รีวิว HUAWEI Watch 3 Active Edition สวยดี ฟีเจอร์เด็ด อัจฉริยะกว่าเดิม

โดย RingRangRung | 14 กรกฎาคม 2564 เมื่อ 15:31 น. | อ่าน 220

อาจจะเป็นนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่ดีที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้สำหรับ HUAWEI Watch 3 ที่ตอนนี้เปิดตัว ประกาศราคาในไทยกันเป็นที่เรียบร้อย ไม่พูดเยอะให้เสียเวลามาดูกันดีกว่าว่ารุ่นนี้มีอะไรดีบ้าง

สารบัญ

สเปค HUAWEI Watch 3 Active Edition

  • ขนาดนาฬิกา 46.2 มม × 46.2 มม × 12.15 มม. หนัก 333 กรัม
  • วัสดุตัวเรือน Stainless steel / ceramic
  • วัสดุสาย Fluoroelastomer
  • กันน้ำ 5ATM
  • จอ AMOLED 1.43″ 466x466px, PPI 326
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 2.4GHz / Bluetooth 5.2 / BR+BLE / Wifi 2.4GHz / NFC
  • เทคโนโลยีระบุพิกัด GPS+GLONASS+Galileo+Beidou
  • เซ็นเซอร์ Acceleration sensor / Gyro sensor / Geomagnetic sensor / Optical heart rate sensor / Ambient light sensor / Barometric pressure sensor
  • มี eSIM รองรับเครือข่าย
    • UMTS: B1/B3/B5/B6/B8/B19
    • LTE: B1/B3/B5/B6/B7/B8/B9/B18/B19/
    • B20/B26/B38/B39/B40/B41
  • แบตเตอรี่ 450mAh รองรับชาร์จไร้สาย
  • ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS 2.0
  • รองรับการทำงานกับ Android 6.0 / iOS 9.0 ขึ้นไป

แกะกล่อง

HUAWEI Watch 3 series มีออกมา 3 โมเดล แบ่งเป็นรุ่นพื้นฐาน กับรุ่น Pro และตัวรุ่นพื้นฐานก็มีการแบ่งย่อยแพ็คเกจการขายออกมาอีก 2 โมเดล ซึ่งตัวที่เราได้มาเป็น Watch 3 Active Edition ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบลุยๆ สำหรับตัวแพ็คเกจเหมือนกับรุ่นที่ผ่านมา โดยเป็นกล่องสีดำ ด้านหน้ามีรูปโปรดักซ์พร้อมชื่อรุ่นชัดเจนส่วนอุปกรณ์ภายในประกอบด้วย

  • HUAWEI Watch 3 + สาย Fluoroelastomer
  • แท่นชาร์จ Magnet Charging​ พร้อมสายเคเบิลในตัว
  • คู่มือการใช้งาน+ข้อมูลด้านความปลอดภัย+ใบรับประกันสินค้า

ดีไซน์

HUAWEI Watch 3 ยังคงใช้ดีไซน์หน้าปัดทรงกลมสไตล์นาฬิกาข้อมือแบบคลาสสิค หน้าจอคลุมด้วยกระจกนิรภัยขอบโค้ง 3D Curved Glass ตัวเรือนเป็นสแตนเลสสตีลส่วนด้านหลังเป็นเซรามิกเคลือบเงา

ขนาดนาฬิกาอยู่ที่ 46.2 มม × 46.2 มม × 12.15 มม. หนัก 333 กรัม สัดส่วนถือว่าใกล้เคียงกันกับรุ่นก่อน สำหรับสายในรุ่น Active เป็นวัสดุ Fluoroelastomer ที่มีความทนทานใส่สบายไม่ระคายผิว

น้ำหนักตัวเรือนที่ไม่เบา และไม่หนักจนเกินไป ที่ตัวสายมีห่วงรัดแบบคู่มาช่วยเก็บปลายสายไม่ให้ออกมารบกวนขณะทำกิจกรรม ถือว่า HUAWEI เก็บงานสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้มาดีสร้างฟีลในการสวมใส่ได้เยี่ยม

สำหรับขนาดสายก็เป็นแบบมาตรฐานสามารถนำสายของรุ่นเก่ามาใช้งานได้ ขณะที่การเปลี่ยนสลับสายก็ง่ายๆ เพียงดันสลักแล้วดึงเอาสายออก ส่วนการใส่สายกลับเข้าไปก็แค่สอดขั้วสายอีกฝั่งให้เข้ากับรูแล้วค่อยดันด้านที่มีสลักเข้า

Watch 3 มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดงานออกแบบเล็กน้อยจากตัว Watch 2 เริ่มจากส่วนหน้าปัดที่รุ่นใหม่จะเป็นแบบจอเต็มพื้น จากของเก่าที่จะมีส่วนของขอบหน้าปัด โดยที่จอเป็นแบบสัมผัส AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว ความละเอียด 466×466 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 326ppi ให้การแสดงผลที่คมชัด สู้แสงแดดได้ดีด้วยความสว่างหน้าจอที่ไปได้สูงสุดถึง 1000nits และยังมีการแสดงผลที่ลื่นไหลด้วยรีเฟรชเรท 60Hz

ตัวเรือนฝั่งขวายังมีปุ่มกดสองปุ่ม แต่ปุ่มด้านบนจะเป็นปุ่มทรงกลมแบบเม็ดมะยมที่นอกจากจะใช้สั่งงานแบบกดเพื่อ ปลุกหน้าจอ / เข้าหน้าเมนู / กลับไปหน้าหลัก หรือกดค้างเพื่อ เปิด-ปิด เครื่องได้แล้ว ยังสามารถหมุนเพื่อใช้สั่งงานแทนการไถหน้าจอขึ้นลงได้ด้วย

ขณะที่ปุ่มด้านล่างค่าพื้นฐานที่ตั้งไว้จะเป็นการกดเพื่อเข้าหน้าแอปฯ ออกกำลังกาย โดยที่ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้เป็นปุ่มลัดเพื่อเข้าถึงฟังค์ชั่นตามความต้องการได้

ด้านหลังเครื่องจะเป็นส่วนของเซ็นเซอร์ไม่มี Charging​ Pin เนื่องจากรุ่นนี้ใช้ระบบชาร์จแบบไร้สายทำงานกับแท่นชาร์จแม่เหล็ก ขณะที่ช่องลำโพง กับไมโครโฟนก็อยู่ด้านซ้ายและขวาของตัวเรือน

สเปค

HUAWEI Watch 3เป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของแบรนด์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ซึ่งเป็นเวอร์ชั่น 2.0 และเป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกเคลมว่าจะสามารถเชื่อมต่อกับดีไวซ์อื่นๆ ของ HUAWEI แบบได้ไร้รอยต่อ

ไม่ได้แค่อุปกรณ์ของ HUAWEI เท่านั้นตัวอุปกรณ์ที่เป็น Android และ iOS ก็ยังคงรองรับเช่นกัน สำหรับระบบประมวลผลที่ใช้เป็นแบบ Dual-core ให้ RAM 2GB กับความจำเครื่อง 16GB

สำหรับแบตเตอรี่ในรุ่นพื้นฐานให้มา 450mAh ถ้าใช้งานในตัว Smart Mode ที่เปิดฟีเจอร์การทำงานเต็มที่จะอยู่ได้นานสูงสุด 3 วัน แต่ถ้าเป็น Ultra Long Battery Life Mode ที่จะเปิดเฉพาะฟีเจอร์สำคัญอยู่ที่ราว 14 วัน

ด้านการชาร์จนาฬิการุ่นนี้มาพร้อมแท่นชาร์จไร้สาย Magnet Charging​ ที่มีสายเคเบิลในตัว สามารถชาร์จจาก 0-100% ได้ในเวลา 3 ชั่วโมง พร้อมทั้งรองรับการชาร์จไร้สายร่วมกับอุปกรณ์ชาร์จมาตรฐาน Qi

การใช้งาน

ตัวนาฬิกายังคงรองรับการทำงานผ่านแอปฯ HUAWEI Health วิธีการเชื่อมต่อก็เหมือนกับรุ่นที่ผ่านมา เลือกที่ Device -> Smart Watch -> Watch 3 -> Pair -> Search Device -> หาชื่อของอุปกรณ์ในแอปฯที่ตรงกับที่ปรากฏบนหน้าจอ จากนั้นกดเชื่อมต่อ -> กดยอมรับการเชื่อมต่อบนนาฬิกา

แอปฯ Huawei Health จะเป็นเซ็นเตอร์การใช้งานนาฬิกาของ HUAWEI ตั้งแต่การตั้งค่า และดูข้อมูลด้านสุขภาพ-การออกกำลังกาย อย่างละเอียด

มาถึงระบบอนิเมชั่นของ UI ของ HarmonyOS มีความลื่นไหลสบายตา และเป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานกับหน้าจอขนาดใหญ่ ซึ่ง HUAWEI Watch3 มีตัวเลือกหน้าปัด (Watch Face) ให้เลือกมากกว่า 1,000 แบบ โดยที่ตัวนาฬิกาเองมีติดตั้งมาให้ล่วงหน้าแล้วกว่า 30 แบบ และที่เป็นไฮไลท์เลยคือหน้าปัดรุ่นนี้มีแบบที่เป็น Interactive หรือหน้าปัดที่เป็นภาพเคลื่อนไหวให้เลือกใช้งานด้วย

สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้มากับ eSIM บนเครือข่าย 4G LTE ทำให้ใช้งานในโหมด Standalone เพื่อรับสาย คุยสาย หรือใช้งาน MeeTime ได้อย่างอิสระไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ซึ่งสามารถเปิดการทำงานของซิมได้โดยสมัครแพ็คเกจกับทางผู้ให้บริการด้านเครือข่ายทั้งสามค่าย และเพื่อความสะดวกรุ่นนี้ก็มีฟีเจอร์รับสายที่โทรเข้ามาโดยใช้การขยับมือในข้างที่ใส่นาฬิกาด้วย

Watch3 มีระบบสโตร์ App Gallery มาให้ในตัว ซึ่งเท่ากับว่าจะสามารถติดตั้งแอปฯ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ตัวนาฬิกามีมาให้ได้แล้ว ซึ่งปัจจุบันก็มีแอปฯ ไทยที่เข้าไปอยู่ในระบบแล้วอาทิเช่น Coolism แอปฟังวิทยุออนไลน์จากคลื่นคลูลิซึ่ม FM93, Thai Fast Dictionary แอปฝึกคำศัพท์ภาษาอังกฤษ หรือจะเป็น HUAWEI Music แอปฯสตรีมมิ่งเพลงที่ตอนนี้มีเพลงจาก GMM มากกว่า 20,000 เพลงให้เลือกฟัง พร้อมโปรฯ ใช้ฟรี 3 เดือนแรก

นอกจากนี้ที่ตัวนาฬิกาเองก็มีระบบบันทึกเสียงผ่านแอปฯ Note ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้ทั้งกับวัยทำงาน และนักเรียนนักศึกษา ที่อยากจะบันทึกสิ่งต่างๆ อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา

สำหรับการรองรับแจ้งเตือนของ Watch 3 ก็สามารถแสดงผลภาษาไทยได้ 100% ติดที่ว่ายังไม่มีฟีเจอร์สำหรับตอบกลับจากตัวนาฬิกาได้ แต่ได้ยินข่าวมาว่าทาง HUAWEI เองกำลังมีการทำงานตรงจุดนี้กันอยู่ และน่าจะอัพเดตให้ได้ใช้กันเร็วๆ นี้

การดูแลสุขภาพ

นาฬิการุ่นนี้มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจรุ่นใหม่อย่าง TruSeen 4.5 ที่ใช้ไฟ LED แบบ 6-in-1 และ 4 photodiodes รวมทั้งมาพร้อมเซ็นเซอร์ SpO2 ที่ใช้สำหรับวัดระดับออกซิเจนในเลือด

ด้านฟังค์ชั่นด้านการดูแลสุขภาพ Watch 3 จัดมาให้แน่นๆ มีโหมดการออกกำลังกายที่มากถึง 100 โหมด พร้อมทั้งฟีเจอร์ Running Courses คอร์สสำหรับฝึกวิ่งในรูปแบบต่างๆ และเพื่อความสะดวกสบายในรุ่นนี้ก็มีฟีเจอร์ Automatic Exercise Detection หรือระบบตรวจจับการออกกำลังกายแบบอัตโนมัติที่รองรับการออกกำลังพื้นฐาน 6 รูปแบบ

แน่นอนว่าตัวนาฬิกามี GPS ในตัวทำให้สามารถติดตามเส้นทางเมื่อออกกำลังกลางแจ้งได้อย่างแม่นยำ และมีหน้าที่แสดงเส้นทางได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงส่วนแสดงข้อมูลต่างๆ ทั้ง ระยะทาง, ปริมาณการเบิร์นแคลอรี่, อัตราความเร็ว, ระดับความชันของเส้นทาง, อัตราการเต้นของหัวใจ/โซน, ปริมาณออกซิเจนในเลือด, ผลการฝึก หรือ ระยะเวลาการฟื้นตัว และมีระบบ Achievement ให้ทำชาเลนจ์รับเหรียญรางวัลเป็นแรงกระตุ้นเล็กๆ ให้คนอยากออกแรง

ส่วนการติดตามสุขภาพ HUAWEI Watch3 ก็พร้อมดูแลกันตลอดเวลาแบบ 24/7 โดยมีฟีเจอร์มาตรฐานทั้งระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, TruRelax เพื่อตรวจจับระดับความเครียดของผู้สวมใส่, TruSleep ตรวจจับการนอนแบบเรียลไทม์, SpO2 ระบบวัดระดับออกซิเจนในเลือด และของใหม่ Skin Temperature Detector หรือระบบการวัดอุณหภูมิแบบพื้นผิว เรียกว่าเหมาะกับสถานการณ์ช่วงนี้ที่ต้องมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย

ในสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ก็มีเซ็นเซอร์ที่สามารถตรวจจับการล้ม (Fall Detection) ของผู้ใช้ซึ่งฟีเจอร์จะคอยช่วยเหลือเมื่อผู้ใช้มีการล้มอย่างรุนแรง โดยจะขึ้นทางเลือกให้ติดต่อไปยังเบอร์โทรฉุกเฉินที่ตัวผู้ใช้กำหนดเอาไว้ ถือว่าฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้สูงอายุ, เด็ก หรือผู้ที่มีปัญหาด้านการทรงตัว

สรุปการใช้งาน

HUAWEI Watch 3 ถือว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นที่ผ่านมาแบบชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าหลักๆ มาจากตัวระบบ HarmonyOS ที่ให้สัมผัสการใช้งานที่ลื่นไหลมากขึ้น มาลูกเล่นในการใช้งานเยอะขึ้นจากการที่เปิดให้ลงแอปฯ เพิ่มเติมได้เอง

สำหรับตัวดีไซน์ที่เพิ่มเม็ดมะยมแบบหมุนได้เข้ามาก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากๆ สำหรับคนชอบใส่นาฬิกาทำกิจกรรมต่างๆ แล้วไม่อยากให้มีรอยเปื้อนจากนิ้วมือไปอยู่บนหน้าจอบ่อยๆ ด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่ก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่สังเกตได้ว่าอุณหภูมิของตัวนาฬิกาจะเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่วางชาร์จไว้ ซึ่งต้องรอดูว่าจะมีผลกระทบต่อการใช้งานในระยะยาวหรือไม่

ปิดท้ายด้วยเรื่องของราคา HUAWEI Watch 3 รุ่น Active อยู่ที่ 12,990 บาท รุ่น Classic ราคา 14,490 บาท ส่วน WATCH 3Pro รุ่น Classic สนนราคาที่ 21,990 บาท โปรโมชั่นพรีออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 14-22 กรกฏาคม รับฟรี สายโลหะ Steel Strep กับ HUAWEI Music VIP รวมมูลค่า 10,377 บาท

ช่องทางจำหน่าย HUAWEI WATCH 3 Series

HUAWEI MatePad Pro

About Author

RingRangRung

RingRangRung

HUAWEI MatePad Pro

Partners