Dual VoLTE และรองรับ VoWiFi ครบเครื่องเรื่องการโทร

ด้านระบบปฏิบัติการก็เป็นไปตามแผนที่ HMD Global ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปีที่จะเน้นทำสมาร์ทโฟน Nokia ภายใต้โครงการ Android One ซึ่ง Nokia 6.1 Plus ก็เป็นหนึ่งในนั้นโดยจะรันบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง

แน่นอนว่าระบบปฏิบัติการดังกล่าวหน้าตา UI จะไม่ได้หวือหวาตามคาแร็คเตอร์ของสาย Pure Android เรื่องการใช้งานด้านต่างๆก็ให้มาครบไม่ยัดมาจนรกเครื่องแต่ก็ไม่ได้ให้น้อยจนทำอะไรไม่ได้ แถมการันตีได้รับการอัปเดตต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี

ขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดกับเครื่องมาก็มีทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่องที่จดจำได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ และระบบปลดล็อคด้วยใบหน้าซึ่งต้องเข้าไปตั้งค่าที่ Smart Lock แล้วเลือก Trusted face

ส่วนระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ ตามที่แอปฯ Sensor Box ตรวจพบก็มีทั้ง

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

สำหรับประสบการณ์การเล่นเกมด้วย Nokia 6.1 Plus จากการทดสอบด้วยเกมยอดนิยมทั้ง PUBG และ ROV ก็ถือว่าทำได้กลางๆ โดย PUBG ค่ากราฟฟิกเริ่มต้นจะอยู่ที่ระบบต่ำสุด ขณะที่ ROV เฟรมเรทจะอยู่ที่ 30fps

มาดูที่ประสิทธิภาพการทำงานจากการทดสอบด้วย Benchmark ต่างๆก็มีได้ผลลัพท์ดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 6341 คะแนน

  • Geekbench 4 Pro Single-core : 1327 คะแนน/ Multi-core : 4581 คะแนน

  • AuTuTu Benchmark v7.1.0 = 116819 คะแนน

เรื่องกล้องของ Nokia 6.1 Plus ให้กล้องหลักเลนส์คู่เซ็นเซอร์หลักเป็น RGB ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ใช้ระบบโฟกัส PDAF มีรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.0 พิกเซลไซส์ 1.0um ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ Monochrome ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีระยะโฟกัสคงที่ใช้รูรับแสง f/2.4 มีพิกเซลไซส์ 1.12um พร้อมติดตั้งแฟลช Dual-tone LED

ฟีเจอร์การถ่ายภาพด้วยกล้องหลังของรุ่นนี้ก็มีทั้ง Live Bokeh การถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งสามารถปรับแต่งในโหมด Bokeh Editor เพื่อเลือกจุดโฟกัส หรือปรับระดับความเบลอหลังถ่ายได้ ขณะที่การถ่ายในโหมด Manual สามารถเลือกปรับ การรับแสง, ระยะโฟกัส, White Balance และการชดเชยแสง +-2 ด้านการถ่ายวีดีโอของรุ่นนี้รองความละเอียดสูงสุด 1080p@30fps (gyro-EIS)

ด้านกล้องหน้าของรุ่นนี้ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีระยะโฟกัสคงที่รูรับแสง f/2.0 มีพิกเซลไซส์ 1.0um มีโหมด Beauty ที่ทำงานทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง รวมถึงโหมด Bokeh เซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอ ส่วนโหมด Manual สามารถเลือกปรับ การรับแสง, White Balance และการชดเชยแสง +-2

สำหรับมุมกล้องแบบ Bothie อันเป็นเอกลักษณ์ของ Nokia หรือการใช้กล้องถ่ายรูปจากด้านหน้าและด้านหลังพร้อมกัน ก็ยังคงมีให้ใช้สามารถจับได้ทั้งภาพนิ่งหรือวิดีโอ และยังนำไปใช้ในการ Live ผ่าน Facebook หรือ Youtube และมีการทำงานคู่กับ AI ทำให้การทำงานจากกล้องทั้ง 2 ด้านมีความลื่นไหลมากยิ่งขึ้น โดยปรับได้ 2 โหมดคือ P-I-P (Picture-In-Picture) และแบบ Dual

ด้านลูกเล่น Sticker ก็มีให้ใช้ซึ่งก็สามารถตรวจจับใบหน้าของแบบได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากมีตัวช่วยอย่างระบบ AI แต่ตัวเลือกตอนนี้ยังคงมีให้น้อยไปนิด

  • ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Nokia 6.1 Plus

Nokia 6.1 Plus วางจำหน่ายในไทยเป็นที่เรียบร้อยเคาะราคาที่ 8,990 บาท สามารถหาซื้อได้ผ่านช่องทางจำหน่ายของ Nokia ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ Nokia Official บน Shopee และ JD Central

About Author

RingRangRung

RingRangRung