เผยเทคนิคถ่ายรูปสวยแบบโปร ด้วยสุดยอดกล้อง Huawei P30 Pro

โดย RingRangRung | 9 เมษายน 2562 เมื่อ 13:15 น. | อ่าน 3,754

ในยุคที่โซเชียลครองเมืองแน่นอนว่าใครก็อยากจะมีรูปสวยๆเอาไว้อวดชาวโลกและการมีสมาร์ทโฟนกล้องเทพอย่าง Huawei P30 Pro ออกมาวางจำหน่ายในท้องตลาด ก็เป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้ทุกๆอย่างมันง่ายขึ้น ซึ่งเราก็มีเทคนิคการถ่ายภาพดีๆ ด้วยฟีเจอร์เจ๋งๆ จากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มาแนะนำกัน

หน้าชัดหลังละลายคล้ายกับกล้องโปร

การถ่ายภาพด้วยแบบหน้าชัดหลังละลายดูจะเป็นหัวใจหลักของสมาร์ทโฟนยุคนี้ ซึ่งเจ้าตัว P30 Pro เองนอกจากจะมีกล้องที่เป็นเลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล F/4 ซึ่งมีระบบกันสั่น OIS ในตัวแล้ว ในรุ่นนี้ก็ยังใส่กล้องตัวที่สี่อย่างกล้อง ToF ซึ่งเป็นกล้องสำหรับวัดระยะวัตถุด้วยแสงเข้ามาเสริมความสามารถในส่วนนี้ด้วย

ตัวกล้อง ToF ที่ใส่เข้ามาจะใช้ในการเสริมคุณสมบัติการถ่ายภาพในโหมด Portrait ให้ระดับการเบลอของโบเก้ที่บริเวณฉากหลังของตัวแบบดูมีมิติมากขึ้น โดยที่ตัวผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไรเพียงแค่กดเข้าไปที่กล้องเปิดโหมด Portrait จากนั้นระบบก็จะตรวจจับเพื่อโฟกัสที่ใบหน้าของแบบ ซึ่งเราสามารถใช้โหมด Beauty เพื่อปรับความเนียนของใบหน้าได้ถึง 10 ระดับ โดยแตะไปที่มุมซ้ายล่างของจอที่เป็นไอคอนรูปหน้าคน

ต่อมาก็แตะที่ไอคอนวงกลมตรงมุมซ้ายล่างเพื่อเลือกรูปแบบของโบเก้ Circles, Hearts, Swirl และ Discs หรือจะเป็นการเลือกฟิลเตอร์สำหรับตัวแบบและฉากหลังจากนั้นก็กดถ่าย แค่นั้นเองง่ายๆ แถมใครจะถ่ายแบบย้อนแสงก็ไม่ต้องไปกลัวเพราะรุ่นนี้มี AI HDR+ ที่ใช้ระบบ AI เข้ามาช่วยในการสแกนแยกวัตถุในภาพออกมาเพื่อปรับแก้แสงเป็นส่วนๆทำให้ได้รายละเอียดที่คมชัดทั้งตัวใบหน้าแบบและฉากหลัง

สำหรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังละลายกับแบบที่ไม่ใช่คนใน P30 Pro เองก็ทำได้ด้วยโหมด Aperture ซึ่งมีให้เลือกปรับรูรับแสงตั้งแต่ f/0.95 – f/16 แถมรูปที่ถ่ายด้วยโหมดนี้ (สังเกตจากไอคอนรูรับแสงตรงหน้า Gallery) ก็สามารถไปปรับแก้ เลือกจุดโฟกัสใหม่ในภายหลังได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามการจะถ่ายภาพให้ออกมาให้ดูดีแน่นอนว่าเรื่ององค์ประกอบของภาพก็สำคัญ เทคนิคง่ายๆที่ใครๆก็ทำได้คือการใช้ จุดตัด 9 ช่อง โดยกดเปิดได้ที่หน้า Setting  แล้วเลือก Assistive grid แล้วเวลาที่ถ่ายก็พยามให้ตัวแบบหรือ Subject ของเราไปอยู่ตรงจุดที่เป็นเส้นแนวตั้งและแนวนอนตัดกันในภาพตรงจุดไหนก็ได้ทั้ง 4 จุด ซึ่งจะทำให้ภาพที่ได้ดูมีความน่าสนใจขึ้นเยอะ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมด Portrait/Aperture

Master AI เปลี่ยนชีวิตให้ง่ายกว่าเดิม

เป็นหัวใจสำคัญของสมาร์ทโฟนระดับเรือธงของ Huawei ทุกรุ่น ที่อยากจะทำให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถถ่ายรูปออกมาได้สวยทุกสถานการณ์ และแน่นอนว่าตัว Huawei P30 Pro เองก็มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ Master AI 2.0 ที่จะช่วยปรับแต่งกล้องให้เหมาะกับฉากที่ถ่ายโดยอัตโนมัติ ซึ่งสามารถจำแนก ซีน และวัตถุต่างๆ ได้ถึง 1,500 ซีนจากทั้งหมด 25 หมวดหมู่ แถมยังประมวลผลได้อย่างแม่นยำรวดเร็วโดยมีหัวใจสำคัญคือตัวชิปเซต Kirin 980 พร้อมกับหน่วยประมวลผล AI แบบคู่ (Dual-NPU) ภายในตัว

การเรียกใช้ AI  Real-Time Scene and Object Recognition ก็ไม่ได้ยากแค่เข้าโหมดกล้องส่วนที่เป็น Auto แตะเลือกสัญลักษณ์ AI ที่ด้านบนตรงกลาง จากนั้นก็เอากล้องหันไปยังจุดที่จะถ่ายตัวระบบ AI ก็จะวิเคราะห์พร้อมปรับแต่งกล้องให้เหมาะกับซีนนั้นๆโดยอัตโนมัติ เรียกว่าถ่ายเสร็จ แชร์ได้เลย ไม่ต้องแต่งเพิ่ม

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Master AI 2.0

มืดแค่ไหนก็สู้ด้วย Night mode

เรื่องการถ่ายภาพกลางคืนเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่อยากจะนำเสนอมากๆสำหรับตัว Huawei P30 Pro เนื่องจากตัวเซ็นเซอร์หลักของกล้อง  40 ล้านพิกเซลของรุ่นนี้ ได้ใช้นวัตกรรมการจัดเรียงเม็ดพิกเซลแบบ RYYB (แดงเหลืองเหลืองน้ำเงิน) ที่ช่วยให้ถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย และเก็บสีสันได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าเซ็นเซอร์กล้องดิจิตอลที่ใช้การจัดเรียงแบบ RGGB (แดงเขียวเขียวน้ำเงิน) กว่า 40% ขณะที่เซ็นเซอร์เองก็มีขนาดใหญ่ถึง 1/1.7 นิ้ว พร้อมรูรับแสงกว้างถึง f/1.6

ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวทำให้ภาพถ่ายกลางคืนจากกล้องของ P30 Pro มีคุณภาพของสีที่อิ่มและความคมชัดก็ไม่ได้ดร็อปลงไป แถมยังไม่ต้องกังวลเรื่องแสงไม่พอเพราะรุ่นนี้สามารถดัน ISO ทั้งจากโหมด Auto และโหมด Pro ได้สูงถึง 409,600 เรียกว่ามืดระดับตามองไม่เห็นก็ยังถ่ายได้ และถ้าจะให้แนะนำก็ควรจะแตะค้างที่หน้าจอเพื่อล็อคตำแหน่งโฟกัสที่แบบไว้ก่อนถ่ายจะดีกว่าครับ บางทีเจอที่มืดมากๆกล้องก็โฟกัสหาตัวแบบไม่เจอได้เหมือนกัน

อีกหนึ่งฟีเจอร์การถ่ายภาพวิวกลางคืนสำหรับคนที่ต้องการเก็บรายละเอียดแบบชัดๆ ในรุ่นนี้ก็มีตัว Night Mode ที่จะเป็นการเปิดหน้าชัตเตอร์ค้างประมาณ 6 วินาทีเพื่อถ่ายภาพเดียวกันในระดับความสว่างที่ต่างกัน ก่อนจะนำมารวมเป็นภาพเดียวเพื่อดึงรายละเอียดต่างๆให้ชัดขึ้นมา ซึ่งเราสามารถกดถ่ายในโหมดนี้ได้ด้วยมือโดยไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้อง เพราะมีเทคโนโลยเทคโนโลยี Huawei AIS (AI Image Stabilization) ระบบป้องกันภาพสั่นไหวด้วย AI ที่ทาง Huawei พัฒนาขึ้นเอง

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Night mode

ถ่ายได้ทุกระยะ เก็บได้ทุกมุมมอง

Huawei P30 Pro เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากคือเรื่องเทคโนโลยีการซูมโดยที่กล้องหลังมีระยะโฟกัสภาพเทียบเท่าระยะ 16-1343 mm. มีคุณสมบัติการซูมผ่านชิ้นเลนส์ (Optical Zoom) ได้ถึง 5 เท่า, Hybrid Zoom ได้ 10 เท่า และ Digital Zoom ที่ทำได้ถึง 50 เท่า

สเปคดังกล่าวเรียกว่าตอบโจทย์การถ่ายภาพแนวสตรีทที่เน้นเก็บภาพไลฟ์สไตล์ต่างๆของผู้คนเป็นอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่จะต้องใช้การแอบถ่ายโดยไม่ให้ตัวแบบรู้ตัวเพื่อให้ดึงอารมรณ์ของภาพให้ออกมาเป็นธรรมชาติมากที่สุด

เรื่องระบบการซูม 50 เท่าของ P30 Pro แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่สุดยอดมากๆ แต่การจะเอาใช้งานจริง ก็ต้องพูดตามตรงว่าเป็นไปทำใจเพราะเป็นการซูมแบบ Digital Zoom แล้วยิ่งถ้าดันซูมสูงสุดจะเจออาการกล้องแกว่งตามธรรมชาติของเลนส์ซูมไกลๆ ที่อาจจะทำให้คนที่ไม่ชินกดถ่ายยากหน่อย

นอกจากคุณสมบัติการซูมแล้วถ้าดันย้อนกลับเราก็จะได้กล้องที่เป็น Ultra wide ให้มุมมองรับภาพได้กว้าง 120 องศา เหมาะกับการถ่ายภาพวิวกว้างๆ แต่แค่นั้นยังไม่พอในรุ่น P30 Pro มีการใส่ระบบออโต้โฟกัสเข้าไปในกล้อง Ultra wide ซึ่งทำให้มีคุณสมบัติการถ่ายภาพแบบ Super marco ในระยะ 2.5 เซ็นติเมตร ใกล้ที่สุดเท่าที่สมาร์ทโฟนในท้องตลาดจะทำได้ในปัจจุบัน

การจะเข้าถึงโหมดนี้ไม่ได้ซับซ้อนสามารถใช้ระบบ Master AI วิเคราะห์ตัวโหมดแบบออโต้เลยก็ได้ หรือจะเข้าเองด้วยการเลื่อนไปที่หน้า More แล้วกดฟังค์ชั่น Super marco

ตัวอย่างภาพจากกล้องระยะต่างๆ

กล้องหน้าดีถ่ายเซลฟี่ไม่พัง

ในส่วนของกล้องหน้า P30 Pro ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กันด้วยคะแนนภาพรวมจากทาง DxOMark 89 คะแนน แบ่งเป็นภาพนิ่ง 90 คะแนน และวีดีโอ 88 คะแนน โดยที่มีสเปคกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ซึ่งแน่นอนว่ามีฟีเจอร์ AI HDR+ ให้ใช้งานเหมือนกล้องหลัง

การที่จะถ่ายเซลฟี่ออกมาให้สวยก็ต้องใช้โหมด Portrait เพื่อละลายฉากหลังดันใบหน้าของเราให้เด่นยิ่งขึ้น แถมยังหน้าเด้งโดดด้วยโหมด Beauty ที่ปรับได้ละเอียดกว่ากล้องหน้า เพราะนอกจากจะเลือกความเนียนของผิวหน้าได้แล้วก็ยังสามารถปรับรูปคาง ปรับโทนสีผิวได้

ขณะที่มุมสวย มุมเด่น อันนี้เป็นเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละคนซึ่งเชื่อว่าคุณผู้หญิงส่วนใหญ่ก็น่าจะรู้เหลี่ยม รู้องศา ของตนเองดีอยู่แล้ว แต่สำหรับคุณผู้ชายที่ส่วนใหญ่มักจะมีบทบาทเป็นตากล้องมากกว่า ก็อาจจะต้องเริ่มจากการลองถ่ายเซลฟี่ใบหน้าของตัวเองหลายๆมุม เพื่อหาองศาที่ดีที่สุด หรืออาจจะลองยิ้ม ทำหน้าทะเล้นนิดๆ แทนที่ตีหน้าขรึม และที่แนะนำคือไม่ต้องปรับโหมด Beauty แบบเต็มแม็กซ์

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า

ภาพนิ่งไม่พอ งานวีดีโอก็ใช่ย่อย

Huawei P30 Pro เป็นอีกรุ่นที่มีการพัฒนาความสามารถในการถ่ายวีดีโอ ตอบรับกับเทรนด์ยุคใหม่ที่ไม่ได้จำกัดแค่ภาพนิ่งอีกต่อไป โดยที่การถ่ายวีดีโอของรุ่นนี้โดดเด่นตั้งแต่การถ่ายในที่แสงน้อยด้วยเซ็นเซอร์ใหม่ ใช้ระบบกันสั่น Dual OIS+AIS และยังสามารถใช้เลนส์กล้องที่ติดมาได้ครบทุกระยะ

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้รองรับการถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด 4K UHD มีฟีเจอร์ AI Cinema ที่เป็นการนำเอาระบบปัญญาประดิษฐ์ มาช่วยประมวลผลสำหรับปรับโทนสี หรือการเพิ่มเอฟเฟ็กต์ให้แก่การถ่ายวิดีโอแบบ Real-Time โดย AI Cinema ประกอบไปด้วยลูกเล่นที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ AI Colour, Background Blur , Vintage, Suspense และ Fresh

อีกทั้งยังสามารถถ่ายแบบ Dual-View Video ซึ่งเป็นการบันทึกวีดีโอทั้งแบบ Close up และ Wide-angle พร้อมกัน สามารถถ่าย Super Slowmotion ได้สูงสุดที่ 720p@960fps และมี AI Video Editor ฟีเจอร์สำหรับตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆแค่คลิกเดียว

ท่านใดที่สนใจ Huawei P30 Pro (RAM8GB+256GB) ปัจจุบันก็มีการพรีออเดอร์ในไทยเป็นที่เรียบร้อยเคาะที่ 31,990 บาท เปิดรับพรีออเดอร์ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 8 เมษายน มีของแถมเป็นสมาร์ทวอทช์ Huawei Watch GT ส่วนขายจริงวันที่ 10 เมษายนนี้ ใครที่อยากสัมผัสมาตรฐานใหม่ของการถ่ายภาพในรุ่นเรือธงบอกเลยไม่ควรพลาด

สเปคของ Huawei P30 Pro

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 73.4 x 158 x 8.41 มม. หนัก 192 กรัม รองรับมาตรฐาน IP68
  • หน้าจอ OLED ขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340×1080) อัตราส่วนการแสดงผล 19.5:9
  • ชิปเซต HiSilicon Kirin 980 (7nm) ประมวลผล Octa-core (2×2.6GHz Cortex-A76 & 2×1.92GHz Cortex-A76 & 4×1.8GHz Cortex-A55) ใช้ GPU Mali-G76 MP10
  • สเปคหน่วยความจำที่เข้าไทย RAM 6GB+ROM 128GB
  • กล้องหลัง Leica Quad Camera ประกอบด้วย
    • กล้อง Ultra Wide 120 องศา ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/2.2
    • กล้อง Wide ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล f/1.6 มี OIS
    • กล้อง 5 X Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/3.4 มีระบบกันสั่น OIS
    • กล้อง ToF สำหรับตรวจจับระยะ
  • กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการทำงาน Dual-SIM (2xNano-SIM) หรือ Nano-SIM + Huawei NM Card สูงสุด 256GB
  • สนับสนุนการเชื่อมต่อเครือข่าย
    • GSM: 2/3/5/8(850/900/1800/1900 MHz)
    • WCDMA: 1/2/4/5/6/8/19
    • FDD LTE: 1/2/3/4/5/6/7/8/9/12/17/18/19/20/26/28/32
    • TDD LTE: 34/38/39/40
  • รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/c/g/n/ac, 2.4G/5G, Support Wifi Direct
  • รองรับ Bluetooth 5.0, BLE, SBC, AAC, aptX, aptX HD, LDAC และ HWA Audio
  • เทคโนโลยีระบุพิกัด GPS (Dual-band L1 + L5) / AGPS / Glonass / BeiDou / Galileo (Dual-band E1 + E5a) / QZSS (Dual-band L1 + L5)
  • มีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ Optical และระบบสแกนใบหน้า
  • แบตเตอรี่ 4200mAh รองรับ HUAWEI SuperCharge 40W และระบบชาร์จไร้สาย 15W รวมถึงการทำ Reverse wireless charging
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 คลุมด้วย (EMUI 9.1)
  • สีที่เข้ามาจำหน่ายในไทย Black, Aurora, Blue Crystal และ Amber Sunrise
  • ราคาเปิดตัว 31,990 บาท

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners