[Review] motorola one vision บันเทิงเต็มอิ่มกับหน้าจอ Ultra-Wide พร้อมกล้องหลัง Quad Pixel 48MP

โดย nineFangKhaoW | 1 กรกฎาคม 2562 เมื่อ 10:00 น. | อ่าน 1,432

สมาร์ทโฟน Android One รุ่นที่สองของแบรนด์โมโตโรล่า (รุ่นแรก motorola one) ซึ่งรุ่นล่าสุดนี้มีการพัฒนาฟีเจอร์เด่น ๆ ให้มีความน่าใช้มากขึ้นกว่าเดิมมาก ทั้งหน้าจอใหม่แบบยาวพิเศษ Ultra-Wide ช่วยให้เต็มอิ่มกับทุกความบันเทิง หรือระบบกล้องสุดล้ำที่ผนวกเทคโนโลยี AI และ Quad Pixel ความละเอียดกล้องหลังสูงถึง 48 ล้านพิกเซล

แกะกล่อง motorola one vision ออกมาจะพบกับตัวเครื่องและอุปกรณ์มาตรฐานที่ประกอบด้วย

  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ TurboPower15W (5V-3A)
  • สายชาร์จแบบ USB Type-C
  • หูฟัง
  • เคสซิลิโคนใส
  • ฟิล์มกันรอยหน้าจอ
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน

โดยเคสซิลิโคนใสที่ให้มานั้นจะใส่เครื่องมาตั้งแต่แรก ส่วนฟิล์มกันรอยหน้าจอยังไม่ได้ติดมาให้ ซึ่งถึงแม้จะเป็นออปชั่นเสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าว่ากันด้วยเครื่องในกลุ่มระดับราคากลาง ๆ ในปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง หลายแบรนด์ก็มักจะลดต้นทุนโดยตัดสองอย่างนี้ไป นั่นคือต้องไปหาเอง หรือหลาย ๆ รุ่นเดี๋ยวนี้บางทีก็ไม่ค่อยแถมหูฟังให้แล้ว

มาดูหน้าตาของ motorola one vision ที่ต้องบอกว่ามีการปรับฟีเจอร์ใหม่หมดเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบด้านการถ่ายภาพและดูวิดีโอผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น โดยมีดีไซน์ที่เน้นความสวยงามเรียบง่าย ใช้หน้าจอแบบ CinemaVision ขนาด 6.3 นิ้ว สัดส่วน 21:9 ความละเอียด Full HD+ (2520 x 1080 พิกเซล) ที่ถือเป็นครั้งแรกของสมาร์ทโฟนโมโตโรล่าที่มีหน้าจอยาวพิเศษแบบ Ultra-Wide จึงช่วยให้เต็มอิ่มกับการรับชมภาพยนตร์ วิดีโอ หรือคอนเทนต์บนหน้าจอที่กว้างขึ้นกว่าที่เคย

บริเวณด้านบนของหน้าจอ motorola one vision จะมีกล้องหน้าฝังอยู่ในหน้าจอตรงมุมบนด้านซ้าย ซึ่งเป็นกล้องความละเอียด 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มีเทคโนโลยี Quad Pixel

ส่วนบริเวณด้านล่างของหน้าจอ ที่ส่วนใหญ่เราอาจจะคุ้นชินกับปุ่มนำทางที่เป็นไอคอนปุ่มย้อนกลับ ปุ่มโฮม และปุ่มเมนูแบบ On-Screen สัมผัสบนจอ แต่ของ motorola one vision จะเป็นแบบขีดยาวขีดเดียว ซึ่งการใช้งานคือกดที่ปุ่ม ๆ นี้ หรือเลื่อนไปทางซ้ายและขวา ก็ค่อนข้างใช้งานได้สะดวกดีทีเดียว และหน้าจอยังดูไม่รกอีกด้วย

ถัดมาที่ด้านหลังตัวเครื่อง motorola one vision ถ้าไล่จากด้านบนลงมาก็จะประกอบด้วย กล้องถ่ายรูปแบบกล้องคู่ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล + 5 ล้านพิกเซล พร้อมกันสั่น OIS รูรับแสง f/1.7 มีเทคโนโลยี Quad Pixel ไฟแฟลช LED คู่ ถัดมาเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่มีโลโก้แบรนด์โมโตโรล่าอยู่ตรงกลาง และด้านล่างมีคำว่า Android One กำกับ

ฝาหลังของ motorola one vision นี้จะใช้วัสดุที่เป็นกระจก Corning Gorilla Glass 4 ดูพรีเมี่ยมหรูหราสวยงาม พร้อมขอบโค้งมนถือจับได้ถนัดมือแม้เพียงมือเดียว แต่ก็อาจเกิดครอบรอยนิ้วมือได้ง่ายหากไม่ใส่เคสคงต้องหมั่นเช็ดบ่อย ๆ โดยมี 2 สีที่วางจำหน่ายคือ สีน้ำเงิน (Sapphire Gradient) และทองแดง (Bronze Gradient) ที่เป็นเครื่องรีวิวในครั้งนี้ โดยเวลาเอียงเครื่องไปมาก็จะเห็นเป็นสีเหลือบไล่เฉดโทนน้ำตาล ๆ ทองแดง ดูสวยงามมาก

ตรงขอบรอบตัวเครื่องใช้วัสดุแบบโลหะเพื่อเสริมความพรีเมียมและทนทานมากขึ้น ที่ขอบด้านบนมีไมค์ตัดเสียงรบกวน และช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร ส่วนขอบด้านล่างมีช่องเสียบสายชาร์จแบบ USB Type-C ไมค์สำหรับการสนทนาโทรศัพท์ และลำโพง

ขณะที่ชอบด้านช้างฝั่งขวาจะเป็นที่อยู่ของปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง พร้อมกับปุ่มกดสำหรับเพิ่ม/ลดเสียง และสุดท้ายที่ขอบด้านซ้ายจะมีเพียงช่องใส่ถาดซิมการ์ด

โดยถาดใส่ซิมการ์ดของ motorola one vision จะเป็นแบบไฮบริดที่ต้องเลือกว่า Slot 2 นั้นจะใส่เป็นซิมหรือเพิ่มหน่วยความจำ Micro SD Card

หน้าตาอินเตอร์เฟสของ motorola one vision ก็จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie (One Edition) เมนูตั้งค่าการใช้งานต่าง ๆ ก็เหมือนกันกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วไป ที่ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน และยังได้อัปเดตการรักษาความปลอดภัยทุกเดือนต่อเนื่องกันนาน 3 ปี

ด้านขุมพลังภายในของ motorola one vision นั้นอัดมาด้วยชิปประมวลผล Exynos 9609 Octa-core 2.2 GHz ให้ประสิทธิภาพในการใช้งานที่เร็วแรงดี พร้อมทั้งหน่วยความจำ RAM 4GB / ROM 128GB และรองรับหน่วยความจำเสริม Micro SD Card สูงสุด 512GB ส่วนแบตเตอรี่ก็ให้มาแบบอึด ๆ ที่ความจุ 3500mAh รองรับการชาร์จไว TurboPower 15W เพียงการชาร์ตแค่ 15 นาที สามารถใช้งานได้นานถึง 7 ชั่วโมง

จากการที่เป็นสมาร์ทโฟน Android One ตัวเครื่องและข้อมูลต่าง ๆ ก็จะได้รับการดูแลปกป้องขั้นสูงสุด เพราะระบบความปลอดภัยที่ทำการอัปเกรดอย่างสม่ำเสมอในทุก ๆ เดือน รวมถึง Google Play Protect ที่จะคอยช่วยสแกนตรวจสอบข้อมูลบนแอปพลิเคชันกว่า 50 ล้านแอปฯ ในแต่ละวัน ส่วนระบบความปลอดภัยของตัวเครื่อง แน่นอนว่ามีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ รวมทั้งเทคโนโลยีสแกนใบหน้า

ผลการทดสอบประสิทธิภาพตัวเครื่องด้วยแอปฯ AuTuTu Benchmark v7.2.2 ได้คะแนนรวมไป 149159 คะแนน ส่วน Geekbench 4 แบบ Single-Core ได้คะแนน 1606 คะแนน / Multi-Core ได้คะแนน 5454 คะแนน

ลองทดสอบเล่นเกมต่าง ๆ เริ่มด้วยเกมสุดฮิต PUBG MOBILE สามารถตั้งค่าความละเอียดกราฟิกสูงสุดได้เลย เพราะตัวเครื่อง motorola one vision ให้สเปกมาแบบเหลือ ๆ อยู่แล้ว หรือเกมรถแข่ง Asphalt 9: Legends ก็เล่นได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุดสักนิด แถมกราฟิกยังสวยสุด ๆ

อยากเปิดแอปพลิเคชันหลายแอปฯ พร้อม ๆ กันนั้นเครื่องก็ยังทำงานได้ดีไม่มีปัญหา

motorola one vision นอกจากจะเต็มอิ่มกับทุกความบันเทิงด้วยหน้าจอแบบยาวพิเศษ Ultra-Wide แล้ว ยังมีระบบเสียง Dolby Audio เสริมอรรถรสด้านความบันเทิงให้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งสามารถปรับเลือกได้ทั้งแบบอัจฉริยะ เพลง หรือภาพยนตร์

motorola one vision มีฟีเจอร์ Moto Actions สำหรับการควบคุมโทรศัพท์ด้วยท่าทางต่าง ๆ เช่น การจับภาพหน้าจอด้วยสามนิ้ว การใช้ปุ่มนำทางด้วยปุ่มเดียว การเปิด/ปิดไปฉายด้วนการเขย่าเครื่องสองครั้ง หรือการเข้าโหมดกล้องถ่ายรูปด้วยการพลิกตัวเครื่องสองครั้ง

มาถึงเรื่องกล้องกันบ้าง ก็ต้องบอกว่า motorola one vision รุ่นนี้ไม่ธรรมดาเลย ด้วยการมาพร้อมกับกล้องหลังเทคโนโลยี Quad Pixel ด้วยการรวมทั้ง 4 พิกเซล ให้ทำงานร่วมกันที่ขนาดพิกเซล 1.6 µm ความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล มีความไวต่อแสง 4 เท่า สามารถถ่ายภาพที่คมชัดความละเอียด 12 ล้านพิกเซล

โดยเซ็นเซอร์กล้องหลังความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มาพร้อมระบบกันสั่นแบบ OIS และโหมดใหม่ Night Vision สำหรับการถ่ายภาพกลางคืน ซึ่ง OIS ช่วยเรื่องการถ่ายภาพหรือวิดีโอที่เบลอไม่ชัดเจน ขณะที่โหมดถ่ายภาพกลางคืนทำให้ภาพถ่ายสดใสและคมชัดแม้อยู่ในที่แสงน้อย

ขณะที่กล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล ช่วยเพิ่มทางเลือกการถ่ายภาพเซลฟี่ในสภาวะต่าง ๆ ได้อย่างสวยงามแม้กระทั่งอยู่ในที่แสงน้อย มีเทคโนโลยี Quad Pixel ขนาด 1.8µm ให้ภาพเซลฟี่ที่คมชัด

พวกโหมดถ่ายภาพและการปรับตั้งค่าต่าง ๆ ก็ปรับแต่งได้เยอะ โดยมีความโดดเด่นเรื่องการปรับจุดโฟกัสได้อย่างแม่นยำ พร้อมระบบซอฟต์แวร์ประมวลผลแบบอัตโนมัติ ช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้สนุกและง่ายแทบทุก ๆ โหมด การถ่ายวิดีโอรองรับความละเอียดสูงสุดระดับ 4K

โดยโหมดสำหรับถ่ายภาพต่าง ๆ นั้นก็มีมาครบ นอกจากโหมดถ่ายแบบปกติ ก็มีทั้งโหมดโปร กลางคืน พาโนรามา ภาพบุคคล คัตเอาท์ สีเฉพาะจุด และฟิลเตอร์ ส่วยโหมดสำหับถ่ายวิดีโอก็มีทั้งสโลว์โมชั่น ไทม์แลปส์ และ YouTube สด

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ motorola one vision

สรุปข้อมูลสเปกของ motorola one vision

  • หน้าจอ 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2520 x 1080 พิกเซล) CinemaVision อัตราส่วน 21:9
  • หน่วยประมวลผล Exynos 9609 Octa-core 2.2 GHz
  • หน่วยความจำ RAM 4GB / ROM 128GB (รองรับ Micro SD Card สูงสุด 512GB)
  • กล้องหน้า 25MP, f/2.0, Quad Pixel
  • กล้องหลัง 48MP + OIS + 5MP, f/1.7 , Quad Pixel, ไฟแฟลช LED คู่
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie
  • ขนาดตัวเครื่อง 160.1 x 71.2 x 8.7 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 180 กรัม
  • แบตเตอรี่ 3500mAh (รองรับการชาร์จ TurboPower15W)
  • รองรับซิมการ์ด 2 ซิมแบบ Hybrid Slot (ซิม 1 + ซิม 2 หรือ Micro SD Card)
  • การเชื่อมต่อ 4G LTE, Wi-Fi 802.1.1 a/b/g/n/ac (2.4/5GHz), NFC, Bluetooth 5.0 EDR + BLE, NUSB Type-C
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ปลดล๊อกด้วยใบหน้า
  • สีที่วางจำหน่าย น้ำเงิน (Saphire Gradient) และทองแดง (Bronze Gradient)
  • ราคาจำหน่าย 9,990 บาท

ก็นับว่า motorola one vision รุ่นนี้เป็นหนึ่งในมือถือที่ตอบโจทย์สำหรับคอบันเทิงอย่างแท้จริง ที่นอกจากความต้องการสเปกเครื่องแรง ๆ แล้ว ยังมีหน้าจอแบบยาวพิเศษ Ultra-Wide รวมทั้งระบบเสียง Dolby Audio ที่มาช่วยเสริมอรรถรสด้านความบันเทิง

ส่วนเรื่องกล้องถ่ายภาพก็ทำได้ไม่น้อยหน้าบรรดารุ่นแพง ๆ ในท้องตลาดเลย ถ่ายภาพได้สวยจริง ลูกเล่นเยอะ อีกทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้แบบเหลือ ๆ เพียงพอตลอดวัน ซึ่งจุดเด่นในหลาย ๆ เรื่องที่ได้กล่าวไปนั้น ก็คุ้มค่าเกินราคาค่าตัวไม่แพ้กันกับสมาร์ทโฟนระดับราคาหมื่นบาทเลยก็ว่าได้

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners