Google เผยคนไทย 3 ใน 5 เคยโดนถูกล้วงข้อมูลส่วนตัว แต่ 95% ยังคงใช้รหัสผ่านคาดเดาง่าย

โดย RingRangRung | 2 พฤศจิกายน 2564 เมื่อ 14:59 น. | อ่าน 224
Google

Google ปล่อยรายงานผลสำรวจเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางดิจิทัลพบว่าผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทยเคยประสบปัญหาการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือมีคนรู้จักที่เคยประสบปัญหาเดียวกันถึง 3 ใน 5 แต่ 95% ของผู้ตอบแบบสอบถามก็ยังคงมีพฤติกรรมการใช้งานออนไลน์ที่ไม่รัดกุม

GOOGLE เพิ่มเครื่องมือตั้งสายกีตาร์เพียงแค่พิมพ์ค้นหา “GOOGLE TUNER”

Google ปล่อยรายงานผลสำรวจเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางดิจิทัลพบว่าผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทยเคยประสบปัญหาการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือมีคนรู้จักที่เคยประสบปัญหาเดียวกันถึง 3 ใน 5 แต่ 95% ของผู้ตอบแบบสอบถามก็ยังคงมีพฤติกรรมการใช้งานออนไลน์ที่ไม่รัดกุม

ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา Google ได้มอบหมายให้ YouGov เป็นผู้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 13,000 คน ใน 11 ประเทศทั่วเอเชีย เพื่อทำข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลที่ไม่รัดกุม และเน้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น

จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การทำกิจกรรมออนไลน์เติบโตขึ้นมากซึ่งค่าเฉลี่ยในปัจจุบันมีรหัสผ่านเพิ่มขึ้นมากกว่าช่องก่อนการระบาดถึง 25% ทำให้โดยเฉลี่ยแล้วผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีรหัสผ่านมากถึง 80 รหัส ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะจำรหัสทั้งหมด

เมื่อเทียบกับข้อมูลดังกล่าวจากผลการสำรวจของ Google พบว่า 81% ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทยใช้รหัสผ่านเดียวกันสำหรับหลายๆ เว็บไซต์ โดย 2 ใน 3 ยอมรับว่านำรหัสผ่านมาใช้ซ้ำกันมากถึง 10 เว็บไซต์ ซึ่งในบรรดาผู้ที่ใช้รหัสผ่านซ้ำนี้ 41% ให้เหตุผลว่าที่ทำแบบนั้นเพราะกลัวว่าจะลืมรหัสผ่านใหม่ ในขณะที่ 30% บอกว่าการใช้รหัสผ่านซ้ำๆ กันเป็นวิธีที่สะดวก

ที่น่ากังวลก็คือ 3 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่าใช้รหัสผ่านที่คาดเดาได้ ซึ่งประกอบด้วยวันสำคัญ, คนสำคัญ, ชื่อสัตว์เลี้ยง และแม้แต่รหัสไปรษณีย์ ที่แย่ไปกว่านั้นคือเกือบ 1 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่าบันทึกรหัสผ่านในแอป Notes บนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ารหัสโดยค่าเริ่มต้น

แม้ว่าผลสำรวจดังกล่าวจะอยู่น่าหวั่นใจแต่ก็ยังคงมีความหวังอยู่ โดยที่ฝั่งผู้ตอบแบบสอบถามเองก็ปรารถนาที่จะมีความรับผิดชอบทางดิจิทัลมากขึ้น โดย 66% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะใช้การตรวจสอบสิทธิ์แบบ 2 ปัจจัย (Two-Factor Authentication: 2FA) ถึงแม้จะไม่ได้มีการบังคับใช้ก็ตาม

ขณะที่ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามยังบอกด้วยว่าพวกเขาจะเปลี่ยนรหัสผ่านทันทีเมื่อเจอกับสิ่งที่น่าจะเป็นการละเมิดข้อมูล และที่น่าสนใจคือ 30% ของผู้ที่บอกว่าจะไม่เปลี่ยนรหัสผ่านในทันทีมักขาดความระมัดระวัง โดยกล่าวว่าการแจ้งเตือนการละเมิดอาจเป็นกลลวงของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี

จากข้อสังเกตเชิงบวกนี้ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามมีแนวโน้มที่จะใช้เครื่องมือจัดการรหัสผ่าน แม้ว่าในปัจจุบันจะมีเพียงแค่ 6% เท่านั้นที่ใช้เครื่องมือดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้ทาง Google จึงได้แนะนำเครื่องมือฟรีและแนวทางการเสริมความปลอดภัยทางออนไลน์ด้วยเคล็ดลับ 3 ข้อดังนี้

ปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัย และสร้างรหัสผ่านที่รัดกุมมากขึ้น

การนำรหัสผ่านดิจิทัลมาใช้ซ้ำก็เหมือนการใช้กุญแจเดียวกันเพื่อล็อกทั้งบ้าน รถ และสำนักงานของคุณ หากมีคนเข้าถึงกุญแจนั้น ทรัพย์สินทั้งหมดของคุณก็อาจถูกบุกรุกได้ เช่นเดียวกับการใช้รหัสผ่านที่ไม่รัดกุมนั่นเอง

รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันและมีประสิทธิภาพสำหรับแต่ละบัญชีสามารถช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารหัสผ่านแต่ละชุดคาดเดาได้ยาก และถ้าจะให้ดีต้องมีอักขระไม่น้อยกว่า 8 ตัว ซึ่งสามารถกำหนดได้จากเครื่องมือจัดการรหัสผ่านทั้ง การตรวจสอบรหัสผ่าน (Password Checkup) ที่อยู่ในเครื่องมือจัดการรหัสผ่าน (Password Manager) ของ Google

เปิดการตรวจสอบสิทธิ์แบบ 2 ปัจจัย

การตั้งค่าการตรวจสอบสิทธิ์แบบ 2 ปัจจัย (Two-Factor Authentication: 2FA) หรือที่เรียกว่าการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน (2-Step Verification) ช่วยลดโอกาสที่ผู้อื่นจะเข้าถึงบัญชีของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาตได้อย่างมาก ส่วนใหญ่แล้ว การป้องกันการลงชื่อเข้าใช้อัตโนมัติของ Google นั้นก็เกินพอแล้ว แต่ทุกคนควรรู้ไว้ว่าการตรวจสอบสิทธิ์แบบ 2 ปัจจัยเป็นรูปแบบการยืนยันเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งให้กับบัญชีของคุณ

การตรวจสอบสิทธิ์แบบ 2 ปัจจัยกำหนดให้ผู้ใช้ทำตามขั้นตอนที่ 2 ทุกครั้งที่ลงชื่อเข้าใช้บัญชี นอกเหนือจากชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ตัวอย่างของการทำการยืนยันขั้นตอนที่ 2 ได้แก่ ข้อความ SMS รหัส 6 หลักที่สร้างโดยแอป ข้อความแจ้งที่คุณได้รับจากอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ หรือการใช้คีย์ความปลอดภัยจริง

ยกระดับความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น และทำการตรวจสอบความปลอดภัยของ Google ให้เสร็จสิ้น

การทำการตรวจสอบความปลอดภัย (Security Checkup) ช่วยให้ทุกคนท่องโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น การตรวจสอบความปลอดภัยของ Google เป็นเครื่องมือที่ผู้ใช้สามารถใช้ได้บ่อยๆ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับบัญชี Google ของตน โดยใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 2 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้และใช้งานได้จริง ซึ่งจะแนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ เว็บไซต์และแอปของบุคคลที่สามที่มีความเสี่ยงซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนได้ รวมทั้งตัวเลือกการตรวจสอบสิทธิ์แบบ 2 ปัจจัย

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners