แกะกล่อง Huawei P40 Pro 5G สุดยอดมือถือเรือธงก่อนขายในไทย

โดย RingRangRung | 2 เมษายน 2563 เมื่อ 22:20 น. | อ่าน 2,305

หลังจากเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนนี้เราก็ได้เครื่อง Huawei P40 Pro 5G มาอยู่ในมือแล้ว และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราแกะกล่องชมดีไซน์เครื่องกันดีกว่าว่าตัวจริงจะออกมาเป็นเช่นไร

แกะกล่อง Huawei P40 Pro 5G

Huawei P40 Pro 5G มากับกล่องสีขาวสกรีนตัวหนังสือเป็นสีทองบอกชื่อรุ่นพร้อมโลโก้ของ Leica ชูจุดขายด้านการถ่ายภาพในรุ่นนี้ สำหรับอุปกรณ์ภายในประกอบด้วย

  • เครื่อง Huawei P40 Pro 5G
  • สาย USB-C
  • หูฟังแบบ USB-C
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 40W
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น พร้อมใบรับประกัน (เครื่องที่ขายจริง)
  • เคสซิลิโคน

ดีไซน์สง่างามเหนือกาลเวลา

P40 Pro ถูกออกแบบภายใต้หลัก “Timeless Elegance” ขายความสง่างามเหนือกาลเวลา วัสดุเครื่องหน้าหลังเป็นกระจก ขอบอลูมิเนียม รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นเกรด IP68 ขณะที่การจัดวางดีไซน์ส่วนต่างๆก็มีความโค้งมนลดพื้นที่รอยต่อ โดยที่การจัดวางส่วนประกอบต่างๆของเครื่องทำได้อย่างเรียบง่ายสมดุล

ขนาดเครื่องรุ่นนี้อยู่ที่ 158.2 x 72.6 x 9 มม. หนัก 209 กรัม ถือว่าไม่ต่างจากตัว P30 Pro มาก สำหรับสีที่เปิดตัวมาประกอบด้วย Ice White, Deep Sea Blue, Silver Frost, Black และ Blush Gold โดยสีที่ได้มาเป็น Deep Sea Blue ออกไปทางน้ำเงินผสมกับเขียวมรกต

หน้าจอรุ่นนี้เป็นแบบ Quad-Curve Overflow Display ต่อยอดจากจอ Horizon Display ที่โค้งจัดๆด้านข้าง มาเป็นจอโค้งทั้ง 4 ด้านอีกทั้งยังเก็บมุมขอบจอให้โค้งสัมผัสลื่นไม่สะดุดมุม ลดพื้นที่ขอบจอด้านบนเหลือ 2.65มม. และขอบด้านล่างแค่ 3.35มม. ให้อัตราส่วนการแสดงผล 19.8:9

สเปคจอของรุ่นนี้เป็น Flex OLED ขนาดอยู่ที่ 6.58 นิ้ว, ความละเอียด Super High Resolution 2640 x 1200 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 441ppi พร้อมรองรับ DCI-P3 HDR ให้ความอิ่มของสีและคอนทราสที่สูงขึ้น อีกทั้งยังให้ประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลด้วยจอรีเฟรชเรทสูงสุด 90Hz และยังมีเทคโนโลยีตัดแสงสีฟ้าได้ 30%

มุมซ้ายบนของจอจะเป็นช่องทรงแคปซูลพื้นที่ของกล้องหน้าสองตัวประกอบด้วยกล้องหลัก 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 มีออโต้โฟกัส ทำงานร่วมกันกับกล้อง IR Depth / Gesture Sensor และยังมีเซ็นเซอร์ Ambient & Proximity

ตัวเซ็นเซอร์ที่ใส่มานอกจากจะเพิ่มความสามารถในการถ่ายเซลฟี่แบบมีโบเก้ที่เนียนตาได้แล้ว ใน P40 Pro เองก็ยังมีคุณสมบัติ Face Unlock ที่รวดเร็ว แม่นยำ แม้จะอยู่ในสภาวะแสงน้อย โดยที่ระบบนี้ยังถูกนำไปใช้เพื่อยืนยันตัวตนสำหรับการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ได้ด้วย ขณะที่ฟีเจอร์ Smart Gesture Control หรือการใช้ท่าทางสั่งงานแบบไม่สัมผัสเครื่องก็ยังมีให้ใช้

ตัวลำโพงสนทนารุ่นนี้ใช้เป็นเทคโนโลยี Sound on Display ส่งคลื่นเสียงผ่านแรงสั่นสะเทือนของกระจกหน้าจอ

P40 Pro มีระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ Optical โดยที่ Huawei มีการขยายพื้นที่และเพิ่มความเร็วในการสแกนขึ้น 30% เรียกว่าแตะปุ๊ปติดปั๊ป

พลิกมาด้านหลังจะพบกับการดีไซน์กล้องที่เรียบง่ายโดยที่รุ่นนี้เป็นกล้องแบบ Ultra Vision Quad Camera ที่พัฒนาร่วมกันกับทาง Leica การันตีประสิทธิภาพด้วยคะแนนทดสอบจาก DxOMark ที่เป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนเฉลี่ย 128 คะแนน สำหรับสเปคมีดังนี้

  • Ultra Vision Wide 50 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ RYYB ระยะเลนส์ 23มม. รูรับแสงf/1.9
  • 5x Optical Telephoto 12 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ RYYB ระยะเลนส์ 125มม รูรับแสง f/3.4, OIS
  • Ultra Wide Cine 40 ล้านพิกเซล ระยะเลนส์ 18มม. รูรับแสงขนาด f/1.8
  • ToF Camera

นอกจากนี้ที่ตัวกล้องก็ยังมีการใส่เซนเซอร์สำหรับตรวจจับอุณหภูมิ Colour Temperature Sensor) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความแม่นยำของสีที่ได้

ฟีเจอร์กล้องของ P40 Pro ตามที่โชว์กันในงานแถลงข่าวจะเห็นว่ามีกันเยอะมากๆ ทั้งเรื่องของภาพนิ่งและวีดีโอซึ่งก็ต้องขอเอาไปลองเล่นกันก่อนแล้วจะมาพูดถึงในตัวรีวิวเต็มๆอีกที

พื้นที่ด้านข้างของรุ่นนี้ปุ่มปรับระดับเสียง กับ ปุ่มพาวเวอร์ อยู่ขอบฝั่งขวา ด้านบนมีช่อง IR blaster กับไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ส่วนขอบด้านล่างเป็นช่องใส่ซิมการ์ด, ไมโครโฟน และ พอร์ต USB-C

สเปคเบื้องต้น

Huawei P40 Pro มากับสุดยอดชิปเซต Kirin 990 5G ที่มากับชิปโมเด็ม 5G ในตัว ใช้กระบวนการผลิต 7nm+EUV ประมวลผลแบบ Octa-core (2xCortex-A76 Based 2.86GHz + 2xCortex-A76 Based 2.36GHz + 4xCortex-A55 1.95GHz) ขณะที่ GPU เป็น Mali-G76 มี NPU แบบ Dual Big Core + Tiny Core

ชิปเซตรุ่นนี้มีประสิทธิภาพการประมวลที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนไม่ว่าจะเป็น CPU ดีขึ้น 23%, GPU แรงขึ้น 39% และ NPU แรงขึ้น 460% ขณะที่การจัดการพลังงานก็ดีขึ้นทั้ง CPU 23%, GPU 32% และ NPU 290%

สเปค RAM 8GB + ROM 128GB ตัวสล็อตใส่ซิมเป็นแบบ Dual Sim Slot แถมยังมีโมเดลที่รองรับ eSIM ด้วย โดยเครื่องที่ได้มาเป็นแบบรองรับสองซิม (ELS-NX9) ที่ระบบเครือข่ายของรุ่นนี้จะรองรับ 5G ทั้ง 2 ช่อง โดยที่อีกช่องเลือกใส่ได้ว่าจะเป็น NMCard หรือ Nano SIM 2 ในกรณที่ SIM แรกเป็น 5G อีก SIM ก็จะสลับไปใช้ 4G ให้อัตโนมัติ สำหรับระบบเครือข่ายที่รองรับมีดังนี้

ช่องซิมหลัก

  • 5G NR: n1 / n3 / n7 / n28 (TX: 703-733 MHz, RX: 758-788 MHz) / n38 / n41 / n77 / n78 / n79
  • 4G FDD LTE: Bands 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 6 / 7 / 8 / 9 / 12 / 17 / 18 / 19 / 20 / 26 / 28 / 32
  • 4G TDD LTE: Bands 34 / 38 / 39 / 40 / 41
  • 3G WCDMA: Bands 1 / 2 / 4 / 5 / 6 / 8 / 19
  • 2G GSM: Bands 2 / 3 / 5 / 8

ช่องซิมรอง

  • 4G FDD LTE: Bands 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 6 / 7 / 8 / 9 / 12 / 17 / 18 / 19 / 20 / 26 / 28
  • 4G TDD LTE: Bands 34 / 38 / 39 / 40 / 41
  • 3G WCDMA: Bands 1 / 2 / 4 / 5 / 6 / 8 / 19
  • 2G GSM: Bands 2 / 3 / 5 / 8

แบตเตอรี่ใส่มาให้ 4,200mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว Super Charge 40W ที่เคลมว่าใช้เวลาเพียง 30 นาที ก็เติมแบตเตอรี่ได้ 80% และชาร์จเต็ม 100% ในเวลา 50 นาที สำหรับเทคโนโลยีชาร์จไร้สายรุ่นนี้รองรับ Wireless Charging 27W มีฟีเจอร์ Reverse Charging เป็นแท่นชาร์จแบบไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นๆได้

ระบบปฏิบัติการเป็น EMUI 10.1.0 บนพื้นฐานของ Android 10 ที่ไม่มีบริการ Google Mobile Services และมีแกนหลักเป็น Huawei Mobile Services ใช้ดาวน์โหลดแอปฯต่างๆผ่าน App Gallery

ในส่วนของการวางจำหน่าย Huawei P40 Pro 5G มีกำหนดวางตลาดระดับสากลวันที่ 7 เมษายน เป็นต้นไป สนนราคาที่ 999 ยูโร หรือประมาณ 35,700 บาท ส่วนราคาและการวางจำหน่ายในไทย พร้อมรีวิวเต็มๆ ถ้ามีอัพเดตเมื่อไรจะรีบนำมารายงานให้ทราบกันอีกครั้ง

<Update : 15/04/2020> Huawei P40 Series ประกาศราคาในไทยโดยเข้ามาวางจำหน่าย 3 สี ประกอบด้วย Deep Sea Blue, Sliver Forst และ Blush Gold เริ่มพรีออเดอร์ในไทย 15-30 เมษายนนี้

  • P40 Pro เคาะที่ 31,990 บาท ฟรีของแถมมูลค่ารวม 20,870 บาท (Huawei Freebuds 3+Huawei Exclusive Service+ Huawei Wireless Car Charger)
  • P40 เปิดมาที่ 22,990 บาท ฟรีของแถมมูลค่ารวม 19,080 บาท (Huawei Freebuds 3+Huawei Exclusive Service)

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners