รีวิว HUAWEI Watch Fit สมาร์ทวอทช์น้องใหม่ ผู้ช่วยของคนอยากฟิต

โดย RingRangRung | 8 กันยายน 2563 เมื่อ 13:00 น. | อ่าน 16,337

เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ที่อยากจะหยิบมาแนะนำสำหรับ HUAWEI Watch Fit สมาร์ทวอทช์ระดับเริ่มต้นรุ่นล่าสุดที่เข้ามาวางจำหน่ายในไทย พร้อมฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์คนที่อยากจะเริ่มดูแลสุขภาพของตัวเอง

Watch Fit ถือว่าเป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของค่ายที่ทำหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยม พื้นที่หน้าจอคลุมด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D ขณะที่วัสดุตัวเรือนเป็นโพลีเมอร์ที่ทั้งทนทาน และน้ำหนักเบา

สัดส่วนตัวเรือนก็มีความพอดีรับกับขนาดข้อมือคนใส่ทุกเพศทุกวัยอยู่ที่ 46x30x10.7มม. หนักแค่ 34 กรัม เท่านั้น ให้สัมผัสเวลาอยู่บนข้อมือเทียบเท่ากับการใส่สมาร์ทแบนด์ทั่วไป สามารถใส่ได้ตลอดทั้งวันไม่รู้สึกอึดอัด และยังมีมาตรฐานกันน้ำระดับ 5ATM สามารถทนน้ำจืดระดับความลึก 50 เมตรได้สบาย

ตัววัสดุสายพื้นฐานเป็นซิลิโคนโดยสีที่เข้าไทยก็มีทั้ง Sakura Pink, Graphite Black, Cantaloupe Orange และ Mint Green ตัวโทนสีจะออกเป็นแนวพาสเทลแมตช์กับสไตล์การแต่งตัวแบบวัยรุ่นทั้งชายและหญิง

สำหรับขนาดสายเบื้องต้นที่เข้าไทยจะเป็น 14-21 เซ็นติเมตร ซึ่งของต่างประเทศจะมีสายขนาด 11-19 เซ็นติเมตรด้วย ส่วนจะเข้ามาขายในไทยตอนไหนหรือจะมีสายรูปแบบอื่นๆ เข้ามาด้วยหรือไม่ ก็ต้องตามข่าวกันต่อไป

สายของ Watch Fit สามารถถอดเปลี่ยนได้ แต่รูปแบบการถอดจะแตกต่างจากที่คุ้นชินกันเล็กน้อย โดยที่จุด Quick release ด้านหลังนาฬิกาจะมีรูปแบบที่เป็นสลักจะต้องแงะออกมาก่อนถึงจะดึงสายออกมาได้

หน้าจอของนาฬิกาเป็นแบบสัมผัสใช้พาแนล AMOLED ขนาด 1.64 นิ้ว ความละเอียด HD (280×456พิกเซล) มีพื้นที่แสดงผลมากถึง 70% เมื่อเทียบกับขนาดตัวเรือน ขณะที่แสดงผลสีครอบคลุมถึง 16.7 ล้าน และมีความหนาแน่นพิกเซล 326ppi

ด้านรูปแบบหน้าปัดหรือ Watch Face ทาง Huawei ก็มีการออกแบบให้เป็นรูปแบบสี่เหลี่ยมเพื่อให้แมตช์กับหน้าจอของ Watch Fit โดยมีให้เลือกกันมากกว่า 30 แบบ รวมถึงหน้า Watch Face แบบ Gallery ที่สามารถดึงเอารูปจากอัลบัมในมือถือมาตั้งเป็นภาพบนหน้าปัดได้ ขณะที่รูปแบบหน้าปัดบางอันก็จะสามารถปรับแต่งตำแหน่งการแสดงผลข้อมูลต่างๆ ได้ตามการใช้งานของผู้ใส่

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่มีให้คือโหมด Always On Display ให้สามารถดูนาฬิกาได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่ต้องปลุกหน้าจอ นอกจากนี้ตัวจอยังมีระบบปรับความสว่างของหน้าจอแบบอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมรอบข้าง ไม่ว่าจะอยู่ในที่มืด หรือมีแสงจ้า ก็มองเห็นจอได้อย่างชัดเจน

ตัวเซ็นเซอร์ Heart Rate จะอยู่ด้านใต้นาฬิกาซึ่งมีวัสดุด้านใต้เป็นพลาสติกผิวด้านเรียบเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ขณะที่ขั้วสำหรับต่อชาร์จแบตเตอรี่ก็อยู่บริเวณนี้เช่นกัน

อุปกรณ์ในกล่อง

  • นาฬิกา
  • สายชาร์จระบบ Magnetic
  • คู่มือการใช้งาน / ข้อมูลด้านความปลอดภัย / ใบรับประกัน

เริ่มต้นการใช้งานครั้งแรกก็ต้องเปิด Watch Fit ขึ้นมาก่อนโดยกดปุ่มด้านข้างค้างไว้ จากนั้นก็ทำการเลือกภาษา ต่อมาก็จัดการโหลดแอปฯ Huawei Health ติดตั้งลงบนสมาร์ทโฟน โดยมีทั้ง iOS และ Android หรือถ้าเป็นสมาร์ทโฟน Huawei ก็จะมีแอปฯ ติดมาให้ในเครื่องแล้ว

ต่อมาก็เข้าแอปฯ ล็อกอินตั้งค่าข้อมูลส่วนตัวให้เรียบร้อย จากนั้นทำการเพิ่มอุปกรณ์เข้าไปโดยเรื่องหน้า “อุปกรณ์” ตามด้วย “เพิ่ม”-> นาฬิกาอัจฉริยะ-> HUAWEI Watch Fit แล้วจัดการจับคู่ตามขั้นตอนที่ปรากฏบนหน้าจอให้เรียบร้อย

แอปฯ Huawei Health จะเป็นหน้าสำหรับแสดงสถิติข้อมูลการใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ, การออกกำลังกาย รวมถึงการตั้งค่าการใช้งานนาฬิกา

สำหรับของ Watch Fit ใช้ระบบปฏิบัติการของนาฬิกาเป็น Lite OS และมากับชิปเซ็ต Kirin A1 โดยมี RAM+ROM มา 4GB ใช้การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 BLE

รูปแบบการใช้งานของ Watch Fit จะเป็นการสไลด์หน้าจอ ขึ้น-ลง-ซ้าย-ขวา และการกดปุ่ม Function button ด้านข้างเพื่อเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆ

HUAWEI Watch Fit เป็นสมาร์ทวอทช์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับใส่คนที่อยากจะดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งมือใหม่หรือคนที่มีประสบการณ์มาบ้างแล้ว โดยมีฟีเจอร์ให้เลือกทั้ง

  • Fitness Courses คอร์สำหรับการออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายภายในบ้าน หรือที่ทำงาน ซึ่งเป็นคอร์สสั้นๆ ที่มีให้เลือกถึง 12 คลาส พร้อมด้วยภาพอนิเมชั่นแสดงท่าทางการออกกำลังกายต่างๆ
  • Running Courses คอร์สสำหรับการวิ่ง 13 รูปแบบ ที่มีตั้งแต่คอร์สสำหรับคนที่เริ่มหัดวิ่ง, คอร์สสำหรับวิ่งเพื่อเผาผลาญไขมัน หรือคอร์สสำหรับวิ่งระยะไกล เป็นต้น ซึ่งในโหมดนี้จะมีการแจ้งขั้นตอนการวิ่งที่เหมาะสมเพื่อให้ตรงกับเป้าหมายการวิ่งที่วางไว้
  • Workout Modes โหมดการออกกำลังกายที่มีมาให้ถึง 96 แบบตั้งแต่ จ็อกกิ้ง, เดิน, ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ, โยคะ และยิม โดยที่มีการเก็บข้อมูลระดับมืออาชีพมากถึง 11 จุด
  • Automatic Workout Recognition ระบบตรวจจับการออกกำลังกายโดยอัตโนมัติที่รองรับการออกกำลังกายพื้นฐาน 6 รูปแบบ

นาฬิการุ่นนี้มีติดตั้ง GPS ในตัวสำหรับแทร็กตำแหน่งเส้นทางเมื่ออกกำลังกายกลางแจ้ง โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาการจับ GPS จากสมาร์ทโฟน และจากที่ทดสอบมาก็พบว่าสามารถจับพิกัดได้นิ่งและแม่นยำ แม้จะเจอสภาพอากาศขมุกขมัวก็ตาม

ขณะที่ข้อมูลการออกกำลังกายก็จัดมาให้แน่นๆ เพื่อให้ผู้ใส่นำไปปรังปรุงการออกกำลังกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเราสามารถเช็คสถิติแบบละเอียดได้จากหน้าแอปฯ บนสมาร์ทโฟน

ในส่วนของการดูแลสุขภาพทั่วไปตัวเซ็นเซอร์ Heart Rate ของ Watch Fit ก็จัดมาเต็มๆ ตั้งแต่เรื่องพื้นฐาน TruSeen 4.0 เพื่อตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ที่สามารถวัด Spo2 ระดับออกซิเจนในเลือด และ Stress Monitoring หรือตรวจวัดระดับความเครียดได้ด้วย

เรื่องของการนอนก็สำคัญไม่แพ้กันซึ่งตัวนาฬิกาก็มีฟีเจอร์ TruSleep 2.0 เพื่อตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะหลับแบบเรียลไทม์โดยแบ่งระดับการนอนเป็น 4 ช่วง พร้อมคำแนะนำเพื่อนำมาปรับปรุงการหลับ หรือใครที่เป็นสุภาพสตรีก็สามารถใช้งานฟีเจอร์ Cycle Tracking สำหรับติดตามรอบประจำเดือนได้

นอกจากเรื่องของสุขภาพฟีเจอร์สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันก็ไม่ได้ขาดหาย ทั้ง Notification Reminder เพื่อดูแจ้งเตือนจากบนสมาร์ทโฟน โดยรองรับแอปฯ ยอดนิยมส่วนใหญ่ และการใช้งานภาษาไทยได้อย่างเต็มรูปแบบ ติดที่ว่าการจะดูแจ้งเตือนแบบละเอียด หรือการจะตอบกลับก็ต้องทำผ่านสมาร์ทโฟนเหมือนเดิม

อีกฟีเจอร์ที่มีให้ใช้กันคือ Smart Remote สามารถควบคุมการเล่นเพลงบนสมาร์ทโฟนจากนาฬิกาได้ รวมถึงฟีเจอร์ Weather ดูสภาพอากาศในปัจจุบันหรือในอนาคต, Flash Light โหมดใช้ความสว่างของจอแทนไฟฉาย และ Stop Watch โหมดนาฬิกาจับเวลา

เรื่องอายุการใช้จากใบสเปคเคลมว่า Watch Fit สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 10 วัน พร้อมรองรับ Fast Charge กำลังไฟ 5W ทำให้สามารถใช้ร่วมกับอะแดปเตอร์ทั่วไปได้เลย โดยชาร์จ 5 นาที ก็ใช้งานได้นาน 1 วัน หรือถ้าเอาเต็ม 100% ก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงนิดๆ เท่านั้น

จากการทดสอบใช้งานโดย ปิด AOD เปิดการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบต่อเนื่อง เปิดระบบวัดระดับความเครียดแบบอัตโนมัติ โดยมีการใส่ออกกำลังกายเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ คู่กับการเปิด GPS เมื่อผ่านไป 24 ชั่วโมงพบว่าแบตเตอรี่ลดเป็นราวๆ 20% เท่านั้น ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ

Watch Fit ยกให้เป็นสมาร์ทวอทช์ที่ดีเยี่ยมสำหรับคนที่อยากจะเริ่มต้นออกกำลังกาย ด้วยรูปแบบการใช้งานที่ง่าย มีโหมดการใช้งานและข้อมูลด้านต่างๆ ที่ครบ รวมถึงอายุการใช้งานที่ไม่ต้องเกาะติดกับสายชาร์จทุกวัน

เรื่องงานดีไซน์ก็ทำมาดีจอใหญ่มีตัวเลือกสีหลายแบบ ติดที่สายค่อนข้างถอดเปลี่ยนยาก และมีตัวเลือกสายที่ยังไม่มากนักแต่ก็ยังพอเอามาจับแมตช์กับการสไตล์การแต่งตัวทั่วไปได้

ปิดท้ายที่เรื่องราคา HUAWEI Watch Fit เคาะราคาไทยที่ 3499 บาท ราคาสาย 349 บาท เริ่มวางจำหน่าย 8 กันยายนนี้ พร้อมโปรโมชั่นเมื่อซื้อตั้งแต่ 8- 13 กันยายน รับฟรีหมวก adidas Aeroready 4Athlts Baseball Cap ราคา 550 บาท

สรุปสเปค HUAWEI Watch Fit

  • ขนาด 46 x 30 x 10.7 มม. น้ำหนัก 21 กรัม (ไม่รวมสายนาฬิกา)
  • ช่วงครอบคลุมข้อมือ 14-20 ซม.
  • หน้าจอสัมผัส AMOLED 1.64 นิ้ว 454 x 280 พิกเซล
  • มี GPS ในตัว
  • รองการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0, BLE
  • ROM / RAM 4GB ROM
  • เซ็นเซอร์
    • Accelerometer sensor
    • Gyroscope sensor
    • Optical heart rate sensor
    • Ambient light sensor
    • Capacitive sensor
  • แบตเตอรี่ 10 วัน สำหรับการใช้งานทั่วไป แรงดันชาร์จ 5V 1A
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Android 7.0 หรือ iOS 9.0 ขึ้นไป

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners