รีวิว Huawei P40 Pro 5G เรือธงสเปคเด็ดขาด กับกล้องสุดเทพ

โดย RingRangRung | 14 เมษายน 2563 เมื่อ 09:35 น. | อ่าน 646

หลังจากที่ปล่อยพรีวิว Huawei P40 Pro 5G ไปเป็นที่เรียบร้อย คราวนี้ก็ถึงรอบของการรีวิวเพื่อมาดูกันว่ารุ่นนี้จัดเต็มสเปคอะไรมาให้เรากันบ้าง

สเปค Huawei P40 Pro 5G

  • ขนาด 158.2 X 72.6 X 8.95 มม. หนัก 209 กรัม มาตรฐานกันน้ำ IP68
  • หน้าจอดีไซน์ Quad-Curve Overflow Display พาแนลจอ Flex OLED 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1200 พิกเซล
  • ชิปเซต Kirin 990 5G Octa-core (2xCortex-A76 Based 2.86GHz + 2xCortex-A76 Based 2.36GHz + 4xCortex-A55 1.95GHz) ใช้ GPU 16-Core Mali-G76
  • สเปคหน่วยความจำ RAM 8GB+ROM 256GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ NM SD Card จุสูงสุง 256GB
  • กล้องหลังมี 4 ตัวประกอบด้วย
    • Ultra Vision Wide 50 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ RYYB ระยะเลนส์ 23มม. รูรับแสงf/1.9
    • Ultra Wide Cine Camera 40 ล้านพิกเซล ระยะเลนส์ 18มม. รูรับแสงขนาด f/1.8
    • Super Sensing Telephoto 12 ล้านพิกเซล 5x Optical เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ RYYB ระยะเลนส์ 125มม รูรับแสง f/3.4, OIS
    • 3D Depth Sensin
  • กล้องหน้าคู่
    • กล้องหลัก 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • Depth Camera
  • รองรับการทำงานสองซิม
  • ช่องซิมหลัก
    • 5G NR: n1 / n3 / n7 / n28 (TX: 703-733 MHz, RX: 758-788 MHz) / n38 / n41 / n77 / n78 / n79
    • 4G FDD LTE: Bands 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 6 / 7 / 8 / 9 / 12 / 17 / 18 / 19 / 20 / 26 / 28 / 32
    • 4G TDD LTE: Bands 34 / 38 / 39 / 40 / 41
    • 3G WCDMA: Bands 1 / 2 / 4 / 5 / 6 / 8 / 19
    • 2G GSM: Bands 2 / 3 / 5 / 8
  • ช่องซิมรอง
    • 4G FDD LTE: Bands 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 6 / 7 / 8 / 9 / 12 / 17 / 18 / 19 / 20 / 26 / 28
    • 4G TDD LTE: Bands 34 / 38 / 39 / 40 / 41
    • 3G WCDMA: Bands 1 / 2 / 4 / 5 / 6 / 8 / 19
    • 2G GSM: Bands 2 / 3 / 5 / 8
  • เทคโนโลยีระบุพิกัด GPS (L1 + L5 dual band), AGPS, Glonass, BeiDou (B1I + B1C + B2a Tri-band), Galileo (E1 + E5a dual band), QZSS (L1 + L5 dual band), NavIC
  • รองรับ NFC
  • สนับสนุน Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax, 2 x 2 MIMO, HE160, 1024 QAM, 8 Spatial-stream Sounding MU-MIMO
  • สนับสนุน Bluetooth 5.1, Support BLE, SBC, AAC, LDAC
  • ระบบเซ็นเซอร์ Gesture Sensor, Gravity Sensor, Infrared Sensor,Fingerprint Sensor, Hall Sensor, Gyroscope, Compass, Ambient Light Sensor, Proximity Sensor, Colour Temperature Sensor
  • แบตเตอรี่ขนาด 4200mAh รองรับ HUAWEI SuperCharge 40W / Wireless HUAWEI SuperCharge 27W
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 คลุมด้วย EMUI 10.1.0
  • สีที่วางขาย Silver Frost, Blush Gold, Deep Sea Blue, Ice White และ Black

สำหรับลูกค้า AIS รายเดือน ทั้งลูกค้าปัจจุบัน เปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน จองเริ่มต้นเพียง 5,990 บาท แถมฟรี Huawei Sport Bluetooth Headphones มูลค่า 1,990 บาท สำหรับ Huawei P40 Series ทุกรุ่น และ Huawei Wireless Charger มูลค่า 1,490 บาท สำหรับ Huawei P40 Pro

สิทธิพิเศษเมื่อจองและสมัครแพ็กเกจ AIS Hot Deal 4G MAXX ตั้งแต่ 1,149 บาท ขึ้นไปจะได้รับสิทธิใช้งาน AIS 5G ได้ไม่จำกัดจนถึง 30 กันยายน 2563 ส่วนแพ็กเกจที่น้อยกว่า 1,149 บาท จะได้รับสิทธิ์ใช้บริการ 5G จำนวน 10 GB ต่อเดือนฟรี จนถึง 30 กันยายน 2563 สะดวกสบายยิ่งขึ้นเมื่อสั่งซื้อล่วงหน้าผ่าน AIS Online Store ส่งฟรีทั่วประเทศ เพิ่มเติม http://m.ais.co.th/VYHW422I9

เรื่องของการแกะกล่อง และดีไซน์ของเครื่องจะขอข้ามไปเลยแล้วกัน เนื่องจากเราเคยพูดกันไปในรอบพรีวิวแล้ว ใครที่อยากจะได้ข้อมูลก็สามารถกดย้อนกลับไปอ่านได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Huawei P40 Pro มากับสเปคชิปประมวลผล Kirin 990 5G ที่มีโมเด็ม 5G ในตัว ใช้กระบวนการผลิต 7nm+EUV ประมวลผลแบบ Octa-cor (2xCortex-A76 Based 2.86GHz + 2xCortex-A76 Based 2.36GHz + 4xCortex-A55 1.95GHz) ขณะที่การประมวลผล NPU สำหรับการทำงานด้าน AI เป็นแบบ Dual Core (Big Core+Tiny Core) มี GPU 16-Core Mali-G76

แน่นอนว่า P40 Pro รองรับการทำงานบนเครือข่าย 5G เทคโนโลยีการเชื่อมต่อแห่งอนาคต ที่เพิ่งเริ่มใช้งานเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย เรียกว่าทันสมัย ทันใจ ซื้อเครื่องมาก็พร้อมโลดแล่นบนเครือข่ายใหม่ได้เลย

สำหรับสเปค RAM 8GB + ROM 256GB รองรับหน่วยความจำเสริมได้เพิ่มอีกถึง 256GB โดยใช้หน่วยความจำแบบ NM Card ที่ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก แต่จากสเปคพื้นฐานที่ให้มาก็ถือว่ามากพอต่อการใช้งานได้อย่างราบรื่น

เรื่องประสิทธิภาพของแบตเตอรี่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ P40 Pro ให้แบตมา 4,200mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว Super Charge 40W โดยชาร์จเต็ม 80% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที และชาร์จเต็ม 100% ในเวลา 50 นาที สำหรับเทคโนโลยีชาร์จไร้สายรองรับ Wireless Charging 27W พร้อมด้วยฟีเจอร์ Reverse Charging เป็นแท่นชาร์จแบบไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นๆได้

ระบบปฏิบัติการใช้เป็น EMUI 10.1 ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ Android 10 เรื่องหน้าตาของทำออกมาได้เรียบง่าย ขณะที่การใช้งานหลักๆก็อย่างที่ทราบกันว่าอยู่บนแกนของ HMS (Huawei Mobile Service) แทนที่ของ GMS (Google Mobile Service)

สำหรับฟีเจอร์ใน EMUI ที่น่าสนใจก็มีทั้ง

  • Dark Mode = โหมดปรับธีมหน้าจอให้เป็นสีดำ ใช้ตัวหนังสือสีขาว เพื่อการใช้งานที่สบายตา ลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่
  • Multi-window = โหมดแบ่งการทำงานของหน้าจอทั้งที่เป็นการแบ่งหน้าจอแบบ 2 ส่วน Split-screen กับ Floating Window ที่จะเป็นหน้าต่างแอปฯที่ลอยขึ้นมาจากแอปฯที่เปิดใช้งานอยู่ก่อนหน้า
  • Air Gesture = ลูกเล่นที่มีมาตั้งแต่ Mate 30 Pro ซึ่งเป็นระบบการสั่งงานสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องสัมผัสกับเครื่อง แต่ใช้การชูฝามือให้ห่างจากเครื่อง 20-40 ซม. เพื่อสั่งงานอย่าง แบมือแล้วกำ= แคปหน้าจอ, ตวัดฝามือลง = ปัดหน้าจอลง หรือ ตวัดฝามือขึ้น = ปัดหน้าจอขึ้น
  • AI Auto Rotate : ระบบการหมุนหน้าจอตามใบหน้าของผู้ใช้ ซึ่งจะมีประโยชน์มากๆเวลานอนเล่นมือถือ เพราะเมื่อนอนตะแคงตัวหน้าจอก็จะไม่หมุนเปลี่ยนไปมา ไม่ต้องไปกดล็อคการหมุนหน้าจอด้วยตัวเอง
  • Always-On-Display (AOD) : ระบบ AOD ที่มีลูกเล่น หน้าตา สวยงาม น่าใช้กว่าเดิม

ถ้าใครได้ดูงานเปิดตัวจะเห็นว่า P40 Series ยังมีลูกเล่นให้ใช้อีกมากมาย แต่เนื่องจากเครื่องที่ได้มีเป็นเครื่องสำหรับการรีวิวฟีเจอร์บางตัวที่ถูกพูดถึงในงานจึงยังไม่มีการเปิดให้ใช้งาน

ระบบรักษาความปลอดภัยของรุ่นนี้ก็มีทั้งระบบปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้า ซึ่งเสริมความแม่นยำด้วยเซ็นเซอร์ IR Depth ที่เคลมว่าปลอดภัยถึงขั้นสามารถใช้ยืนยันตัวตนเพื่อทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ได้ ด้านระบบสแกนลายนิ้วมือเป็นแบบ Optical บนหน้าจอ ที่ถูกพัฒนาโดยขยายพื้นที่และเพิ่มความเร็วในการสแกนขึ้น 30% แตะปุ๊ปติดปั๊ป

ด้านแพลตฟอร์ม AppGallery ก็ยังคงอยู่ในช่วงการพัฒนา ซึ่งถ้าเทียบกับเมื่อตอนใช้งาน Mate 30 Pro ครั้งแรกก็ต้องยอมรับว่ามีความก้าวหน้าขึ้นไปมาก โดยเฉพาะบรรดาแอปฯต่างๆ ที่มีให้ใช้งานหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแอปฯของธนาคาร, แอปฯหน่วยงาน หรือแอปฯด้านความบันเทิงที่ได้รับความนิยมในไทย ส่วนใหญ่ก็มีให้โหลดบนแพลตฟอร์มนี้กันแล้ว

ในกรณีที่ยังไม่เจอแอปฯที่ต้องการบน AppGallery ก็สามารถหาไฟล์ .apk มาลงเองได้ ซึ่ง Bing เบราว์เซอร์ของ P40 Pro ก็มีขึ้นหน้าช่องทางสำหรับดาวน์โหลดไว้ให้เรียบร้อย

สำหรับคะแนนประมวลผลจากการทดสอบด้วยระบบ Benchmark ของ AnTuTu เวอร์ชั่น 8.3.2 ก็ได้ผลลัพท์ที่ 461724 คะแนน ส่วน AITuTu ทำได้ 128430 คะแนน

เรื่องการเล่นเกมคะแนนประมวลผลขนาดนี้ก็เรียกว่าหายห่วงเกมฮิตๆ กราฟฟิกหนักๆ ใส่มาได้หมด (ขอแค่มีให้โหลด) ทั้ง PUBG Mobile หรือ Asphalt 9

มาถึงเรื่องของการถ่ายภาพ Huawei P40 Pro 5G มีการใส่กล้องหลังมาให้ถึง 4 ตัว แถมยังมีเซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ 1/1.28 นิ้ว พร้อมด้วยเทคโนโลยีการจัดเรียงพิกเซล RYYB สำหรับสเปคกล้องหลังมีดังนี้

  • Ultra Vision Wide 50 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ RYYB ระยะเลนส์ 23มม. รูรับแสงf/1.9
  • Ultra Wide Cine Camera 40 ล้านพิกเซล ระยะเลนส์ 18มม. รูรับแสงขนาด f/1.8
  • Super Sensing Telephoto 12 ล้านพิกเซล 5x Optical เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ RYYB ระยะเลนส์ 125มม รูรับแสง f/3.4, OIS
  • 3D Depth Sensin

ส่วนกล้องหน้ารุ่นนี้เป็นแบบคู่เสริมด้วยกล้องพิเศษเพื่อเสริมประสิทธิภาพประกอบไปด้วย

  • กล้องหลัก 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • Depth Camera

สตาร์ทกันด้วยการถ่ายภาพนิ่งกันก่อนกล้องหลัง Ultra Vision ของ P40 Pro มากับเซ็นเซอร์รับภาพความละเอียดสูงและยังมีขนาดที่ใหญ่ถึง 1/1.28 นิ้ว มากกว่ามือถือรุ่นอื่นๆในตลาด พร้อมด้วยขนาดพิกเซล 2.44um สามารถถ่ายในโหมด High-Res ได้ถึง 50 ล้านพิกเซล (8192 x 6144 พิกเซล)

นอกจากนี้ขนาดของเซ็นเซอร์แล้วตัวกล้องก็ยังมีเทคโนโลยีจัดเรียงพิกเซลแบบ RYYB เพิ่มประสิทธิภาพด้านการเก็บแสงได้มากถึง 40% ตอบสนองต่อการถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้รุ่นที่ผ่านมา โดยดัน ISO ได้สูงถึง 409600

ขณะเดียวกันก็ยังมีเทคโนโลยี XD Fusion Image Engine ที่จะเก็บภาพในหลายๆ ช็อต เพื่อเอามาทำภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอได้เนียนสุดๆ

แถมการถ่ายภาพ Portrait ก็ทำได้อย่างสวยงามโดยใช้หลักการทำงานร่วมกันระหว่างกล้อง Ultra Vision กับเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิสี Multi-Spectrum Colour Temperature Sensor พร้อมด้วย AI AWB Algorithm ที่จะทำให้การรับแสง-สี ออกมาเถี่ยงตรงและแม่นยำ

ด้านระบบการซูมก็สุดยอดโดยทำ Optical Zoom ได้ 2 เท่า, Hybrid Zoom ได้ 10 เท่า และ Digital Zoom ได้สูงสุด 50 เท่า พร้อมด้วยผู้ช่วยสำคัญอย่างระบบกันสั่นอัจฉริยะ AIS ที่มาทำให้ร่วมกับ OIS

อันที่จริงแล้วกล้องของรุ่นนี้ยังมีโหมดเทพๆอีกหลายตัวที่น่าเล่นไม่ว่าจะเป็น

  • Golden Snap : ใช้ระบบ AI Scene Recognition คำนวณการเคลื่อนไหวของแบบ เพื่อเลือกจับภาพในช็อตที่ชัดเจนและสวยงามที่สุด
  • Remove Passerby : ฟีเจอร์ลบสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากภาพได้เนียนกริบ ด้วยการจับภาพรอบข้างไว้หลายๆ ช็อต จากนั้นจึงเลือกช็อตที่ไม่มีสิ่งรบกวนเอามาต่อๆ กันจนกลายเป็นพื้นหลังว่างๆ
  • Remove Reflection : ฟังค์ชั่นการลบเงาสะท้อนเมื่อถ่ายภาพผ่านกระจกใส

แต่ก็เป็นไปตามที่แจ้งก่อนหน้าที่ว่าเครื่องที่รับมาเป็นแค่เครื่องรีวิวฟีเจอร์บางตัวก็เลยยังไม่ถูกเปิดให้ใช้งานต้องรอการอัพเดตในอนาคต

เรื่องการถ่ายวีดีโอของ Huawei P40 Pro ก็ไม่ได้มาเล่นๆ ทั้งกล้องหลังที่สามารถถ่ายวิดีโอระดับ 4K@60fps ได้ พร้อมทั้งรองรับการถ่ายในสภาพแสงที่น้อยสุดแม้จะมีค่าความสว่างเพียง 0.5 Lux สามารถปรับซูมได้ 10 เท่า ขณะที่กล้องหน้าของรุ่นนี้ก็รองรับการถ่ายวีดีโอ 4K@60fps ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามหากเป็นการถ่ายวีดีโอพร้อมเปิดโหมดฟิลเตอร์ หรือ Beauty ความละเอียดสูงสุดจะถูกบังคับให้เหลือแค่ 1080p@30fps เท่านั้น

สำหรับลูกเล่นการถ่ายวีดีโอของ P40 Pro ก็มีให้ทั้ง

  • Dual-View Video บันทึกวิดีโอด้วยกล้อง Ultra wide พร้อมกับกล้อง Telephoto ได้พร้อมๆ กัน
  • Real-time Bokeh สร้างโบเก้ในการถ่ายวีดีโอได้แบบเรียลไทม์
  • Time-laps ได้ในระดับ 4K ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
  • Slow Motion อัดเฟรมเรทได้สูงสุดถึง 7680fps

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Huawei P40 Pro 5G

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของ Huawei P40 Pro 5G หรือจะเป็นรุ่นปกติ P40 ก็เกาะติดกันให้ดีๆ โดยที่ P40 Series พร้อมโปรดักซ์อื่นๆของ Huawei กำลังจะมีงานเปิดตัวในไทยผ่านช่องทางออนไลน์ในวันที่ 15 เมษายนนี้ ส่วนจะเคาะราคาเท่าไร มีโปรโมชั่นอะไรบ้าง ก็ต้องติดตาม

<Update : 15/04/2020> Huawei P40 Series ประกาศราคาในไทยโดยเข้ามาวางจำหน่าย 3 สี ประกอบด้วย Deep Sea Blue, Sliver Forst และ Blush Gold เริ่มพรีออเดอร์ในไทย 15-30 เมษายนนี้

  • P40 Pro เคาะที่ 31,990 บาท ฟรีของแถมมูลค่ารวม 20,870 บาท (Huawei Freebuds 3+Huawei Exclusive Service+ Huawei Wireless Car Charger)
  • P40 เปิดมาที่ 22,990 บาท ฟรีของแถมมูลค่ารวม 19,080 บาท (Huawei Freebuds 3+Huawei Exclusive Service)

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners