รีวิว HUAWEI WATCH GT 3 สมาร์ทวอทช์สายสุขภาพ แบตอึด ฟีเจอร์แน่น

โดย RingRangRung | 18 พฤศจิกายน 2564 เมื่อ 20:39 น. | อ่าน 1,136
รีวิว HUAWEI WATCH GT 3 สมาร์ทวอทช์สายสุขภาพ แบตอึด ฟีเจอร์แน่น

เปิดราคาไทยกันเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ HUAWEI WATCH GT 3 สมาร์ทวอทช์สุดพรีเมี่ยมของสายดูแลสุขภาพ ที่ดีไซน์สปอร์ต แบตอึด ฟีเจอร์ครบ ในราคาเพียง 7990 บาท ซึ่งใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ เราก็มีรีวิวสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้มาให้อ่านกันเพื่อจะช่วยคุณให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

สารบัญ

สเปค HUAWEI WATCH GT 3 (46mm.) Active Edition

  • ขนาดกรอบนาฬิกา 45.9 x 45.9 x 11 มม. หนัก 42.6 กรัม
  • มีมาตรฐานกันน้ำ 5ATM
  • สายนาฬิกา Fluoroelastomer ขนาด 22มม.
  • หน้าจอ AMOLED 1.43 นิ้ว ความละเอียด 466×466 พิกเซล
  • การเชื่อมต่อ GPS, NFC, 2.4GHz, Bluetooth 5.2 รองรับ BLE/BR/EDR
  • ความจำ RAM 32MB+ROM 4GB
  • มีไมโครโฟนและลำโพงในตัว
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์ Accelerometer / Gyroscope / Geomagnetic / Optical heart rate / Air pressure sensor / Temperature sensor
  • แบตเตอรี่ 455mAh อยู่ได้นานสูงสุด 14 วัน รองรับการชาร์จแบบไร้สาย
  • ระบบปฏิบัติการ Harmony OS
  • รองรับการใช้งานกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 หรือ iOS 9.0 ขึ้นไป
  • อุปกรณ์ในแพ็คเกจ
    • นาฬิกา
    • แท่นชาร์จพร้อมสาย
    • คู่มือการใช้งาน+ข้อมูลความปลอดภัย+ใบรับประกันสินค้า
  • ราคาเปิดตัวในไทย 7990 บาท

พรีวิว HUAWEI WATCH GT 3 สมาร์ทวอทช์ สวย เท่ ดีไซน์สปอร์ต

ดีไซน์

HUAWEI WATCH GT 3 รุ่นที่อยู่ในมือเราตอนนี้เป็นโมเดล Active Edition ที่จะมีความเป็นสปอร์ตตัวเรือนสีดำ มีสายที่ติดมาเป็นวัสดุ Fluoroelastomer สีดำ ขนาด 22มม. จัดว่าสวยเท่เหมาะทั้งใส่ในชีวิตประจำวัน หรือจะใส่ออกกำลังกาย แถมยังใส่ลงน้ำจืดได้ด้วยเพราะมีมาตรฐานกันน้ำ 5ATM

หน้าปัดนาฬิกาเป็นแบบทรงกลมขนาด 46mm. คลุมด้วยกระจกขอบโค้ง 3D Curved Glass และถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นตัวเลขบอกนาทีที่ขอบหน้าปัดนาฬิกา (Bezel) เพื่อให้ยังคงเหลือสไตล์นาฬิกาข้อมือคลาสสิค

ส่วนหน้าจอเป็นแบบสัมผัส AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว ความละเอียด 466×466 พิกเซล มีฟังค์ชั่น Always-on และมี Watch Face ให้เลือกเปลี่ยนกว่า 10,000 แบบ ทั้งแบบที่ฟรีและไม่ฟรี ซึ่งเอาจริงๆ แค่แบบฟรีนี้ก็มีเยอะมากเลือกจับแมตช์กับเครื่องแต่งกายได้สบาย เรื่องการแสดงผลก็หายห่วงดันความสว่างจอสู้แสงแดดเมืองไทยได้ แถมยังทัชติดง่ายดีเลย์ต่ำ

ตัวเรือนด้านขวามีปุ่มกดสองปุ่ม ปุ่มด้านบนเป็นแบบเม็ดมะยมที่นอกจากจะกดเพื่อปลุกหน้าจอ, เข้าหน้าเมนู, กลับหน้า Home และ เข้าหน้า เปิด-ปิด-รีสตาร์ท ได้แล้ว ก็ยังใช้หมุนเพื่อสั่งงานนาฬิกาได้ด้วย ขณะที่ปุ่มด้านล่างจะเป็นทางปุ่มทางลัด ซึ่งค่าพื้นฐานคือกดเพื่อเข้าโหมดออกกำลังกาย

ด้านหลังเครื่องจะเป็นส่วนของเซ็นเซอร์ มีช่องลำโพง กับไมโครโฟนอยู่แถวๆ ด้านซ้ายและขวาของตัวเรือน

ฟีเจอร์ดูแลสุขภาพ

ถ้าพูดถึง WATCH GT Series สิ่งที่เน้นที่สุดคือเรื่องการดูแลสุขภาพ ใน HUAWEI WATCH GT 3 ก็เลือกใช้เซ็นเซอร์ที่ตรวจจับค่าได้แม่นยำ และใช้พลังงานต่ำอย่าง TruSeen 5.0+ เพื่อตรวจจับทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ, ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2) และอุณหภูมิพื้นผิวของร่างกาย (Skin Temperature Detector) ได้ตลอดทั้งวัน เรียกว่าดูแลกันตั้งแต่ตอนตื่นไปจนถึงตอนหลับ และยังแม่นยำโดยใช้เกณฑ์การวัดที่ 5bpm มาพร้อม Photo Diode เพิ่มเป็น 8 ตัว จากของเก่าที่มีแค่ 4 ตัว และใช้ฟิล์มแบบ Micro Nano ที่เพื่อช่วยให้แสงส่องผ่านได้ดีขึ้น

ตลอดการใส่ WATCH GT 3 เราจะได้เห็นข้อมูลสุขภาพอย่างละเอียดทั้งอัตราการเต้นหัวใจที่แจ้งเตือนได้หากมีอาการผิดปกติอย่าง หัวใจเต้นช้าเกินไป หรือเต้นเร็วเกินไป, TruRelax เพื่อตรวจจับระดับความเครียดของผู้สวมใส่, TruSleep ตรวจจับการนอนแบบเรียลไทม์ มีการวัดระดับสเตจการนอนพร้อมให้คะแนนและคำแนะนำการนอน, SpO2 ระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด และ อุณหภูมิพื้นผิวของร่างกาย ที่เหมาะกับสถานการณ์ช่วงนี้ที่ต้องมั่นสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย แต่ต้องบอกก่อนว่าการวัดดังกล่าวเป็นระดับ Consumer Grade คือเป็นข้อมูลที่ใช้สังเกตตัวเองไม่ถึงขึ้นใช้อ้างอิงในทางการแพทย์ได้แบบ 100%

เรื่องการออกกำลังกายนาฬิการุ่นนี้ก็มีโหมดติดตามการออกกำลังกายมากกว่า 100 แบบและมีการตรวจจับการออกกำลังกายแบบ Professional 15 แบบ ซึ่งตัวโปรจะมีรายละเอียดข้อมูลที่มากกว่าโหมดออกกำลังกายทั่วไป นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับการออกกำลังกายแบบอัตโนมัติในกิจกรรมพื้นฐานอย่างการวิ่ง, เดิน, เล่นเครื่องเดินวงรี หรือเล่นเครื่องกรรเชียงบก เป็นต้น

ส่วนใครที่เป็นสายวิ่ง WATCH GT 3 มีการติดตั้งระบบตรวจจับตำแหน่งแบบ Dual-Band L1 และ L5 รองรับทั้ง GPS, GLONASS, Galileo, Beidou และ QZSS จะวิ่งอยู่ในมุมไหนของโลกก็ระบุตำแหน่งได้ พร้อมทั้งมีฟีเจอร์การแท็กเส้นทางแสดงบนหน้าจอนาฬิกาแบบเรียลไทม์เพื่อรองรับการวิ่งย้อนกลับเส้นทางเดิมป้องกันการหลง

เรื่องการวิ่งต้องยอมรับว่าเป็นการออกกำลังกายที่เข้าถึงได้ง่าย และได้รับความนิยมมากที่สุด แต่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะมือใหม่ยังขาดแบบแผนการวิ่งที่จะทำให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพ ซึ่งตัวนาฬิการุ่นนี้ก็มีสิ่งที่เรียกว่า Running Courses คอร์สสำหรับฝึกวิ่งในรูปแบบต่างๆ ทั้งการวิ่งเพื่อออกกำลังกาย หรือการวิ่งเพื่อฝึกซ้อมสำหรับการแข่งขัน

แผนการวิ่งของฟีเจอร์นี้สามารถปรับแต่งได้ตามความเหมาะสม อีกทั้งยังมีข้อมูล Recovery Time หรือระยะเวลาการฟื้นตัวของร่างกายก่อนจะออกกำลังครั้งต่อไป ซึ่งใครที่เป็นสายออกกำลังก็น่าจะทราบดีว่านอกจากการออกแรงแล้ว การหยุดพักเพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัว ก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกายเช่นกัน

อีกสิ่งหนึ่งที่ HUAWEI มอบมาให้ในรุ่นนี้คือระบบการแชร์ข้อมูลสุขภาพจากนาฬิกากับอุปกรณ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นของ HUAWEI เองอย่าง HUAWEI Band 4e, HUAWEI Band 3e หรืออุปกรณ์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดความเร็ว พาวเวอร์มิเตอร์ เครื่องออกกำลังกายที่รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth

ฟีเจอร์ทั่วไปและอายุการใช้งานแบตเตอรี่

WATCH GT 3 Series รันกับระบบ HarmonyOS 2.0 ซึ่งนอกจากการใช้งานกับสมาร์ทโฟน HUAWEI แล้ว นาฬิการุ่นนี้ก็ยังไม่มีข้อจำกัดเรื่องค่ายรองรับการทำงานกับอุปกรณ์ทั้ง Android 6.0 หรือ iOS 9.0 ขึ้นไป ซึ่งการคุมฟังค์ชั่นต่างๆ จะทำผ่าน ‎HUAWEI Health

นาฬิกาใช้ระบบประมวลผล ARM Cortex-M มี RAM 32MB+ROM 4GB รองรับการลงไฟล์เพลงในนาฬิกาเพื่อฟังแบบออฟไลน์ได้มากสุด 500 เพลง พร้อมฟีเจอร์ Music playback คุมโปรแกรมเล่นเพลงบนมือถือจากนาฬิกาได้ แต่ที่เป็นไฮไลท์คือสามารถติดตั้งแอปเพิ่มเติมผ่านระบบสโตร์ App Gallery ได้ ซึ่งช่วงที่เราทดสอบมายังมีตัวเลือกแอปที่น่าสนใจยังไม่เยอะนัก ต่างจากช่วงเปิดตัว HUAWEI WATCH 3 ที่มีแอปไทยเข้ามารองรับตั้งแต่ช่วงแรกที่เปิดตัว

เรื่องการคุยสาย-รับสาย ตัวนาฬิกามีฟีเจอร์ Bluetooth Calling สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อคุยสายผ่านนาฬิกาได้ รวมถึงรองรับการแจ้งเตือนและแสดงข้อความจากแอปบนมือถือ โดยแสดงผลภาษาไทยได้ 100% แต่ยังไม่มีระบบตอบกลับข้อความจากนาฬิกา

มาถึงอายุการใช้งาน WATCH GT 3 รุ่น 46mm. สามารถอยู่ได้นานสูงสุด 14 วัน มีระบบการชาร์จแบบไร้สายและรองรับการชาร์จแบบ Reverse Charging ซึ่งเรื่องความเร็วในการชาร์จจากที่ทดสอบวางชาร์จไว้ 80 นาที ได้แบตเตอรี่มา 49% ไม่ได้ไวมาก แต่ก็พอเอาไปใส่ต่อได้ทั้งวัน แต่สังเกตได้ว่าหลังการชาร์จใหม่ๆ นาฬิกามีอุณภูมิที่สูงขึ้น ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีผลต่อการใช้งานในระยะยาวหรือเปล่า

สรุปการใช้งานและราคา

หลังจากที่ได้รีวิว HUAWEI WATCH GT 3 มาในระยะเวลาหนึ่ง ส่วนตัวมองว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ที่ตอบโจทย์ด้านการดูแลสุขภาพด้วยฟีเจอร์ที่ครบเครื่อง รองรับการออกกำลังกายได้หลากหลาย มีแบตเตอรี่ที่อยู่ทนนาน ไม่มีข้อจำกัดเรื่องการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างค่าย ส่วนเรื่องงานออกแบบใครที่ชอบสมาร์ทวอทช์ที่เหลือความเป็นนาฬิกาข้อมือแบบคลาสสิคอยู่ รุ่นหน้าปัด 46mm. คือตัวเลือกที่ใช้

ทั้งจากที่ทดสอบมาไม่พบระบบตรวจจับการล้ม Fall Detection และแน่นอนว่ารุ่นนี้ไม่มีเวอร์ชั่น eSIM เหมือน HUAWEI WATCH 3 ซึ่งใครที่สนใจ WATCH GT Series รุ่นใหม่ก็ควรใช้ข้อมูลนี้ประกอบการพิจารณาด้วยเพื่อที่จะได้เลือกสมาร์ทวอทช์ที่เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน

รีวิว HUAWEI WATCH 3 ACTIVE EDITION สวยดี ฟีเจอร์เด็ด อัจฉริยะกว่าเดิม

เรื่องราคาและการวางจำหน่ายในไทย HUAWEI WATCH GT 3 Series ในแต่ละรุ่นมีดังนี้

  • 42มม. Active Edition = 7990 บาท
  • 42มม. Elegant Edition = 9490 บาท
  • 46มม. Active Edition = 7990 บาท
  • 46มม. Classic Edition = 8490 บาท

HUAWEI WATCH GT 3 ขนาด 46 มม. เปิดให้สั่งจองได้ที่หน้าร้าน HUAWEI Experience Store และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ รวมถึงช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์ HUAWEI Store และร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของหัวเว่ยใน Shopee, Lazada และ JD Central โปรโมชันพิเศษเมื่อสั่งซื้อล่วงหน้าระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 ถึง 3 ธันวาคม 2564 รับฟรีเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัลและสายนาฬิกาไนลอน มูลค่ารวม 2,298 บาท

ส่วนรุ่น 42มม. มีโปรโมชั่นราคาพิเศษเมื่อสั่งจองล่วงหน้าระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 ถึง 3 ธันวาคม 2564 ที่ช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์ HUAWEI Store และร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของหัวเว่ยใน Shopee, Lazada และ JD Central. โดยรุ่น Elegant Edition สายสแตนเลสแบบถักสีทอง Light Gold วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 7,490 บาท และรุ่น Active สายหนังสีดำ วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 5,990 บาท จากราคาปกติ 7,990 บาท

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners