[Review] Huawei nova 4 มือถือจอ Punch Display รุ่นแรกของไทย ที่มากับกล้องเลนส์กว้าง

โดย RingRangRung | 5 กุมภาพันธ์ 2562 เมื่อ 10:15 น.

มาก่อนก็ได้ขายก่อนสำหรับ Huawei ที่ชิงเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอเจาะรูเป็นรุ่นแรกในไทยอย่างตัว Huawei nova 4 ที่เตรียมจะวางจำหน่ายกันเป็นครั้งแรกที่งาน Thailand Mobile Expo 2019 วันที่ 7 กุมภาพันธ์ กับราคา 16,990 บาท

สเปค Huawei nova 4

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 157 x 75.1 x 7.8 มม. หนัก 172 กรัม
  • หน้าจอ Punch Display ชนิด LTPS LCD ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2310 x 1080 พิกเซล (FHD+) อัตราส่วน 19.25:9
  • ชิปเซต Kirin 970 ประมวลผล Octa-core (4x Cortex-A73 2.36GHz + 4xCortex-A53 1.8GHz) มี GPU Mali-G72 MP12 พร้อม GPU Turbo 2.0
  • สเปคความจำ RAM 8GB+ROM 128GB ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม
  • กล้องหลัง 3 ตัว 20MP f/1.8 PDAF +16MP f/2.2 (Ultra-wide)+2MP f/2.4 มีความสามารถของ AI
  • กล้องหน้า 25MP f/2.0 มีระบบ AI และ HDR
  • รองรับการทำงานสองซิมสัญญาน 2G/3G/4G รองรับ VoLTE
    • 4G TD-LTE : B34/B38/B39/B40/B41
    • 4G FDD-LTE: B1/B3/B5/B6/B7/B8/B19
    • 3G WCDMA : B1/B2/B5/B6/B8/B19
    • 2G GSM : B2/B3/B5/B8
  • เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง A-GPS/ GLONASS/ BDS
  • รองรับสัญญานไร้สาย Bluetooth 4.2, A2DP, EDR, LE, aptX HD, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot
  • มีสแกนลายนิ้วมือและปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • แบตเตอรี่ 3750mAh รองรับ Fast charging
  • รันกับ Android 9.0 Pie คลุมด้วย EMUI 9.0.1
  • สีที่ขาย Black , Crush Blue

ซื้อสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 พร้อมเปิดเบอร์ใหม่ได้ส่วนลดคุ้มกว่า ที่ dtac online store

สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำพร้อมฟังก์ชั่นที่เหนือกว่าบนสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ อาทิ หน่วยประมวลผล Kirin 970 ชิปเซ็ต AI แบบคู่ เร็ว แรง ไหลลื่น ร่วมกับ GPU Turbo 2.0 ถ่ายภาพสวยด้วยระบบกล้อง 3 ตัวเลนส์ Ultra Wide ถ่ายรูปวิวได้กว้างหรือเก็บภาพได้ครบ พร้อมหน้าจอ Punch Display ดีไซน์ใหม่ล่าสุดไร้ติ่งขนาด 6.4 นิ้ว

dtac online store นำเสนอโปรโมชั่นส่วนลเซื้อสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 ในราคาพิเศษ พร้อมรับฟรี HUAWEI FreeBuds Wireless Earphones มูลค่า 3,990 บาท (เฉพาะสั่งซื้อล่วงหน้าบนออนไลน์เท่านั้น) สำหรับลูกค้าเก่า ลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ รับส่วนลดราคาเริ่มต้นเหลือเพียง 9,990 บาท จากราคาปกติ 16,990 บาท ลูกค้าย้ายค่ายออนไลน์รับส่วนลดเพิ่ม 1,500 บาท รับสิทธิ์ผ่อน 0% พร้อมกันทั้งค่าเครื่องและค่าบริการล่วงหน้า

รายละเอียด ซื้อสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 พร้อมเปิดเบอร์ใหม่คุ้มกว่า (อัพเดทราคา วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2019)

ตรวจสอบรุ่นและราคาสมาร์ทโฟน เพิ่มเติมได้ที่ dtac online store

Huawei nova 4 ยังคงเดินตามแนวทางของซีรีส์ที่จะนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ โดยสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของแบรนด์ที่มากับหน้าจอเป็นรูสำหรับใส่กล้องหน้า ที่ทางค่ายใช้ชื่อดีไซน์ว่า “Punch Display”

เบื้องหลังการดีไซน์แบบ Punch Display ทาง Huawei ใช้เทคโนโลยี Blind Hole ทำช่องบนหน้าจอให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้สูญเสียพื้นที่การใช้งาน และเลือกที่จะติดตั้งไว้ตรงมุมซ้ายบนของจอโดยที่พยายามจะทำให้ติดขอบมากที่สุด ซึ่งตำแหน่งนี้ทางผู้ผลิตได้วิจัยมาแล้วว่าเป็นพื้นที่ที่ถูกใช้งานน้อยที่สุด ขณะที่ตัวกล้องหน้าเองก็ดีไซน์ให้มีขนาดเล็กเพียง 3.05 มม. แถมประสิทธิภาพก็ไม่ได้ถดถอยไป

วัสดุหน้าจอของ nova 4 เป็น LTPS LCD ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2310 x 1080 พิกเซล (FHD+) อัตราส่วน 19.25:9 มีพื้นที่การใช้งานหน้าจอมากถึง 86.3% คลุมทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 รองรับ Multi-Touch ได้ 10 จุด

แน่นอนว่ารุ่นนี้ไม่มีรอยบาก (Notch) แต่ก็ยังมีการตั้งค่าให้สามารถถมดำซ่อนช่องดังกล่าวได้ แต่ก็ต้องแลกมากับส่วนขอบจอที่หนาเพิ่มขึ้น

ด้านการเล่นเกมรวมถึงการดูคอนเทนท์ต่างๆบนจอ Punch Display ส่วนตัวมองว่าไม่ได้มีผลกระทบอะไรมาก อาจจะเป็นเพราะตัวช่องว่างบนหน้าจอที่ไม่ได้อยู่ในจุดรบกวนสายตา ขณะที่การเล่นเกมแน่นอนว่าช่องบนจอก็ต้องบังตำแหน่งปุ่มที่อยู่บริเวณนั้นแต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการสัมผัสแน่นอน

ถ้าคิดว่ารบกวนก็สามารถเข้าไปตั้งค่า “Hide Notch” แบบเฉพาะแอปฯก็ได้

อีกจุดนึงที่ต้องให้เครดิตทาง Huawei คือการออกแบบลำโพงสนทนาให้ออกมาเล็กมากๆจนซ่อนตรงขอบได้อย่างแนบเนียน แถมยังมีไฟแจ้งเตือน (Notification light) ให้เห็นลางๆ

ส่วนขอบจอด้านล่างปล่อยวางใช้แถบ Navigation Bar แบบสัมผัสบนจอ ซึ่งสามารถตั้งเปลี่ยนเป็นแบบ Gestures หรือ Dock ได้ตามความถนัด

บอดี้ด้านหลังของ nova 4 ก็หรูหรามีระดับด้วยกระจกเคลือบชั้นไล่เฉดสีดีไซน์สีแบบ Low key ซึ่งเข้าไทยมา 2 สี คือสีดำ (Black) แบบคลาสสิค และสีที่เห็นในมือตอนนี้ สีม่วง-น้ำเงิน (Crush Blue) ซึ่งเป็นสีไฮไลท์ของรุ่นนี้ ขณะที่กล้องหลังเป็นแบบ 3 ตัว (Triple Camera) จัดวางแนวตั้ง และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือหลังเครื่อง

ตัวขอบเฟรมของรุ่นนี้เป็นวัสดุโลหะอลูมิเนียม ปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่ม Power จะอยู่ทางขวาของเครื่อง ส่วนด้านซ้ายเป็นช่องใส่ซิม

ขอบด้านบนเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน พร้อมทั้งตัวเซ็นเซอร์วัดระยะ (Proximity Sensor) ที่ย้ายมาอยู่ตรงขอบ ขณะที่ด้านล่างเป็นลำโพงหลัก, ไมโครโฟน และพอร์ต USB-C

สำหรับแพ็คเกจของ Huawei nova 4 ก็เป็นกล่องสีขาวธรรมดาภายในมีอุปกรณ์อย่าง ฟิลม์กันรอยหน้าจอ (ติดมาที่เครื่องแล้ว), เข็มจิ้มถาดซิม, เคสซิลิโคนใส, ใบคู่มือและใบรับประกัน, สาย USB-C,หูฟัง และ อะแดปเตอร์ 9V-2A ซึ่งตัวเครื่องที่ได้มารีวิวไม่ใช่แพ็คเกจที่ขายในไทย แต่เข้าใจว่าถ้าเข้ามาก็คงไม่มีอะไรที่ต่างไปจากนี้มาก

เรื่องของสเปคภายใน nova 4 ใช้ชิปเซต Kirin 970 แบบเดียวกันกับ nova 3 ซึ่งมีระบบ NPU (Neural Processing Unit) เพื่อรองรับกับเทคโนโลยี AI ตัวหน่วยประมวลผล Octa-core ประกอบด้วย Quad-Core Cortex-A73 ความเร็ว 2.36GHz กับ Quad-Core Cortex-A53 1.8GHz มี GPU เป็น Mali-G72 MP12

แต่สิ่งที่อัพเกรดขึ้นมาคือรุ่นนี้ใช้ GPU Turbo 2.0 ทำให้เล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้น มีสเปค RAM เพิ่มขึ้นมาเป็น 8GB พร้อมความจำตัวเครื่อง 128GB ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม และรองรับการทำงานสองซิม ขณะที่ระบบปฏิบัติการแกะกล่องออกมาเป็น EMUI 9.0.1 อยู่บน Android 9.0 Pie ซึ่งทำงานได้ลื่นไหลกว่ารุ่นก่อนแน่นอน

ฟีเจอร์ต่างๆ ที่เป็นของ EMUI ก็ยังมีอยู่ทั้ง App Twin สำหรับโคลนนิ่งแอปฯโซเชียลมีเดียลเพื่อล็อกอิน 2 บัญชีในเครื่องเดียว, App Assistant รองรับการตั้งค่า เร่งกำลังประมวลผลกราฟิกและปิดแจ้งเตือนระหว่างเล่นเกม, Party Mode สำหรับการเชื่อมต่อมือถือหลายเครื่องเข้าด้วยกัน เสมือนเปิดเพลงจากเครื่องเสียงแล้วมีลำโพงหลายตัว หรือจะเป็น Split screen เพื่อใช้งานสองหน้าจอ เป็นต้น

ในส่วนของระบบรักษาความปลอดภัยก็มีทั้งการสแกนลายนิ้วมือ และการสแกนใบหน้า เลือกใช้งานได้ตามสะดวกหรือจะเปิดไว้ทั้งสองอันเลยก็ได้

ประสิทธิภาพในการเล่นเกม Huawei nova 4 ทำได้ดีไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็น PUBG Mobile ที่ค่าเริ่มต้นเป็นระดับ High สามารถเซ็ตเพิ่มเป็น HDR-Ultra ได้ ขณะที่ ROV  เปิดโหมด HighFrame Rate ได้ตัวเลขก็จะอยู่ที่ราว 58-60fps

สำหรับเซ็นเซอร์จากที่เช็คด้วยแอปฯ Sensor Box ก็จัดว่าครบเครื่องไม่ว่าจะเป็น

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

ด้านคะแนนประมวลผลจากแพลตฟอร์ม Benchmark ต่างๆ

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 6301 คะแนน

  • Geekbench 4 Pro = Single-core : 1728 คะแนน / Multi-core : 5635 คะแนน

  • AuTuTu Benchmark v7.1.4 = 131722 คะแนน

ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่ Huawei nova 4 นั้นมีความจุที่ 3750mAh เพียงพอต่อการใช้งานตลอดทั้งวันแน่นอน สำหรับอะแดปเตอร์ชาร์จไฟที่แถมมาก็เป็นตัว 9V-2A

เรื่องของการถ่ายภาพกล้องหน้าของ nova 4 ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX576 ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 เด่นด้วยฟีเจอร์ถ่ายภาพเซลฟี่ด้วย AI Selfie Scenerary Recognition ใช้ AI ปรับแต่งภาพในส่วนของตัวแบบกับฉากหลังเป็นอิสระจากกัน ซึ่งระบบของกล้องหน้าสามารถจำแนกฉากหลังได้มากกว่า 200 ฉาก จาก 8 หมวด

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ HDR Pro หรือการถ่ายภาพในโหมด HDR ด้วยกล้องหน้า ที่เป็นแบบการทำงานร่วมกันทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์กล้าสู้แสงจ้าเก็บฉากหลังได้ครบ พร้อมด้วยตัว Portrait ถ่ายเซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอ ที่มี ฟีเจอร์จัดแสง Portrait Lighting แบบ 3 มิติ ซึ่งสามารถปรับระดับของแสง หรือเลือกรูปแบบการจัดแสง ทั้งแบบเรียลไทม์ หรือหลังการถ่ายด้วยโหมดนี้ได้ ขณะที่ตัวโหมด Beauty ก็ปรับได้ถึง 10 ระดับ

ขณะที่ในโหมด AR Lens ก็มีโหมด 3D Qmojis ที่มีอีโมจีให้เลือกกันถึง 8 แบบ , AR stickers ให้ถ่ายเล่นกันสนุกๆ และ Gesture effects สร้างเอฟเฟคเท่ๆในภาพ ด้วยการทำสัญลักษณ์มือ

มาที่กล้องหลังตัว nova 4 อัพเกรดขึ้นจากรุ่นก่อนโดยใช้กล้อง 3 ตัว (Triple Camera) ซึ่งมีฟังค์ชั่นเหมือนกับเรือธง Mate 20 Pro ทีเสริมเลนส์มุมกว้างเข้ามา โดยที่รุ่นนี้จะประกอบไปด้วย

  • กล้องเซ็นเซอร์หลัก 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 ระบบโฟกัส PDAF
  • กล้องมุมกว้าง (Ultra-wide) 117 องศา 16 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องเทเล 2 ล้านพิกเซล f/2.4

การใช้ความสามารถในการถ่ายมุมกว้างก็เหมือนกับตัวรุ่นพี่คือลากตัว Zoom ถอยหลัง แน่นอนว่าภาพที่เห็นในจอจะมีส่วนขอบเบี้ยวอยู่บ้างซึ่งเป็นธรรมชาติของเลนส์ไวด์ แต่เมื่อถ่ายไปในกล้องรุ่นนี้ก็มีซอฟท์แวร์ช่วยแก้ไขดึงส่วนขอบให้ตรงขึ้นนิดหน่อย

สำหรับกล้องหลังของรุ่นนี้ก็มีระบบ AI Scenerary Recognition ช่วยปรับโหมดและการตั้งค่าต่างๆของกล้องให้เหมาะสมกับซีนที่จะถ่าย และที่น่าสนใจคือมีโหมด Super Night ถ่ายภาพแสงน้อยไม่ง้อขาตั้งกล้องเพราะมีเทคโนโลยี AIS (AI Image Stabilization) ระบบป้องกันภาพสั่น ด้วยการนำเอาระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยล็อกเฟรมในภาพถ่าย

ตัวโหมด Portrait แน่นอนว่ามีฟีเจอร์ 3D Portrait Lighting โหมดจัดแสงแบบในสตูดิโอให้ได้ใช้งาน ขณะที่ AR Lens ก็ให้สารพัดลูกเล่นสำหรับการถ่ายภาพ รวมถึง 3D Objects ที่เอาตัวการ์ตูน 3 มิติเข้ามาอยู่ในภาพด้วยเทคโนโลยี AR

 

ขณะที่การถ่ายแบบ Pro Mode สามารถตั้งได้ทั้ง รูปแบบการวัดแสง, การโฟกัส, ค่า White Balance , ปรับ ISO ตั้งแต่ 50-3200, สปีดชัตเตอร์ 1/4000-30 วินาที และระบบชดเชยแสง EV +/-4

  • ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Huawei nova 4

ด้านการถ่ายวีดีโอกล้องหลังของรุ่นนี้รองรับสูงสุดที่ 4K UHD (3840x2160p) ถ้าเป็นโหมด Slow-motion จะมี 1080pFHD@120fps กับ 720pHD@480fps

อีกหนึ่งลูกเล่นที่กล้องหลังมีให้คือตัวโหมด Hivision ระบบการค้นหาข้อมูลบนโลกออนไลน์ด้วยการใช้กล้องสแกนวัตถุ หรือสถานที่ที่ต้องการ รวมถึงการสแกนอาหารเพื่อหาจำนวนแคลอรี่ตามปริมาณสิ่งที่อยู่บนจานได้แบบเรียลไทม์

Huawei nova 4 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นที่มีความครบเครื่องในตัว โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 7 ก.พ. ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2019 ที่ ไบเทค บางนา รวมถึงช่องทางออนไลน์ HUAWEI Official Store บน Lazada สนนราคาที่ 16,990 บาท พร้อมรับฟรีของสมนาคุณพิเศษ HUAWEI FreeBuds Wireless Earphones มูลค่า 3,990 บาท แต่ต้องรีบหน่อยเพราะของแถมมีจำนวนจำกัด

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners