Huawei nova 3 สมาร์ทโฟน 4 กล้องสมองกล สเปคเรือธงความจุ 128GB กับราคาที่น่าประทับใจ

โดย RingRangRung | 15 สิงหาคม 2561 เมื่อ 13:04 น. | อ่าน 1,215

ในที่สุดก็ถึงคราวของพี่ใหญ่จาก nova 3 Series อย่าง Huawei nova 3 แน่นอนว่าสเปคจัดมาให้ถึงพริก ถึงขิง ไม่ว่าจะเป็นกล้องคู่ AI ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง งานดีไซน์ระดับไฮเอนด์  โดยที่ราคาอยู่แค่ในระดับกลางๆ เท่านั้น

สเปคของ Huawei nova 3

  • หน้าจอ FullView Display แบบ TFT LCD (IPS) กว้าง 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9
  • หน่วยประมวลผล Kirin 970 ความเร็ว 36 GHz พร้อมหน่วยประมวลผลพิเศษ NPU ใช้ GPU Mali-G72 MP12
  • สเปค RAM 6GB+ROM 128GB สามารถเพิ่ม microSD ได้สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 24+16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/8 พร้อมไฟแฟลช LED และมี AI Master Photography
  • กล้องหน้าคู่ความละเอียด 24+2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/0 พร้อมเทคโนโลยี AI
  • รองรับซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง (รองรับ 4G ทั้ง 2 ซิม)
  • พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
  • ระบบความปลอดภัย ระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และระบบจดจำใบหน้า (360 Face Unlock)
  • รองรับเครือข่าย
    • 4G LTE TDD: B38 / B40 / B41
    • 4G LTE FDD: B1 / B2 / B3 / B4 / B5 / B7 / B8 / B28 / B12 / B17 / B18 / B19 / B26
    • 3G WCDMA: B1 / B2 / B4 / B5 / B8 / B6 / B19
    • 2G GSM: B2 / B3 / B5 / B8
  • ระบบระบุตำแหน่ง GPS, GLONASS, AGPS
  • 11a/b/g/n/ac, 2.4 GHz&5 GHz, Bluetooth 4.2, BLE, HWA, aptX และ aptX HD
  • แบตเตอรี่ความจุ 3750mAh รองรับชาร์จไว Fast Charge 9V/2A
  • ระบบปฎิบัติการ Android 1 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.2

ตามที่เคยบอกกันไปตั้งแต่รุ่น nova 3i ว่าตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ nova 3 เป็นรุ่นที่ทาง Huawei ตั้งใจทำมาเพื่อให้เป็นนักฆ่าที่จะมาฆ่าจอมพิฆาตเรือธงอีกที (Flagship Killer’s Killer) เพราะฉะนั้นแล้วตัวสเปคและดีไซน์ก็ต้องพรีเมี่ยมไม่ให้ด้อยกว่ารุ่นเรือธง

  • สเปคถึงเครื่องความจุ 128GB โหลดเลยไม่ต้องกลัว

สเปคความจุของ nova 3 ที่เข้ามาขายในไทยตัว RAM ให้มา 6GB ความจุตัวเครื่อง (ROM) 128GB โหลดเกม โหลดแอปฯ ถ่ายรูป ถ่ายคลิป ได้กระหน่ำ ไม่ต้องมานั่งพะวงต้องลบไฟล์เก่าๆ หรือถ้าคิดว่านั่นยังไม่พอก็สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ได้สูงสุด 256GB

ด้านชิปเซตของ nova 3 เรียกว่าเป็นโมเดลที่เหมาะสำหรับใช้ตีตลาดสมาร์ทโฟนรุ่นกลางค่อนไปทางบนได้เป็นอย่างดี โดยเลือกใช้ Kirin 970 ชิปประมวลผลระดับสูงที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิต 10 นาโนเมตร ซึ่งเป็นตัวที่ถูกใช้งานในสมาร์ทโฟนระดับเรือธงของค่ายที่เปิดตัวมาในปีนี้อย่าง Huawei P20, Huawei P20 Pro และ Huawei Mate RS Porsche Design

ชิป Kirin 970 มากับระบบ NPU (Neural Processing Unit) ที่ฝังลงไปในชิปเพื่อรองรับกับเทคโนโลยี AI อย่างเต็มรูปแบบ ตัวหน่วยประมวลผล Octa-core ประกอบด้วย Quad-Core Cortex-A73 ความเร็ว 2.36GHz กับ Quad-Core Cortex-A53 1.8GHz มี GPU เป็น Mali-G72 MP12

นอกจากนั้นแล้วในชิปยังมีหน่วยประมวลผลภาพ Advanced Dual ISP ที่มาพร้อมกับระบบโฟกัสภาพถึง 4 แบบ (4-Hybrid) คือ Laser Focus, Depth Focus, Contrast Focus และ PDAF  ส่วนเรื่องของการรองรับสัญญาณในชิปตัวนี้ก็มี โมเด็ม 4.5G LTE Cat 18 ช่วยให้ทำความเร็วในการใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ถึง 1.2Gbps  ซึ่งใน nova 3 ก็รองรับDual SIM และ 4G VoLTE ทั้งสองซิม สำหรับแบตเตอรี่เพียงพอต่อการใช้งานด้วยความจุ 3750mAh รองรับชาร์จไว Fast Charge 9V/2A

ระบบปฎิบัติการของ nova 3 เป็น Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.2 มีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยทั้งการสแกนลายนิ้วมือ และการสแกนใบหน้าซึ่งในรุ่นนี้มีการยกระดับใช้เซ็นเซอร์อินฟราเรดในการสแกนใบหน้าเจ้าของเครื่องแบบ 3 มิติ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน และยังทำให้ฟีเจอร์ปลดล็อคนี้ทำงานในสภาพแสงน้อยได้ดียิ่งขึ้นด้วย

คลิปทดสอบการสแกนใบหน้าปลดล็อคในที่มืด


สำหรับเซ็นเซอร์จากที่เช็คด้วยแอปฯ Sensor Box
ก็จัดว่าครบเครื่องไม่ว่าจะเป็น

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

มาดูที่คะแนนการประมวลผลกันบ้างจากการทดสอบด้วยแอปฯ Benchmark ต่างๆก็ได้ผลลัพท์ดังนี้

  • PCMark for Android (Work 0) = 7368คะแนน

  • Geekbench 4 = Single-core : 1913 คะแนน/ Multi-core : 6693 คะแนน

  • AuTuTu Benchmark v1.0 = 209283 คะแนน

เรื่องของการเล่นเกม Huawei nova 3 ก็ไม่เป็นรองใครสามารเล่น ROV โดยเปิด HD Display และโหมด Hight Frame Rate ได้ จากการทดสอบเล่นในโหมดฝึกซ้อมค่าเฟรมเรทก็จะอยู่วิ่งที่ประมาณ 53-55fps

ขณะที่เกม PUBG ได้ผลทดสอบที่น่าประทับใจมากๆ เพราะเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถตั้งค่ากราฟฟิกในระดับ HDR ได้ ขณะที่ระดับเฟรมเรทอยู่ที่ Ultra และที่สำคัญคือสามารถเล่นได้ลื่นไหล ซึ่งสมาร์ทโฟนระดับเรือธงของบางค่ายก็ยังไม่สามารถตั้งค่าในระดับนี้ได้

 

รุ่นนี้ก็มีฟีเจอร์ AI game suite ช่วยปลดปลอยให้พลังชิปเซ็ตให้ทำงานอย่างเต็มที่ และมีการจัดการกับสายเรียกเข้าหรือข้อความแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้มีอะไรมาขัดจังหวะขณะเล่นเกม

  • กล้องหลังคู่ AI ฟังค์ชั่นเดียวกับรุ่นเรือธง

มาถึงเรื่องการถ่ายภาพ nova 3 เป็นสมาร์ทโฟน Dual AI Camera ที่มีกล้องคู่ AI ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และมีสิ่งที่เหนือกว่ารุ่น 3i โดยใช้เซ็ตอัพกล้องหลังคู่ในแบบเดียวกันกับที่รุ่นเรือธงของ Huawei ใช้ โดยกล้องหลังของรุ่นนี้จะประกอบด้วย เซ็นเซอร์ ขาว-ดำ (Monochrom) ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ทำงานกับเซ็นเซอร์สี (RGB) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงของกล้องทั้งสองตัวเท่ากันที่ f/1.8 และมีระบบโฟกัส PDAF ทั้งสองกล้อง

กล้องหลังของรุ่นนี้มีระบบ AI Scenery Recognition ที่ตัว AI สามารถเรียนรู้ภาพกว่า 100 ล้านภาพ และนำมาวิเคราะห์ออกมาได้ถึง 500 ฉากจาก 22 หมวด เพื่อปรับโหมดและการตั้งค่าต่างๆของกล้องให้เหมาะสมกับฉากที่จะถ่าย ซึ่งตัว UI ของกล้องจะมีให้เลือก เปิด-ปิด ได้เองง่ายๆ

ภาพที่ถูกถ่ายด้วยระบบ AI จะถูกปรับแต่งสี, แสง และรายละเอียดของภาพ ให้มีสีและแสงออกมาสวยงามตามที่ระบบวิเคราะห์มา โดยที่ผู้ใช้สามารถกดเลือกได้ว่าจะใช้ภาพที่เป็นแบบ AI แต่งมา หรือจะเป็นภาพโทนสีเดิมๆ เพราะฉะนั้นถ่ายด้วยโหมด AI ไว้ก่อนคือดีที่สุด

สำหรับตัว Portait Mode ของรุ่นนี้นอกจากโหมด Beauty ที่ปรับหน้าใสได้ 5 ระดับแล้ว ก็ยังมีฟีเจอร์จัดแสงถ่ายภาพบุคคล Portrait Lighting แบบ 3 มิติ ซึ่งสามารถปรับระดับของแสง หรือเลือกรูปแบบการจัดแสง ทั้งแบบเรียลไทม์ หรือหลังการถ่ายด้วยโหมดนี้ได้

ขณะที่การถ่ายภาพแบบหน้าชัด-หลังเบลอ ด้วยโหมด Aperture ไม่ว่าจะถ่ายแบบสี หรือ ขาว-ดำ ก็สามารถนำไปเลือกปรับจุดโฟกัส, เลือกระดับรูรับแสง หรือใส่ฟิลเตอร์เอฟเฟ็กต์ หลังการถ่ายได้ครับ

อีกหนึ่งโหมดที่ทำให้การถ่ายภาพสนุกยิ่งขึ้นคือตัว AR Lens ที่จัดสารพัดลูกเล่นสำหรับการถ่ายภาพมาไว้แต่ที่เด็ดสุดคือ 3D Objects ที่เอาตัวการ์ตูน 3 มิติเข้ามาอยู่ในภาพด้วยเทคโนโลยี AR

คลิปวีดีโอจากโหมด 3D Objects


ขณะที่ตัวโหมด Pro ของรุ่นนี้จะสามารถปรับได้ตั้งแต่ ISO (50-3200), Speed Shutter (1/4000 – 30 วินาที), EV (+-4), รูปแบบการโฟกัส และ White Balance (2800-7000K)

ด้านการถ่ายวีดีโอกล้องหลังของรุ่นนี้รองรับสูงสุดที่ UHD 4K (3840x2160p) อัตราเฟรมเรท 60fps ถ้าเป็นโหมด Slow-motion เฟรมเรทสูงสุดในแบบ 16X Super Slow Motion อยู่ที่ 480fps ที่ความละเอียด HD 720p บันทึกได้ 10 วินาที

คลิปวีดีโอจากโหมด 16X Super Slow Motion


ส่วนกล้องหน้าของ nova 3 เหมือนของ nova 3i เป็นเลนส์คู่ 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 กับ 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 และมีการนำระบบ AI เข้ามาใช้งานไม่ว่าจะเป็น โหมด Beauty ที่มีระบบอัลกอริทึมใหม่ แต่งให้สวยโดยประมวลผลกันลึกถึงเพศ, สีผิว และ เชื้อชาติ ทำให้ใบหน้าออกมาสวยไม่ว่าจะเป็นผิวแบบเอเชีย, ยุโรป หรือ ลาตินอเมริกา

นอกจากหน้าจะสวยแล้วฉากหลังก็ต้องเป๊ะ nova 3 ก็มี AI Selfie Scenerary Recognition ใช้ AI ปรับแต่งภาพในส่วนของตัวแบบกับฉากหลังเป็นอิสระจากกัน ซึ่งระบบของกล้องหน้าสามารถจำแนกฉากหลังได้มากกว่า 200 ฉาก จาก 8 หมวด พร้อมด้วยฟีเจอร์ HDR Pro หรือการถ่ายภาพในโหมด HDR ด้วยกล้องหน้า ที่เป็นแบบการทำงานร่วมกันทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ เรียกว่าพร้อมสวยสู้แสง อยู่ไหนก็ถ่ายชัด

เทียบภาพถ่ายแบบ ปิดเปิด AI

ตัวอย่างภาพภ่ายแบบ ปิด-เปิด โหมด HDR Pro

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่กล้องหน้าได้รับจากขุมพลัง AI คือการสร้าง 3D Qmojis แบบเคลื่อนไหวได้ทันที และยังรองรับการบันทึกในรูปแบบไฟล์ GIFs หรือ VDOs และเพิ่มข้อความน่ารักๆ สำหรับแชร์ต่อ โดยที่มีอีโมจีให้เลือกกันถึง 8 แบบ

คลิปวีดีโอ 3D Qmojis


แน่นอนว่านอกจาก 3D Qmojis แล้วความสนุกในการถ่ายด้วยกล้องหน้าของ nova 3i ก็ยังไม่หมดเพราะรุ่นนี้ก็มีฟีเจอร์ AR stickers ให้ถ่ายเล่นกันสนุกๆ แถมยังมีของเด็ดเป็น Gesture effects สร้างเอฟเฟคเท่ๆในภาพ ด้วยการทำสัญลักษณ์มือ


สำหรับสายช็อปกล้องของ nova 3 ก็มีฟีเจอร์สแกนสิ่งของหรือ QR Code เพื่อค้นหาข้อมูลของสินค้าและราคาจากฐานข้อมูลของ Amazon ทำการช็อปปิ้งมีรวดเร็วและง่ายยิ่งขึ้น

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Huawei nova 3

  • ดีไซน์ Gradient Design บอดี้กระจกในระดับเรือธง

บอดี้ของ Huawei nova 3 มีขนาด 157 x 73.7 x 7.3มม. น้ำหนักรวมแบตเตอรี่อยู่ที่ 166 กรัม ซึ่งจะบางกว่าตัว nova 3i เล็กน้อย ขณะที่น้ำหนักก็จะเบากว่าราว 3 กรัมเรียกว่าแทบจะไม่รู้สึกถึงความต่าง ด้านบอดี้เป็นแบบ Metal-Glass ฝาหลังเป็นกระจก 3D ให้สัมผัสที่โค้งมนกว่าตัวรุ่นน้องที่ใช้กระจก 2.5D และแน่นอนว่าสเปคไฮไลท์คือเรื่องของการไล่เฉดสีแบบ Gradient Design เพิ่มความงดงามยามสะท้อนกับแสงไฟ ซึ่งสีของ nova 3 ที่เข้าไทยประกอบด้วย Black, Iris Purple และ Red ครับ

เรื่องงานดีไซน์หน้าจอก็ยังคงเป็นเทรนด์หลักของ Huawei ในปีนี้ โดยออกแบบให้เป็น FullView Display อัตราส่วน 19.5:9 ใช้แผงจอ ขนาด 6.3 นิ้ว ใช้แผงชนิด TFT LCD (IPS) ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ความหนาแน่นพิกเซล 409ppi แสดงสีได้ 16.7 ล้านสี มีค่าความอิ่มตัวของสี 85% ขณะที่พื้นที่ของจอเมื่อเทียบกับตัวเครื่องที่ 84.2% ใช้งานในระบบ Multi-Touch ได้ 10 จุด

การที่เป็นจอ FullView แน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับส่วนที่เป็นรอยบาก (Notch) ซึ่งรอยบากของ nova 3 จะเป็นพื้นที่สำหรับกล้องหน้าคู่, เซ็นเซอร์ และลำโพงสนทนา ซึ่งถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าตัวไฟแจ้งเตือน LED จะซ่อนอยู่ใต้ลำโพงสนทนาครับ สำหรับใครที่ไม่ชอบจอที่เป็นรอยบาก ทาง Huawei ก็ใส่ตัวตั้งค่าให้กดถมดำแทบสถานะเพื่อซ่อนรอยบากได้

ส่วนขอบจอด้านล่างจะปล่อยวางใช้แถบ Navigation Bar สำหรับปุ่ม Back, Home และ Recent App เป็นแบบสัมผัสบนจอ ซึ่งสามารถตั้งเปลี่ยนเป็นแบบ Single-Key หรือ Dock ได้ถ้าอยากได้พื้นที่หน้าจอแบบเต็มๆ

พลิกมาด้านหลังเจอกับกล้องคู่วางแนวตั้งชิดมุมซ้ายบนมีแฟลชอยู่ด้านล่าง และจุดที่สังเกตความแตกต่างของตัว nova 3 Series คือตัวหนังสือที่ติดกับกล้อง ในรุ่น nova 3 จะเป็น AI Camera ถ้าเป็น 3i จะเขียนว่า Dual Lens ส่วนกลางหลังเครื่องก็เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ตัวขอบเครื่องของ nova 3 Series จะเป็นวัสดุโลหะ ปุ่มปรับระดับเสียง กับ ปุ่ม Power จะอยู่ที่ด้านขวา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นถาดใส่ซิมแบบ Hybrid Slot ที่เลือกได้ว่าจะใช้งานแบบสองซิม หรือซิมหลักกับหน่วยความจำเสริมชนิด microSD Card

ตรงขอบด้านบนจะเป็นไมค์ตัดเสียงรบกวน ขอบด้านล่างเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5มม.,ไมโครโฟน, พอร์ต USB-C และลำโพงหลัก

ตัวแพ็คเกจของ Huawei nova 3 ก็เป็นแบบสีขาวเรียบๆ สกรีนชื่อรุ่นบนหน้ากล่องด้วยตัวอักษรสะท้อนแสง อุปกรณ์ภายในจากแพ็คเกจที่ส่งมาให้รีวิวก็มีสิ่งของพื้นฐานทั่วไปอย่าง

  • เครื่อง Huawei nova 3
  • หูฟัง
  • สาย microUSB
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 5V/2A
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • เคสสมาร์ทโฟน

** แพ็คเกจที่ขายจริงจะมี ฟิล์มกันรอย, ใบรับประกันสินค้า และคู่มือการใช้งานมาให้ด้วย**

สำหรับ Huawei nova 3 จะเริ่มวางจำหน่ายในไทย 17 สิงหาคมนี้ สนนราคาที่ 16,990 บาท มี 3 สี ได้แก่ Black, Iris Purple และ Red  โดยสามารถหาซื้อได้ทั้งช่องทางออฟไลน์หน้าร้านค้าชั้นนำทั่วไปแล้ว และสามารถสั่งผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งต้องบอกเลยว่ารุ่นนี้ตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าเกินราคาแน่นอน

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners