4 วิธีเลือกแล็ปท็อปสไตล์คนคูล อัปเกรดทั้งงาน ทั้งลุคในยุคดิจิทัล

โดย ameminew | 12 พฤษภาคม 2564 เมื่อ 11:06 น. | อ่าน 74
วิธีเลือกแล็ปท็อป วิธีเลือกโน้ตบุ๊ค

ปกติเวลานึกอยากลุกขึ้นมาปรับลุคให้ดูดี เราก็มักจะนึกถึงเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หรือเคสโทรศัพท์ ไปจนถึงสายคล้องหน้ากากอนามัย แต่ในยุคดิจิทัลแบบนี้ที่เราต้องพร้อมทำงานและเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ทุกที่ทุกสถานการณ์ นอกจากสมาร์ทโฟนและสมาร์ทแก็ดเจ็ต อีกหนึ่งอุปกรณ์ไอทีที่คนนิยมพกติดตัวจนเป็นเสมือนอีกเครื่องประดับเสริมลุคไปในตัวก็คือ “แล็ปท็อป” นั่นเอง ดังนั้น ขอเพียงแค่เลือกแล็ปท็อปให้ตอบโจทย์การใช้งานและบ่งบอกความเป็นตัวเรา ไม่ว่าใครก็เปลี่ยนลุคเป็นคนคูล ๆ ได้ วันนี้เลยจะขอชวนมาดู Tips 4 ข้อง่าย ๆ ว่าเลือกแล็ปท็อปที่เราต้องพกติดตัวทุกวันอย่างไร ให้กลายมาเป็นไอเทมสุดคูลประจำกายที่จะช่วยอัปเกรดทั้งลุค เสริมประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับไลฟ์สไตล์ให้ดีขึ้นได้ในทุกมิติ

1. เลือกขุมพลังให้พร้อมลุยงานหนัก คีปคูลได้ไม่ว่าเจอโจทย์ไหน

ในแต่ละวันของการทำงาน เรามักเจอโจทย์ให้ต้องผลิตงานหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะเหล่าฟรีแลนซ์ที่บ้างก็ต้องเขียนบทความ บ้างก็ต้องแต่งรูปภาพ ตัดต่อวิดีโอ อัปโหลดคอนเทนต์ขึ้นแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งต้องใช้สารพัดมัลติมีเดีย ดังนั้นแล็ปท็อปจึงควรจะพร้อมลุยงานหนัก โดยเลือกได้จากการใช้หน่วยประมวลผลหรือชิปเซ็ตที่แรงพอ และจะดีขึ้นไปอีกหากชิปเซ็ตสามารถประมวลผลได้อย่างทรงประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ประหยัดพลังงานและระบายความร้อนได้ดี เพราะปัจจัยเหล่านี้จะส่งเสริมและเกื้อหนุนกันอยู่เบื้องหลัง ให้ผู้ใช้สามารถลุยงานหนักบนแล็ปท็อปได้อย่างราบรื่น โดยอาจเลือกดูแล็ปท็อปที่ชิปเซ็ตเป็นรุ่นล่าสุดอย่าง 11th Gen Intel® Core™ processor ซึ่งมากับ HUAWEI MateBook 14 ซึ่งผู้ใช้ยังสามารถเลือกโหมดการใช้งานให้เหมาะกับแต่ละงานที่ทำได้ เพราะมีโหมด Standard ที่เหมาะกับการทำงานเอกสารธรรมดา และโหมด Performance ที่เหมาะกับการเปิดใช้โปรแกรมใหญ่ๆ โดยสามารถสลับระหว่างสองโหมดได้ง่าย ๆ ด้วยการกด Fn+P

นอกจากนี้ เพื่อให้การประมวลผลเป็นไปอย่างทรงประสิทธิภาพสูงสุด HUAWEI MateBook 14 ยังพ่วงท่อระบายความร้อนแบบคู่และพัดลม HUAWEI Shark Fin 2.0 ที่มีใบพัดแข็งแรง สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นอีกด้วย ช่วยให้ใช้งานแล็ปท็อปต่อเนื่องยาวนานโดยที่เครื่องไม่ร้อน

วิธีเลือกแล็ปท็อป วิธีเลือกโน้ตบุ๊ค

2. เลือกหน่วยความจำให้เหลือใช้ เพราะเครื่องค้างแล้วจะไม่คูล

แล็ปท็อปที่จะตอบโจทย์การใช้งานของเหล่ามนุษย์ออฟฟิศคูล ๆ ควรใช้หน่วยความจำขนาด 8 GB ขึ้นไปเป็นอย่างน้อย (16 GB จะดีที่สุด ณ ยุคนี้) เพราะสิ่งที่ไม่คูลแน่ ๆ คือเวลายุ่งกับสารพัดงานแล้วจู่ ๆ หน้าจอก็ขึ้นข้อความว่า Not Responding แล้วคนไม่คูลก็ต้องนั่งแกร่ว รอให้โปรแกรมที่ทำงานอยู่ใช้ได้อีกครั้ง หากหน่วยความจำดีจะทำให้คุณเปิดโปรแกรมต่าง ๆ ได้อย่างไหลลื่นและไม่ค้าง

และถ้าจะให้แอดวานซ์ไปอีกขั้นก็ต้องมาดูให้ละเอียดกันที่ RAM และ ROM การเลือก RAM จะต้องดูควบคู่กับค่า Frequency หรือ Bandwidth ของข้อมูลที่หน่วยความจำนั้นสามารถรับส่งข้อมูลไปยังชิปเซ็ต รวมไปถึง DDR หรือ Double Data Rate ที่จะช่วยดันประสิทธิภาพของหน่วยความจำให้รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น ซึ่ง ณ ตอนนี้ DDR สูงสุดคือ DDR4 ความเร็วพื้นฐานอยู่ที่ 2133 MHz และสามารถเพิ่มความเร็วได้ถึง 4000 MHz อย่างเช่น HUAWEI MateBook 14 รุ่นชิปเซ็ต 11th Gen Intel® Core™ processor ใช้หน่วยความจำ 16 GB DDR4 3200MHz หมายความว่าเจ้าแล็ปท็อปตัวนี้สามารถรับส่งข้อมูลให้ชิปเซ็ตประมวลผลได้ถึง 3,200,000,000 Cycles ต่อวินาทีนั่นเอง

ส่วนฮาร์ดดิสก์หรือแหล่งเก็บไฟล์ต่าง ๆ ก็ควรเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะต้องพิจารณา ซึ่ง ROM ควรมีขนาดอย่างน้อย 512 GB ขึ้นไป เพื่อรองรับทั้งไฟล์งาน ไฟล์เพลง ไฟล์เกม ไฟล์ภาพ และแน่นอนสเปกของฮาร์ดดิสก์ก็สำคัญ ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนคือฮาร์ดดิสก์แบบ HDD เหมาะกับคนที่ต้องการเน้นอายุการใช้งานและต้องการราคาย่อมเยา ส่วนฮาร์ดดิสก์แบบ SSD สำหรับเหมาะกับคนที่เน้นความไว เล่นเกมได้ ประหยัดพลังงาน อย่างของ HUAWEI MateBook 14 ใช้ ROM 512GB NVMe PCIe SSD หมายความว่ามีความจุ 512GB และเป็นแบบ SSD ดังนั้นจึงช่วยให้แล็ปท็อปมีความไว เล่นเกมและเก็บข้อมูลปริมาณมากได้

วิธีเลือกแล็ปท็อป วิธีเลือกโน้ตบุ๊ค

3. เลือกให้มีฟีเจอร์ว้าว ๆ ไม่เหมือนใคร สไตล์คนคูล

สมัยนี้แล็ปท็อปก็ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 กันทั้งนั้น คงมีบ้างที่จะตัดสินใจไม่ถูกว่าควรเลือกยี่ห้ออะไร รุ่นไหนขนาดที่ว่าเทียบชิปเซ็ตกับหน่วยความจำแล้วก็ยังเลือกไม่ถูกอยู่ดี คำถามที่ต้องถามในระหว่างตัดสินใจคือ “ตัวไหนมีฟีเจอร์ที่ไม่เหมือนคนอื่นบ้าง” ผู้รู้จะได้แนะนำโดยบอกกับเราได้ว่ายี่ห้อไหนมีจุดเด่นอะไรที่โดนใจเรา

ยกตัวอย่างเช่น คนที่ชอบการทำงานแบบ Multi-tasking อาจจะเคยจินตนาการว่าอยากมีจอคอมพิวเตอร์แบบในภาพยนตร์ Sci-Fi ที่ทำได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน คงน่าสนุกและเท่ไม่หยอก อันที่จริงแล็ปท็อปยุคนี้มีนวัตกรรมที่สามารถควบคุมสั่งการหลายหน้าจอได้พร้อมกันแล้ว ก็อาจจะเหมาะกับแล็ปท็อปของหัวเว่ยที่มีเทคโนโลยี HUAWEI Share ฟีเจอร์ที่ช่วยทำ Multi-screen Collaboration โดยนำจอสมาร์ทโฟนขึ้นมาแสดงบนจอแล็ปท็อปได้เพียงแตะตัวสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการล่าสุดคือ EMUI 10.1 ตรงบริเวณ Touchpad ล่าสุดได้ออกเวอร์ชัน 3.0 สามารถเปิดแอปพลิเคชันที่มีอยู่บนสมาร์ทโฟนให้ไปแสดงผลและใช้งานบนจอแล็ปท็อปแบบเรียลไทม์ได้มากถึง 3 แอปฯ 3 จอ ผู้ใช้ HUAWEI MateBook 14 ที่เป็นหน้าจอแบบ Multi-touch Screen ก็จะสามารถสนุกกับการแตะหน้าจอเพื่อเพิ่มหน้าต่างแอปฯ และลากข้อมูลต่าง ๆ ไปใช้หรือทำงานต่อบนเครื่องได้อย่างง่ายดาย

วิธีเลือกแล็ปท็อป วิธีเลือกโน้ตบุ๊ค

4. เลือกดีไซน์บ่งบอกความคูล สำหรับคนที่ไม่แน่นเรื่องสเปก นึกไม่ออกบอกไม่ถูกว่าเลือกอะไรดี

สิ่งที่สามารถตัดสินได้ง่ายที่สุดสำหรับการเลือกแล็ปท็อปสุดคูล คือการเลือกแล็ปท็อปจากดีไซน์ โดย “ดีไซน์” ในที่นี้ไม่ใช่แค่ความเรียบหรูดูแพงอย่างเดียว แต่เป็นการออกแบบที่มาพร้อมความล้ำสมัย และให้ประโยชน์ได้มากพอ ๆ รูปลักษณ์ภายนอก หน้าจอที่นิยมกันในยุคนี้ควรให้ภาพเต็มตา เพื่อการทำงานและการเสพคอนเทนต์อย่างคมชัดเต็มอิ่ม รวมถึงการออกแบบปุ่มลัดต่าง ๆ ให้มีหน้าที่เฉพาะ ไม่ใช่แค่ให้ดูมินิมอลเท่านั้น อย่าง HUAWEI MateBook 14 ที่ใช้หน้าจอ 2K FullView Display แบบ Multi-touch Screen ขนาด 90% ของตัวเครื่อง ก็มาพร้อมปุ่ม Fingerprint Power Button ที่ใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือให้ผู้ใช้ล็อกอินเข้าเครื่องได้อย่างปลอดภัย รักษาข้อมูลส่วนตัวได้ เป็นหนึ่งตัวเลือกของแล็ปท็อปยุคใหม่ที่รูปลักษณ์โดดเด่นเท่าความไฮเทค

อีกปัจจัยง่าย ๆ ที่พิจารณาได้คือเรื่องแบตเตอรี่และสายชาร์จ โดยเฉพาะเวลาดูซีรี่ส์ที่ติดหนึบจนต้องโต้รุ่ง ควรดูว่าแล็ปท็อปสามารถเล่นคอนเทนต์โดยยังไม่เสียบชาร์จได้กี่ชั่วโมง เผื่อไปนอนดูบนเตียงยาว ๆ ถ้าดูได้ประมาณ 10 ชั่วโมงก็ถือว่าเหลือ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นสายชาร์จก็ต้องพกง่ายไว้เผื่อฉุกเฉิน ซึ่งจะสะดวกยิ่งขึ้นหากสามารถใช้สายชาร์จ Type-C ที่ใช้ได้กับหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือแล็ปท็อปด้วยกัน แถมน้ำหนักเบากว่าสายชาร์จยุคก่อนด้วย โดย HUAWEI MateBook 14 สามารถดูคอนเทนต์วิดีโอที่ความละเอียด 1080p ต่อเนื่องได้นานถึง 11 ชั่วโมง และยังใช้สายชาร์จ Type-C 65W และยังสามารถใช้แล็ปท็อปเป็นแหล่งเพลงงานชาร์จอุปกรณ์ Type-C อื่นแม้ในขณะปิดเครื่องอยู่ได้อีกด้วย

HUAWEI MateBook 14 สี Space Gray วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วในราคา 34,990 บาท โดยเปิดตัวพร้อมกับ HUAWEI MateBook D 15 และ HUAWEI MateBook D 14 ไปเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้เอง หากใครสนใจสามารถตามไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HUAWEI MateBook Family 2021 ได้ที่นี่

About Author

ameminew

ameminew

Partners