Jabra เปิดตัวหูฟัง Elite 3 , Elite 7 Pro และ Elite 7 Active เริ่มขายในไทยแล้ววันนี้

โดย RingRangRung | 1 กันยายน 2564 เมื่อ 14:46 น. | อ่าน 314
Jabra Elite 3

Jabra เปิดตัวหูฟัง TWS รุ่นใหม่ล่าสุดโดยมาพร้อมกันถึงสามตัวประกอบด้วย Elite 3, Elite 7 Active และ Elite 7 Pro โดยที่จะเริ่มมีขายในไทยด้วยน้องเล็ก Elite 3 และ Elite 2

หูฟังรุ่นใหม่ของ Jabra ทั้ง 3 ตัวทำออกมาครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลาย เริ่มจากตัว Elite 7 Pro เจาะกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการหูฟังที่มีคุณภาพสูงทั้งด้านเสียง และการสื่อสารที่ชัดเจน

หูฟังรุ่นนี้มีเทคโนโลยี Jabra MultiSensor Voice ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเซ็นเซอร์ Bone Conduction ที่ตรวจจับเสียงผ่านการสั่นสะเทือนของกระดูกกราม, ไมโครโฟน 4 ตัวที่หูฟัง และระบบอัลกอริธึม เพื่อปรับคุณภาพเสียงให้เหมาะสมสำหรับการสื่อสาร อีกทั้งยังมีระบบตัดเสียงรบกวน Active noise cancellation

สำหรับตัวหูฟังมีการออกแบบรูปทรงเอียร์บัดใหม่ที่มีขนาดกระทัดรัดกว่า Elite 75t ถึง 16% ซึ่งเป็นการออกแบบโดยอิงจากการสแกนใบหูในรูปแบบต่างๆ ถึง 62,000 ครั้ง และตัวหูฟังก็มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP57 มีฟังค์ชั่น MySound, MyFit และ MyControl ที่เปิดใช้ได้ผ่านแอป Jabra Sound+

นอกจากนี้ตัวหูฟังยังรองรับการใช้งานได้นาน 9 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC และอยู่ได้นาน 35 ชั่วโมง เมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ สำหรับราคาขายในฝั่งสหรัฐฯ อยู่ที่ 229 เหรียญ หรือราว 7,300 บาท โดยมีให้เลือกสี Black, Gold Beige และ Titanium Black เริ่มเปิดพรีออเดอร์ 1 ตุลาคม

ต่อมาเป็น Jabra Elite 7 Active ซึ่งเจาะตลาดกลุ่มผู้ใช้ที่ชอบทำกิจกรรม ทั้งการออกกำลังกายในฟิตเนส, วิ่ง และกิจกรรมอื่นๆ ที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวร่างกายเยอะๆ โดยที่หูฟังรุ่นนี้ให้ประสบการณ์ด้านเสียงที่ใกล้เคียงกับตัว Pro แต่ไม่มี MultiSensor Voice แต่มีระบบตัดเสิยงรบกวน ANC และเทคโนโลยีตัดเสียงลมที่ไมค์

จุดเด่นของหูฟังตัวนี้คือการออกแบบที่กระชับกับหูของผู้ใช้ด้วยเทคโนโลยีการเคลือบพื้นผิว ShakeGrip ที่จะทำให้หูฟังเกาะกับหูผู้ใช้ได้ดีขึ้น สำหรับอายุการใช้งานอยู่ที่ 9 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC และอยู่ได้นาน 35 ชั่วโมง เมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ ตัวหูฟังมีขายในสี Navy, Mint และ Black สนนราคาที่ 199 เหรียญ หรือราว 6,400 บาท เริ่มวางขาย 15 ตุลาคม

สุดท้ายเป็น Jabra Elite 3 ที่เจาะตลาดกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่นและเป็นรุ่นที่มีราคาถูกที่สุดในการเปิดตัวรอบนี้ โดยที่หูฟังมี ไดรเวอร์ขนาด 6 มม. และมีไมโครโฟน 4 ตัว สำหรับการโทรที่มีคุณภาพ และทนต่อเหงื่อและป้องกันน้ำตามมาตรฐาน IPX55

ที่หูฟังมีชิป Qualcomm aptX HD มีแบตเตอรี่ใช้งานได้นานต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง และอยู่ได้นาน 28 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคส ซึ่งหูฟังรุ่นนี้ไม่มีระบบ ANC แต่ก็มีระบบ Noise Isolation ที่ค่อนข้างโดดเด่น และมี Transparency mode ให้ใช้งาน โดยที่ Jabra Elite 3 มีขายในสี Dark Grey, Navy, Lilac และ Light Beige สนนราคาที่ 89 เหรียญ หรือราว 2,800 บาท

สำหรับกำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทยทาง Jabra จะเริ่มด้วยการส่ง Elite 3เข้ามาขายสนนราคาที่ 2,990 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพสินค้า 2 ปี สำหรับ Elite 7 Pro และ Elite 7 Active จะเข้ามาในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีส่วนจะเปิดราคามาเท่าไรนั้นก็ต้องรอติดตาม

นอกจาก Elite 3 ที่มาเข้ามาแล้วก็ยังมีรุ่นที่เป็นตัวรองกว่าอย่าง Elite 2 เข้ามาขายพร้อมกันด้วยสนนราคาที่ 2,290 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพสินค้า 2 ปี  โดยที่หูฟังรุ่นนี้ดีไซน์สวมใส่สบาย มีไดร์เวอร์ขนาด 6 มม. มีไมโครโฟน 2 ตัว และสามารถตัดเสียงรบกวนภายนอก(Passive Niose Cancellation) ทนต่อเหงื่อและป้องกันน้ำตามมาตรฐาน IPX55 แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 21 ชั่วโมง มีให้เลือก 2 สี คือ NAVY และ Dark Grey 

สำหรับใครที่สนใจ Jabra Elite 2 และ Jabra Elite 3 สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ Studio7, iStudio by copperwired, iStudio by SPVi, Jaymart, Dotlife, Banana IT, Munkonggadget, Mercular, Powermall และ Powerbuy

ที่มา: theverge.com

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners