พรีวิว iPad mini (6th Gen) แท็บเล็ตตัวเล็ก สเปคแรง ใช้ Apple Pencil 2 ได้

โดย RingRangRung | 30 กันยายน 2564 เมื่อ 16:44 น. | อ่าน 341
พรีวิว iPad mini (6th Gen) แท็บเล็ตตัวเล็ก สเปคแรง ใช้ Apple Pencil 2 ได้

เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจในงานเปิดตัวของ Apple ยิ่งกว่า iPhone 13 Series ที่เป็นพระเอกของงานเสียอีก สำหรับ iPad mini 6 ที่ตอนนี้ก็ได้ฤกษ์วางจำหน่ายในไทยเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเราก็ไม่พลาดไปเอาตัวจริงมาให้ชมกันแบบด่วนๆ

สเปค iPad mini (รุ่นที่ 6)

  • ขนาดเครื่อง 195.4×134.8×6.3มม. หนัก 293 กรัม (รุ่น Wi-Fi) / 297 กรัม (รุ่น Wi-Fi + Cellular)
  • จอ Liquis Retina 8.3 นิ้ว ความละเอียด 2266 x 1488 พิกเซล รีเฟรชเรท 60Hz
  • รองรับการทำงานกับ Apple Pencil รุ่นที่ 2
  • ชิปเซต Apple A15 Bionic
  • กล้องหน้า 12MP F/2.4 มุมมองรับภาพ 122 องศา
  • กล้องหลัง 12MP F/1.8, AF มีแฟลช True Tone แบบ LED สี่ดวง
  • รองรับการถ่ายวีดีโอสูงสุด [email protected]
  • ระบบเสียง 2 ลำโพงในโหมดแนวนอน
  • รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 802.11. a/b/g/n/ac/6 + Bluetooth 5.0
  • ใช้งานได้กับคีย์บอร์ด Bluetooth
  • รองรับ 5G (Sub-6GHz) ใช้ nano SIM และมี eSIM
  • มี Touch ID
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง ชาร์จไฟผ่านพอร์ต USB-C
  • ระบบปฏิบัติการ iPadOS 15
  • สีที่ขาย เทาสเปซเกรย์, ชมพู, ม่วง, สตาร์ไลท์
  • ความจุและสเปคที่มีขาย
    • Wi-Fi64GB = 17,900 บาท
    • Wi-Fi 256GB = 23,400 บาท
    • Wi-Fi+Cellular 64GB = 23,400 บาท
    • Wi-Fi+Cellular 256GB = 28,900 บาท

แกะกล่อง ส่องดีไซน์

เริ่มจากการแกะกล่องกันก่อน iPad mini รุ่นใหม่ หรือ iPad mini รุ่นที่ 6 มากับแพ็คเกจแบบมาตรฐานไม่ได้เดินตามนโยบายรักษ์โลก ซึ่งในกล่องยังคงมีการแถมสายชาร์จ USB‑C ความยาว 1 เมตร กับ อะแดปเตอร์แปลงไฟ USB‑C ขนาด 20 วัตต์ มาให้

ด้านดีไซน์เครื่องรุ่นนี้มีการยกเครื่องดีไซน์จากรุ่นที่ 5 อย่างชัดเจน ด้วยการทำขอบเครื่องให้เป็นแบบเหลี่ยม ส่วนสีที่ขายก็มีอยู่ 4 สี คือ เทาสเปซเกรย์, ชมพู, สตาร์ไลท์ และม่วง

วัสดุตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมที่ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นวัสดุรีไซเคิลแบบ 100% ขณะที่ด้านหน้าคลุมด้วยกระจก สำหรับสีม่วงที่เราได้มาส่วนตัวมองว่ามีความไม่ตรงปกเล็กน้อย เพราะเหมือนจะเป็นสีเงินอมม่วง มากกว่าจะเป็นม่วงแบบพาสเทลตามภาพเรนเดอร์ที่เห็นจากหน้าเว็บ

ขนาดตัวเครื่องรุ่นนี้ใกล้เคียงกับรุ่นที่ออกมาในปี 2019 เช่นเดียวกันกับน้ำหนักที่ลดลงเล็กน้อย แน่นอนว่ายังเป็นแท็บเล็ตที่พกพาง่ายตอบโจทย์กลุ่มนักเรียน นักศึกษา, คนที่ต้องทำงานนอกสถานที่ หรือต้องเดินทางบ่อยๆ ซึ่งส่วนตัวแล้วชอบฟีลการสัมผัสของรุ่นนี้ที่ให้ความรู้สึกที่พรีเมี่ยมมากกว่ารุ่นก่อน

มาถึงหน้าจอกันบ้าง iPad mini ตัวใหม่ใช้จอภาพ Liquid Retina ขนาด 8.3 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี IPS มีความหนาแน่นพิกเซล 326ppi จอภาพรองรับการแสดงผลสีแบบ P3 wide colour gamut และการแสดงผลแบบ True Tone สามารถดันความสว่างได้สูงสุด 500nits

หน้าจอรุ่นนี้เป็นแบบ Full Lamination จะให้ภาพที่ดีกว่า มีการสะท้อนของหน้าจอน้อยกว่า และกระจกหน้าจอมีการเค
เคลือบสารกันรอยนิ้วมือ สารกันแสงสะท้อน ซึ่งลดการสะท้อนกลับของแสงได้ 1.8%

สำหรับอัตรารีเฟรชเรทของจอยังอยู่ที่ 60Hz โดยที่เครื่องวางจำหน่ายก็มีรายงานการพบปัญหา Jelly Scrolling หรือจอภาพเป็นวุ้น ซึ่งเมื่อเลื่อนหน้าจอในแนวตั้งก็จะเห็นการแสดงผลที่ไหล่เป็นคลื่นไม่สม่ำเสมอกัน และจะยิ่งเห็นได้ชัดเวลาอ่านเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือที่มีการเรียงบรรทัดอย่างชัดเจน

IPAD MINI (รุ่นที่ 6) พบปัญหา JELLY SCROLLING หรือจอภาพเป็นวุ้น เมื่อเลื่อนจอในแนวตั้ง

ขณะที่ Apple เองก็ได้รับทราบถึงปัญหาพร้อมระบุว่าเป็นเรื่องปกติของจอ LCD ที่ดีไซน์มาเพื่อให้แสดงผลแบบบรรทัดต่อบรรทัดที่อาจจะเกิดการดีเลย์เล็กน้อย ส่งผลให้บรรทัดด้านบนของหน้าจอเลื่อนเร็วกว่าฝั่งด้านล่าง สำหรับเครื่องของเราเองก็มีปัญหานี้เช่นกัน แต่โดยส่วนตัวไม่กระทบต่อการใช้งาน แต่ก็เข้าใจในมุมของผู้ใช้บางคนที่สายตาเซนซิทีฟกับจุดนี้ซึ่งน่าจะรำคาญมากๆ หากต้องพบจอลูกคลื่นทุกครั้งที่ไถหน้าจอขึ้นลง และได้แต่หวังว่า Apple จะไม่ปล่อยผ่านจัดการออกอัพเดตเพื่อแก้ไขในเร็วๆ นี้

ใครที่เป็นสายขีดๆ เขียนๆ ต้องจดบันทึกอะไรบ่อยๆ ก็น่าจะถูกใจกับ iPad mini (6th Gen) เพราะรุ่นนี้รองรับการทำงานร่วมกับ Apple Pencil (รุ่นที่ 2) ซึ่งสามารถแปะชาร์จแบบแม่เหล็กกับขอบแท็บเล็ตทางฝั่งขวาได้เลย

iPad mini รุ่นใหม่ไม่มีปุ่ม Home อีกแล้วทำให้หน้าจอมีพื้นที่การใช้งานเพิ่มขึ้นภายใต้สัดส่วนเครื่องที่เท่าเดิม ขณะที่กล้องหน้ายังอยู่ที่ขอบจอด้านบน

ด้านปุ่มกดต่างๆ ทั้งปุ่มพาวเวอร์ที่เป็นระบบสแกนลายนิ้วมือ Touch ID และปุ่มพาวเวอร์ถูกย้ายไปอยู่ที่ขอบด้านบนของเครื่อง ขณะที่ขอบเครื่องด้านขวาถ้าเป็นรุ่น Wi-Fi + Cellular จะมีช่องใส่ซิมการ์ด แต่เครื่องของเรารองรับเฉพาะ Wi-Fi เลยไม่มีส่วนนี้

นอกจากนี้ที่ด้านบนและด้านล่างก็ยังมีลำโพงสเตอริโอ ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อในรุ่นนี้เปลี่ยนจาก Lightning มาเป็นพอร์ต USB Type-C อยู่ที่ด้านล่างของเครื่อง และไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. ให้ใช้งาน

เมื่อพลิกมาด้านหลังที่มุมซ้ายบนก็จะเจอกับกล้องหลัง ตรงกลางหลังเครื่องมีโลโก้ Apple ถัดมาด้านล่างเป็นตัวอักษร iPad

เทียบ iPad mini 5th Gen กับ iPad mini 6th Gen

สเปคถึงใจด้วยชิป A15 Bionic

มาต่อกันที่เรื่องตัวประมวลผล iPad mini รุ่นที่ 6 สร้างความประทับใจให้กับสาวกด้วยการเรื่องใช้ชิป A15 Bionic ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม 64 บิต แบบเดียวกันกับ iPhone 13 Series

ชิปรุุ่นนี้ใช้ CPU 6-Core แบ่งเป็น 4 แกนที่เน้นการทำงานแบบไม่ได้เน้นแรง และ 2 แกนที่เน้นกำลังประมวลผลสูง พร้อมด้วย GPU 4 Core และ Neural Engine ทั้งหมด 16 Core ขนาด 5 นาโนเมตร การประมวลผลลื่นไหล ใช้งานได้คล่องๆ แรงกว่าตัว 5th Gen ที่เป็น A12 Bionic อย่างชัดเจน

เผยคะแนนทดสอบ IPAD MINI (2021) ใช้ GPU แบบเดียวกันกับ IPHONE 13 PRO MAX

ระบบปฏิบัติการที่ติดเครื่องมาเป็นของใหม่ล่าสุด iPadOS 15 ที่เน้นประสิทธิภาพการทำงานแบบ Multitask เพื่อดึงศักยภาพของ iPad ให้ออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่ส่วนตัวแอบขัดใจเรื่องการจัดเรียงไอคอนที่เหลือพื้นที่ตรงขอบไว้เยอะมาก

เรื่องของสเปค RAM ทาง Apple ไม่ได้แจ้งไว้ ซึ่งมีข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการว่ามีขนาด 4GB ส่วนความจำมีตัวเลือก 64GB กับ 256GB เรื่องการเชื่อมต่อเครื่องที่เราได้มาเป็นตัวรองรับเฉพาะ Wi-Fi ที่มีมาตรฐานการเชื่อมต่อ WiFi 802.11. a/b/g/n/ac/6 และ Bluetooth 5.0 ซึ่งใครที่อดทนรอซื้อรุ่น Cellular ได้ก็จะมีการเชื่อมต่อ 5G แบบ Sub-6GHz เสริมมาให้ด้วย

สเปคกล้องตรงตามมาตรฐาน

เรื่องกล้องของ iPad mini รุ่นที่ 6 ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป โดยที่กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 มี ออโต้โฟกัส กับแฟลช True Tone แบบ LED 4 ดวง รองรับการถ่ายวีดีโอสูงสุด [email protected]

ส่วนกล้องหน้าดีถือว่าเป็นไฮไลท์ในจุดนี้เพราะใช้กล้องเลนส์ Ultrawide มุมมองรับภาพ 122 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.4 ซึ่งนอกจากจะเป็นเลนส์เก็บภาพได้ในมุมกว้างแล้ว ตัวกล้องก็ยังมีฟีเจอร์ จัดให้อยู่ตรงกลาง (Center Stage) ที่กล้องจะจัดเฟรม และแพนตามผู้ใช้ในระหว่างการวิดีโอคอล โดยตอนนี้ฟีเจอร์ดังกล่าวก็รองรับในแอป Zoom และ LINE แล้ว

ราคาแอบแรง แต่คนรักยังไงก็ซื้อ

iPad mini รุ่นที่ 6 ปัจจุบันมีวางจำหน่ายในไทยแล้ว โดยเข้ามาก่อนแค่รุ่น Wi-Fi สเปค 64GB อยู่ 17,900 บาท ส่วน 256GB ราคา 23,400 บาท หรือถ้าใครรอได้ก็จะมีรุ่น Wi-Fi + Cellular ตามเข้ามาขาย สเปค 64GB ราคา 23,400 บาท ถ้าเป็น 256GB ราคา 28,900 บาท

ส่วนตัวมองว่าราคาค่อนข้างแรงแต่ถ้าพิจารณาเรื่องความคุ้มค่าจากการซัพพอร์ตจากทางผู้ผลิต หรือจะเป็นเรื่องขนาดเครื่องและรูปแบบการใช้งาน ก็เป็นการลงทุนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกับคนที่อยากอัพเกรดจาก iPad mini รุ่นเดิม ใครที่อยากสัมผัสตัวจริงก็ไปลองเล่นที่หน้าร้านหรือตัวแทนจำหน่ายของ Apple ในไทยได้เลย

IPAD รุ่นใหม่ และ IPAD MINI (รุ่นที่ 6) เปิดจองแล้วในไทย ยังเลือกได้แค่รุ่น WI-FI เท่านั้น

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners