[Review] Huawei P30 Pro สมาร์ทโฟน 4 กล้อง Leica ที่ถ่ายภาพได้สะใจที่สุดในโลก

โดย RingRangRung | 1 เมษายน 2562 เมื่อ 10:10 น. | อ่าน 1,629

ณ เวลานี้ เชื่อว่าไม่มีรุ่นไหนจะร้อนแรงไปกว่า Huawei P30 Pro พี่ใหญ่จาก P30 series ที่สร้างความตื่นเต้นให้วงการสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะความสามารถด้านการถ่ายภาพที่ครองแชมป์ DxOMark ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวและล่าสุดก็มีคิวจะวางจำหน่ายในไทยแล้ว

สเปคของ Huawei P30 Pro

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 73.4 x 158 x 8.41 มม. หนัก 192 กรัม รองรับมาตรฐาน IP68
  • หน้าจอ OLED ขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340×1080) อัตราส่วนการแสดงผล 19.5:9
  • ชิปเซต HiSilicon Kirin 980 (7nm) ประมวลผล Octa-core (2×2.6GHz Cortex-A76 & 2×1.92GHz Cortex-A76 & 4×1.8GHz Cortex-A55) ใช้ GPU Mali-G76 MP10
  • สเปคหน่วยความจำที่เข้าไทย RAM 6GB+ROM 128GB
  • กล้องหลัง Leica Quad Camera ประกอบด้วย
    • กล้อง Ultra Wide 120 องศา ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/2.2
    • กล้อง Wide ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล f/1.6 มี OIS
    • กล้อง 5 X Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/3.4 มีระบบกันสั่น OIS
    • กล้อง ToF สำหรับตรวจจับระยะ
  • กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการทำงาน Dual-SIM (2xNano-SIM) หรือ Nano-SIM + Huawei NM Card สูงสุด 256GB
  • สนับสนุนการเชื่อมต่อเครือข่าย
    • GSM: 2/3/5/8(850/900/1800/1900 MHz)
    • WCDMA: 1/2/4/5/6/8/19
    • FDD LTE: 1/2/3/4/5/6/7/8/9/12/17/18/19/20/26/28/32
    • TDD LTE: 34/38/39/40
  • รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/c/g/n/ac, 2.4G/5G, Support Wifi Direct
  • รองรับ Bluetooth 5.0, BLE, SBC, AAC, aptX, aptX HD, LDAC และ HWA Audio
  • เทคโนโลยีระบุพิกัด GPS (Dual-band L1 + L5) / AGPS / Glonass / BeiDou / Galileo (Dual-band E1 + E5a) / QZSS (Dual-band L1 + L5)
  • มีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ Optical และระบบสแกนใบหน้า
  • แบตเตอรี่ 4200mAh รองรับ HUAWEI SuperCharge 40W และระบบชาร์จไร้สาย 15W รวมถึงการทำ Reverse wireless charging
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 คลุมด้วย (EMUI 9.1)
  • สีที่เข้ามาจำหน่ายในไทย Black, Aurora, Blue Crystal และ Amber Sunrise
  • ราคาเปิดตัว 31,990 บาท

โปรโมชั่นสมาร์ทโฟน HUAWEI P30 Series ราคาสุดพิเศษ คุ้มว่าใครที่ dtac online store

สุดยอดสมาร์ทโฟนระดับท็อปตระกูล P Series รุ่นล่าสุด HUAWEI P30 Series ที่จัดเต็มด้วยขุมพลังชิปเซ็ตระดับเรือธง Kirin 980 ที่มากับ EMUI 9.1 หน้าจอไซส์ใหญ่เต็มตา ดีไซน์หรูหราในตัวกระจกโค้งแบบ 3 มิติ พร้อมทั้งแบตเตอรี่สุดอึดที่รองรับการชาร์จไว โดดเด่นเรื่องถ่ายภาพสวยด้วยกล้องที่พัฒนาร่วมกับทาง Leica เพื่อให้ได้กล้องถ่ายภาพที่ดีที่สุดบนสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน

dtac online store นำเสนอโปรโมชั่นซื้อสมาร์ทโฟน HUAWEI P30 Series ในราคาพิเศษ สำหรับลูกค้า BLUE MEMBER และ GOLD MEMBER ไม่ต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้า ลูกค้าเก่า ลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุดถึง 22,000 บาท หรือราคาเริ่มต้นเหลือเพียง 9,990 บาท สำหรับ HUAWEI P30 Pro หรือราคาเริ่มต้นเหลือเพียง 8,990 บาท สำหรับ HUAWEI P30 และราคาเริ่มต้นเหลือเพียง 5,490 บาท สำหรับ HUAWEI P30 Lite

ราคานี้เฉพาะช่วงสั่งจองถึง 8 เมษายน 2562 เท่านั้น (อัพเดทราคา ณ วันที่ 28 มีนาคม 2562)

รายละเอียดราคาสมาร์ทโฟน Huawei P30 Series ราคาถูกสุดเมื่อซื้อพร้อมแพ็กเกจ dtac ตรวจสอบรุ่นและราคาสมาร์ทโฟน เพิ่มเติมได้ที่ dtac online store

ประเดิมกันด้วยงานดีไซน์ของ Huawei P30 Pro ที่จัดว่าสวยอย่างมีระดับด้วยการนำเทคโนโลยีการเคลือบชั้นสีผิวระดับนาโนถึง 9 ชั้นเพื่อให้เกิดสีสันที่สว่างและมีการไล่ระดับเฉดสีอย่างเป็นธรรมชาติบนตัวฝาหลังที่เป็นกระจก รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 กันน้ำจืดได้ลึกระดับ 1.5 เมตร นานสุด 30 นาที

สีเข้ามาขายในไทยมี 4 สี ช่วงแรกจะเข้ามาก่อน 3 สีคือ Black, Aurora กับ Breathing Crystal ซึ่งเป็นสีที่อยู่ในมือเราตอนนี้ ขณะที่ Amber Sunrise ที่เป็นตัวเต็งสีขายดีอีกสีหนึ่งจะตามมาทีหลัง

ในส่วนของหน้าจอดีไซน์ Fullview Display ลดพื้นที่ขอบแบบสมมาตรรอบด้าน ขณะที่รอยบากก็ลดขนาดให้เล็กลงเหลือเพียง 6.64มม. ให้พื้นที่แสดงผล 88.6% โดยที่จอของ P30 Pro จะเป็นแผง OLED ขอบโค้ง 6.43 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340×1080) อัตราส่วน 19.5:9 คุณภาพสีคมชัดรองรับการแสดงผล DCI-P3 HDR และแน่นอนรองรับ Multi-touch ได้ 10 จุด และมี Always on Display ให้ใช้

ความพิเศษของรุ่นนี้คือเป็นรุ่นแรกของ Huawei ที่ไม่มีช่องลำโพงสนทนาที่ปกติจะซ่อนอยู่บนขอบเหนือรอยบาก เพราะมากับเทคโนโลยี Acoustic Display หรือใช้การสั่นของหน้าจอทำให้เกิดเสียง ซึ่งถ้าถามว่าเวลาคุยสายจะมีเสียงของอีกฝั่งเล็ดลอดออกมาให้คนรอบข้างได้ยินไหม ก็ตอบได้ว่ามีแต่เบามากๆไม่ต่างจากการใช้ลำโพงสนทนาปกติ ขณะที่ตัวคนคุยสายเองก็ได้ยินเสียงชัดเจนดีไม่มีปัญหา ส่วนฟีเจอร์ถมดำแถบแสดงสถานะเพื่อซ่อนรอยบากก็มีให้ใช้เหมือนเดิม

สำหรับส่วน Navigation Bar (ปุ่ม Home, Back, Recent) แบบ On-Screen สัมผัสบนหน้าจอ ซึ่งสามารถตั้งค่าเปลี่ยนการควบคุมเป็นแบบ Gestures หรือ Navigation dock ได้ตามถนัด

พลิกมาด้านหลังจะพบการดีไซน์ไล่เฉดสีบนผิวกระจกอย่างงดงาม มีการจัดวางกล้องทั้ง 4 ตัว Leica Quad Camera แบ่งเป็น 2 ส่วน คือมีกล้องหลัง 3 ตัววางเรียงเป็นแนวตั้งบริเวณฝั่งซ้ายบน ขณะที่กล้องตัวที่ 4 ซึ่งเป็น ToF (Time-of-Flight camera) จะวางถัดมาทางขวาอยู่ใต้แฟลช

ตัวขอบของ Huawei P30 Pro ใช้วัสดุที่เป็นโลหะปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มพาวเวอร์จะอยู่ด้านขวาทั้งหมด ส่วนด้านซ้ายปล่อยโล่ง

ขณะที่ส่วนหัวและท้ายจะแปลกตาหน่อยเพราะมีการตัดขอบทำให้เรียบลงไป ด้านบนจะมีช่องไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนกับเซ็นเซอร์ IR blaster ส่วนด้านล่างจะมีพอร์ต USB-C ขนาบข้างด้วยไมโครโฟน, ช่องใส่ซิม และลำโพงแบบโมโน

เรื่องแพ็คเกจดีไซน์ของ Huawei P30 Pro ก็เป็นกล่องสีขาวเรียบๆที่คุ้นเคยกันขณะที่ของภายในก็มีทั้ง เครื่อง P30 Pro, คู่มือ/ใบรับประกัน, เคสใส (Soft Case), ชุดหูฟังที่เป็น Type-C, สาย USB-C, เข็มจิ้มถาดซิม และอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ Super Charge 40W ถือว่าให้ของที่จำเป็นมาครบ

Huawei P30 Pro รันกับระบบปฏิบัติการ EMUI 9.1 บนพื้นฐานของ Android 9.0 Pie ขณะที่ตัวชิปเซตใช้เหมือนกับ Mate 20 คือ Kirin 980 ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตในระดับ 7 นาโนเมตร มี Dual NPU หน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์แบบคู่ มีตัวประมวลผล Octa-core (2×2.6GHz Cortex-A76 & 2×1.92GHz Cortex-A76 & 4×1.8GHz Cortex-A55) ใช้ GPU Mali-G76 MP10 โดยที่ประสิทธิภาพประมวลผลต่างๆเหนือกว่ารุ่น P20 Pro ไม่ว่าจะเป็น CPU ที่ดีขึ้น 75%, GPU ดีขึ้น 46% และ NPU ส่วนของการประมวลผล AI ไวขึ้น 226%

สำหรับระบบเครือข่ายรุ่นนี้ใช้ Hybrid Slot รองรับการทำงานสองซิมชนิด Nano-SIM สามารถจับสัญญาน 4G ได้ทั้งคู่ ขณะที่หน่วยความจำที่ขายในไทยจะเป็นสเปค RAM 6GB+ROM 128GB สามารถใส่หน่วยความจำเสริมที่เป็นของทางค่ายอย่าง Huawei NM Card ได้สูงสุด 256GB

ส่วนเรื่องของการระบุพิกัดใช้การจับตำแหน่งแบบคู่ Dual-Frequency ช่วยให้การจับสัญญาน GPS มีความแม่นยำในทุกสภาวะแวดล้อม

ด้านแบตเตอรี่ในรุ่นนี้ใส่มาให้ 4200mAh รองรับ HUAWEI SuperCharge 40W และระบบชาร์จไร้สาย 15W รวมถึงการทำ Reverse wireless charging เปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นแท่นชาร์จแบบไร้สายให้กับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่รองรับการชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน Qi

ด้านซอฟต์แวร์ EMUI 9.1 ก็จัดว่าเรียบง่าย ดูสบายตา และเป็นมิตรต่อยูสเซอร์ ใส่ฟีเจอร์สำคัญมาให้ครบทั้ง หน้าต่าง Hiboard, App Twin ที่ทำให้เราสามารถใช้งานแอปฯ โซเชียลได้พร้อมกันสองบัญชี, Remorte control ใช้สมาร์ทโฟนแทนรีโมทควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน, Split screen แบ่งการทำงานสองจอ, HiVoice กดค้างปุ่มพาวเวอร์ 1 วินาที เรียก Google Assistant เป็นต้น

นอกจากนี้แล้วตัว P30 Pro ก็ยังมีสุดยอดฟีเจอร์เหมาะกับวัยทำงานอย่าง HUAWEI Share OneHop ระบบการแชร์ไฟล์หรือรับไฟล์จากตัวอุปกรณ์ของ Huawei อย่างแล็ปท็อปหรือสมาร์ทโฟนได้อย่างรวดเร็วและง่ายๆเพียงแค่แตะผ่านสัญญาน NFC ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน MWC 2019 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และตัวอัลตร้าบุ๊ค HUAWEI MateBook 13 ที่รองรับฟีเจอร์นี้ก็เตรียมเข้ามาขายในไทยเช่นกัน สนนราคาเริ่มต้นที่ 29,990 บาท

ส่วน Hivision ระบบการค้นหาข้อมูลบนโลกออนไลน์ด้วยการใช้กล้องสแกนวัตถุ หรือสถานที่ที่ต้องการ, สแกนสินค้าเพื่อช้อปออนไลน์, สแกน QRcode หรือแปลภาษา รวมถึงการสแกนอาหารเพื่อหาจำนวนแคลอรี่ตามปริมาณสิ่งที่อยู่บนจานได้แบบเรียลไทม์ แน่นอนว่ามีให้ใช้ในรุ่นนี้

ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยในรุ่น P30 Pro ก็มากับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ Optical ที่ครั้งนี้ถูกพัฒนาขึ้นให้ปลดล็อคได้ไวกว่าเดิม 30% และมีระบบสแกนใบหน้าให้ใช้เหมือนเดิม

สำหรับระบบเซ็นเซอร์ที่สำรวจด้วย Sensor Box ก็พบทั้ง

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

ด้านคะแนนประมวลผลจากแพลตฟอร์ม Benchmark ต่างๆก็ถือว่าสุดยอดด้วยผลลัพท์ดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 7757คะแนน

  • Geekbench 4 Pro = Single-core : 3302 คะแนน/ Multi-core : 9617 คะแนน

  • AuTuTu Benchmark v7.1.7 = 274022 คะแนน

ด้วยสเปคระดับนี้เรื่องการเล่นเกมหายห่วงจัดกันได้แรงๆ ไม่ว่าจะเป็น ROV ที่เปิดโหมด High Frame Rate Mode สัมผัสการเล่นภาพสวยๆแบบ 60fps ได้สบาย เช่นกันกับ PUBG Mobile ที่เปิดโหมดกราฟฟิกสูงสุด (HDR-Ultra) เล่นได้อย่างไม่มีปัญหา

เมื่อพูดถึงแบรนด์ Huawei โดยเฉพาะกับตระกูลเรือธง P Series เรื่องการถ่ายภาพคือสิ่งที่ต้องไฮไลท์กันหนักๆ และ P30 Pro เองก็ยกระดับความสามารถให้ไปไกลกว่าที่เคยเป็น ด้วยการเปิดตัวมาพร้อมกับคะแนนการทดสอบประสิทธิภาพกล้องดิจิตอลบน DxOMark ที่สูงเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มของสมาร์ทโฟน โดยมีคะแนนภาพรวมมากถึง 112 คะแนน แบ่งพาร์ทเป็นคะแนนภาพนิ่ง 119 คะแนน และคะแนนวีดีโอ 97 คะแนน มีสเปคกล้องหลังแบบ 4 ตัว (Quad Camera) ที่ได้ Leica ผู้ผลิตกล้องเกรดพรีเมี่ยมจากเยอรมนีมาร่วมพัฒนาไล่จากบนลงล่างดังนี้

  • กล้อง Ultra Wide 120 องศา ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้อง Wide ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล f/1.6 มี OIS
  • กล้อง 5 X Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/3.4 มีระบบกันสั่น OIS
  • กล้อง ToF สำหรับตรวจจับระยะ

เรื่องของสเปคทางเทคนิคในตัวกล้องของ Huawei P30 Pro ได้มีการเขียนแยกเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ (สัมผัสกล้อง Huawei P30 Pro สมาร์ทโฟนที่ขึ้นแท่นอันดับ 1 เรื่องการถ่ายภาพ) ใครที่สนใจสามารถคลิกไปอ่านกันได้ และเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกันเกินไปตรงส่วนนี้จะเน้นไปที่เรื่องของภาพรวมกับลูกเล่นที่ยังไม่ได้เขียนถึงก่อนหน้านี้ ซึ่งต้องบอกกันไว้ก่อนว่าตัวซอฟท์แวร์กล้องของเครื่องที่ได้มารีวิวยังไม่ใช่เวอร์ชั่นไฟนอลล์ที่จะออกมาวางขาย จึงทำให้ขาดฟีเจอร์บางอย่างไป ถ้าใครมีโอกาสก็อยากให้ไปลองสัมผัสเครื่องจริงตามหน้าร้านที่น่าจะมีซอฟท์แวร์ที่เป็นตัวไฟนอลล์แล้วจะดีกว่า

P30 Pro เป็นอีกรุ่นที่มาพร้อมระบบ Master AI บนตัวกล้องที่ยังคงเด็ดขาด ฉลาดในการตรวจจับซีนที่ถ่ายเพื่อปรับกล้องให้ตรงกับจุดประสงค์นั้นๆ โดยเฉพาะโหมดถ่ายภาพการคืนของรุ่นนี้ที่ทำได้ดีมากๆ ซึ่งอานิสงค์จากตัวเซ็นเซอร์รับภาพที่มีขนาดใหญ่มากถึง 1/1.7 นิ้ว ขณะที่รูรับแสงก็มีให้กว้างสูงสุดถึง F/1.6 ประกอบกับเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ใหม่ RYYB SuperSpectrum ส่งผลให้รุ่นนี้สามารถดัน ISO ได้ทะลุขีด 409,600

แต่สิ่งที่ประทับใจจากความสามารถในการถ่ายที่มืดของ P30 Pro ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่การถ่ายออกมาแล้วได้รูปเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเรื่องของคุณภาพของรูปถ่ายที่ได้ก็ยังจัดว่าสวยงาม เก็บรายละเอียดได้ชัด มีการจัดการนอยส์ได้อย่างดีเยี่ยม โดยทุกรูปที่ถ่ายมาใช้การจัดการภาพที่เป็นแบบเริ่มต้น ไม่ได้มีการใส่โหมดเร่งสีให้เป็น สีสดใส (Vivid) หรือสีกลมกลืน (Classic) ที่ตัวเครื่องมีมาให้แต่อย่างใด เช่นกันกับเรื่องของโหมดการถ่ายภาพในรุ่นนี้ก็มีมาให้แน่นๆ โดยที่ตัวโหมด Pro ก็มีขอบเขตการปรับที่กว้างมากๆ

สำหรับตัว AI Image Stabilization หรือ AIS ระบบกันสั่นด้วย AI เองใน P-series รุ่นนี้ก็มีการพัฒนาความสามารถให้ทำได้มากกว่าเป็นผู้ช่วยตอนถ่าย Night Mode ด้วยการใส่ลูกเล่นถ่ายภาพสายน้ำไหลให้ดูฟุ้งนุ่มสวยเหมือนกับเส้นไหมแบบไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วย ซึ่งน่าเสียดายที่ด้วยเวลาอันจำกัดทำให้ยังไม่มีโอกาสลองโหมดนี้

เป็นที่ทราบกันว่าตัว P30 Pro ได้มาพร้อมกับความสามารถอันน่าทึ่งอย่างระบบการซูมประกอบด้วย ซูมผ่านชิ้นเลนส์ (Optical Zoom) ได้ถึง 5 เท่า, Hybrid Zoom ได้ 10 เท่า และที่ต้องขีดเส้นใต้คือ Digital Zoom ที่ทำได้ถึง 50 เท่า

แน่นอนว่าในการใช้งานปกติก็คงจะมีน้อยครั้งมากๆที่เราจะได้ถางซูมกล้องกันแบบเต็มแม็กซ์เพราะส่วนใหญ่สมาร์ทโฟนหลายๆรุ่นถ้าถ่ายภาพด้วยการซูมสูงสุดตัวคุณภาพที่ได้มาก็แทบจะใช้งานอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในเวลากลางคืน แต่สำหรับ Huawei P30 Pro สามารถแก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้อย่างน่าพอใจโดยเฉพาะการให้รายละเอียดในระดับที่เราอาจจะได้พบกับสิ่งที่สายตาปกติเรามองไม่เห็น ซึ่งนอกจากการมองไกลแล้วการมองใกล้ก็แน่นอนว่ามีความสามารถในการถ่ายภาพมาโครในระยะ 2.5 ซม. ด้วยระบบออโต้โฟกัสในกล้อง Ultra-wide

อีกหนึ่งคุณสมบัติของกล้อง Huawei P30 Pro คือกล้องตัวที่ 4 อย่าง TOF ที่เป็นเทคโนโลยีการวัดระยะของวัตถุด้วยการยิงเลเซอร์ไปยังวัตถุและสะท้อนกลับมาที่เซนเซอร์ ทำให้สามารถวัดระยะมิติของวัตถุได้ละเอียด ได้เป็นระดับชั้นกว่าเดิม

นอกจากจะเป็นอาวุธสำคัญในการถ่าย Portrait แล้ว กล้อง ToF ก็ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยี 3D Modeling หรือการสแกนวัตถุสร้างโมเดล 3 มิติ หรือ การทำงานในระบบ AR ต่างๆ อย่าง AR Measure หรือการวัดขนาดสิ่งของด้วยกล้องหลัง เป็นต้น

เรื่องของการถ่ายวีดีโอด้วยกล้องหลังของ P30 Pro ทาง Huawei ก็ได้มีการแก้ปัญหาหลักๆทั้งเรื่องการถ่ายในที่แสงน้อยให้ออกมาดีขึ้น เพิ่มความสามารถในการกันสั่นด้วย Dual OIS และเทคโนโลยี AIS และตัวผู้ใช้สามารถนำช่วงระยะของเลนส์ทุกตัวที่มีมาใช้สร้างงานภาพเคลื่อนไหวได้ โดยที่รุ่นนี้รองรับการถ่ายวีดีโอสูงสุดที่ 4K UHD สามารถถ่าย Super Slowmotion ได้สูงสุดที่ 720p@960fps

 

ในงานเปิดตัวทางค่ายก็ได้มีการพูดถึงฟีเจอร์ Dual-View Video ซึ่งเป็นการบันทึกวีดีโอทั้งแบบ Close up และ Wide-angle พร้อมกัน ขณะที่ด้าน Post-process หลังจากถ่ายวีดีโอมาแล้วในรุ่นนี้ก็มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า AI Video ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตัดต่อใส่เอฟเฟคทั้งภาพและเสียง เติมลูกเล่น Slowmotion/Fast Forward พร้อมแชร์บนโซเชียลได้เพียงแค่คลิกเดียว และก็เป็นที่น่าเสียดายที่เครื่องรีวิวยังไม่มีทั้งสองส่วนนี้

มาที่กล้องหน้าบ้างใน P30 Pro ใช้กล้องหน้าตัวเดียว แต่มีความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0 ปรับแต่งหน้าชัดหลังเบลอได้ และมีโหมดที่เหมาะสำหรับการถ่ายเซลฟี่โดยเฉพาะรวมถึงเทคโนโลยี AI HDR ที่กล้องหลังก็มีเช่นกันเรียกว่าถ่ายออกมาสวยถูกใจแน่นอน

  • ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Huawei P30 Pro

จากที่ได้ลองใช้ Huawei P30 Pro ด้วยระยะเวลาอันสั้นๆก็ต้องบอกเลยว่ารุ่นนี้สมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพได้สนุกมากๆเพราะความสามารถด้านกล้องที่กล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าเป็นกล้องที่ดีที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในไตรมาสแรกของปี 2019 ซึ่งช่วยให้เรากล้าที่จะหยิบเครื่องนี้ขึ้นมาถ่ายเพราะมั่นใจว่าจะต้องได้ช็อตตามที่ใจต้องการ ส่วนเรื่องการใช้งานก็ทำได้ลื่นไหล ระบบชาร์จไฟทำได้เร็ว ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่เรื่อง เร็ว แรง เป็นหัวใจสำคัญ

สุดท้ายเป็นเรื่องของราคา Huawei P30 Pro (8GB / 256GB)  เคาะในไทยที่ 31,990 บาท เริ่มเปิดพรีออเดอร์ผ่านช่องทางโอเปอเรเตอร์, ดีลเลอร์ และช่องทางออนไลน์ แล้ววันนี้ไปจนถึง 8 เมษายน 2562 เวลา 17.00 น. โดยมาพร้อมกับของแถมช่วงจองทั้ง

  • นาฬิกา Huawei Watch GT Sport Edition (มูลค่า 5,990 บาท)
  • ฟรีประกันเพิ่มจาก 1 ปี เป็น 2 ปี สำหรับคนที่พรีออเดอร์และเปิดใช้งานมือถือก่อนวันที่ 22 เมษายน 256
  • ฟรีประกันจอหรือฝาหลังแตก 1 ครั้งภายใน 30 วันหลังจากที่ซื้อเครื่อง
  • ฟรี Huawei Point จำนวน 300 คะแนน สำหรับใช้บนแอปฯ Huawei AppGallery หรือ Huawei Theme
  • บริการติดฟิลม์กันรอยหน้าจอฟรี 1 ครั้งที่ศูนย์ Huawei

โดยที่ลูกค้าพรีออเดอร์จะทยอยได้รับสินค้าตั้งแต่วันที่ 10-13 เมษายนนี้ ส่วนวันขายจริงจะเป็นวันที่ 10 เมษายน เป็นต้นไป

About Author

RingRangRung

RingRangRung