เกือบ…Hands-On : Huawei Mate X สมาร์ทโฟน 5G ดีไซน์ล้ำจอพับได้

โดย RingRangRung | 6 มีนาคม 2562 เมื่อ 18:31 น. | อ่าน 167

เป็นรุ่นที่ได้รับความสนใจจากคนที่เข้าชมงาน MWC 2019 มากอีกหนึ่งรุ่นสำหรับ Huawei Mate X สมาร์ทโฟน 5G ที่มีนวัตกรรมหน้าจอแบบพับงอได้ (Foldable Phone) จากทาง Huawei และใครเลยจะเชื่อว่าเราจะโอกาสได้เห็นตัวจริงรุ่นนี้กันในไทยหลังจากที่เพิ่งเปิดตัวในแบบระดับโลกไม่ถึงสัปดาห์

สเปค Huawei Mate X

  • หน้าจอแสดงผล OLED
    • กางออกมีขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 2480 x2200 พิกเซล อัตราส่วน 8:7.1
    • พับมี 2 หน้าจอ จอด้านหน้าขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 2480 x1148 พิกเซล อ้ตราส่วน 19.5:9 , จอด้านหลัง ขนาด 6.38 นิ้ว 2480 x 892 พิกเซล อัตราส่วน 25:9
  • ใช้กลไกบานพับ Falcon Wing Design โดยมีสัดส่วนตัวเครื่อง
  • กางออก 161.3×146.2×5.4มม
  • พับ 161.3×78.3×11มม.
  • หนัก 295 กรัม
  • ชิปเซ็ต Kirin 980 ประมวลผล Octa-core (2×2.6 GHz Cortex-A76 & 2×1.92 GHz Cortex-A76 & 4×1.8 GHz Cortex-A55) มี GPU Mali-G76 MP10
  • สเปค RAM 8GB+ ROM 512GB รองรับหน่วยความจำเสริมชนิด NM Card ได้สูงสุด 256GB
  • กล้อง 3 ตัว 40MP f/1.8 (Wide,1/1.7″,PDAF)+ 16MP f/2.2 (Ultrawide) + 8MP f/2.4 (Telephoto)
  • รองรับ 5G ด้วยชิปโมเด็ม Balong 5000 ของ Huawei
  • รองรับการทำงาน 2 ซิมแบบ Hybrid Slot
    • SIM 1:2G/3G/4G/5G
    • SIM 2:2G/3G/4G
  • รองรับ Bluetooth 5.0 กับ WiFi 802.11a/b/g/n/ac, 2.4 GHz และ 5 GHz
  • มีเทคโนโลยีระบุพิกัด Dual GPS L1+L5
  • แบตเตอรี่ 4500mAh รองรับ 55W Super Charge
  • สีที่วางจำหน่าย น้ำเงิน (Interstellar Blue)
  • ราคาเปิดตัว 2299 ยูโร (ขายกลางปี 2019)

Huawe Mate X เป็นสมาร์ทโฟนที่มีนวัตกรรมหน้าจอแบบพับงอได้ (Foldable Phone) ที่ทาง Huawei ต้องการจะทำให้ออกมาสมบูรณ์แบบและเรียบง่ายที่สุด โดยที่ยังคงให้สัมผัสที่เป็นสมาร์ทโฟน

ในขณะที่ยังพับอยู่ตัว Mate X จะมีขนาดเท่ากับสมาร์ทโฟนทั่วไปคือ 161.3×78.3×11มม. และมีหน้าจอสองด้านประกอบด้วยจอหลักด้านหน้าที่เป็น Fullview ไร้ขอบ ไร้ติ่ง ขนาด 6.6 นิ้ว ขณะที่ด้านหลังเครื่องจะเป็นจอขนาดเล็ก 4.6 นิ้ว

เมื่อกดปุ่มเพื่อปลดล็อคกางเครื่องออกมาทั้งสองหน้าจอจะรวมกันกลายเป็นจอ FullView ขนาดใหญ่ 8 นิ้ว ที่มีขนาดความบางของเครื่องสูงสุดที่ 5.4มม.

ตัวกลไกบานพับที่ใช้ถูกเรียกว่า Falcon Wing Design ที่ผู้ผลิตกล้าการันตีเรื่องความทนทานจากการทดสอบกลไกดังกล่าวในห้องปฏิบัติการถึง 100,000 ครั้ง แถมยังมีการดีไซน์ตัวเคสสำหรับ Mate X ออกมารองรับแล้วด้วย

ขณะที่เรื่องความทนทานและการทนต่อรอยขีดข่วนของหน้าจอทาง Huawei ก็ได้ยืนยันว่าจะมีกระบวนการทดสอบให้พร้อมสำหรับขายจริงอย่างแน่นอน

กลไกการพับของ Mate X จัดว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทาง Huawei ภูมิใจเนื่องจากเป็นการพับที่ทำให้ตัวเครื่องทั้งสองส่วนเข้ามาประกบกันได้อย่างแนบสนิท

สำหรับองค์ประกอบต่างๆของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ส่วนใหญ่ก็จะเทมาอยู่ตรงกริปฝั่งขวามือไล่ตั้งแต่ด้านหลังที่จะเป็นกล้อง 3 ตัว เลนส์ Leica ที่วางเรียงเป็นแนวตั้ง มีแฟลช LED ด้่านล่าง ซึ่งถัดลงมาเป็นจะเป็นปุ่มสำหรับปลดล็อคเครื่องเพื่อกางออก

ตัวขอบฝั่งขวาเป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง ที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว ขณะที่ขอบด้านล่างจะเป็นพอร์ต USB-C

บริเวณขอบหน้าจอด้านบนจะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ขณะที่ขอบด้านล่างเป็นลำโพง

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่สองก้อนขนาดใหญ่แบ่งใส่เป็นฝั่งซ้ายและขวาของจอ โดยให้ความจุรวมกันถึง 4,500 mAh รองรับ SuperCharge 55W ชาร์จแบตเตอรี่ได้ 85% ภายในระยะเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น ขณะที่ตัวอะแดปเตอร์ที่จะแถมมาก็ยังสามารถนำไปใช้งานกับตัวแล็ปท็อปที่เป็นพอร์ต Type C ได้ด้วย

เรื่องของการถ่ายภาพ Huawei Mate X ไม่มีกล้องหน้า แต่สามารถใช้กล้องหลัง Leica ทั้งสามตัวเซลฟี่โดยทำงานร่วมกับจอด้านหลังเมื่อพับเครื่องได้

สำหรับระบบกล้องของรุ่นนี้จะประกอบไปด้วยกล้องเลนส์ไวด์ 40 ล้านพิกเซล f/1.8 ทำงานกับกล้อง Ultrawide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.2 และกล้อง Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.4 เมื่อกางเครื่องถ่ายภาพก็จะได้เห็นมุมมองภาพแบบเต็มตา

ตัวจอหลังของรุ่นนี้นอกจากจะใช้แสดงผลเพื่อเล็งถ่ายเซลฟี่ได้แล้ว เรายังสามารถใช้เป็น Mirror Shooting ให้คนที่เป็นแบบได้เห็นภาพจากกล้องก่อนที่จะกดถ่าย

ด้านประสิทธิภาพภายในของ Mate X ใช้ชิปเซต Kirin 980 มีกำลังประมวลผล Octa-core (2×2.6GHz Cortex-A76 & 2×1.92GHz Cortex-A76 & 4×1.8GHz Cortex-A55) ใช้ตัวประมวลผลกราฟฟิก Mali-G76 MP10 สเปคหน่วยความจำ RAM 8GB มีหน่วยความจำติดมาให้ 512GB รองรับหน่วยความจำเสริมชนิด NMCard ที่เป็นของ Huawei ได้สูงสุด 256GB

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของค่ายที่รองรับเทคโนโลยีเครือข่าย 5G ด้วยชิปโมเด็ม Balong 5000 มีเสารับสัญญานถึง 4 จุดซึ่งถูกเคลมด้านสปีดว่าสามารถดาวน์โหลดไฟล์ภาพยนต์ขนาด 1GB โดยใช้เวลาเพียง 3 วินาทีเท่านั้น

ระบบปฏิบัติการเป็น Android 9 ที่คลุมด้วย EMUI 9.1.1 ที่รองรับการทำงานกับตัวหน้าจอแบบปกติและแบบกางออกได้อย่างลื่นไหลต่อเนื่อง โดยที่ตัวหน้าจอรองรับการใช้งานแบบ Mutitasking ได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการเปิดเบราว์เซอร์พร้อมกันสองหน้าต่าง หรือการแบ่งพื้นที่ทำงานในแอปฯประเภทออฟฟิศ

กำหนดวางขายของ Huawei Mate X คือช่วงกลางปี 2019 นี้และแน่นอนว่าจะเน้นจำหน่ายในประเทศที่มีเครือข่าย 5G ให้บริการก่อนเป็นหลัก ส่วนตลาดที่ยังเป็น 4G ก็มีลุ้นจะได้รุ่นนี้ไปวางขายเช่นกันส่วนจะเป็นตอนไหนหรือเมื่อไรก็ต้องไปรอดูกันอีกที

About Author

RingRangRung

RingRangRung