มาแล้ว! Huawei Mate 40 series สุดรอบด้าน ชิป Kirin 9000, กล้อง 50MP, ชาร์จไว 66W

โดย RingRangRung | 22 ตุลาคม 2563 เมื่อ 20:19 น. | อ่าน 353

เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับสมาร์ทโฟนระดับเรือธงของครึ่งปีหลังค่าย Huawei อย่าง Mate 40 series ประกอบด้วย Mate 40, Mate 40 Pro และ Mate 40 Pro+

Mate 40 series ยังคงรูปแบบดีไซน์แบบสมมาตรโดยมีโมดูลกล้องหลังทรงกลม Space Ring Design สำหรับตัวเครื่องในรุ่น Pro และ Pro+ มากับมาตรฐานกันน้ำ IP68 ส่วนรุ่นพื้นฐานเป็น IP53

รุ่น Mate 40 และ Mate 40 Pro มีให้เลือก 5 สี 2 วัสดุ คือสี Mystick Silver, Black และ White ที่เป็นกระจก กับบอดี้ที่เป็นหนัง Vegan Leather ในสเปคสี Yellow และ Green ขณะที่ Mate40 Pro+ มี 2 สีบอดี้ Nano-Tech Ceramic คือสี Ceramic Black กับ Ceramic White

สำหรับหน้าจอถูกดีไซน์เป็น Horizon Display ขอบโค้งทำมุมโค้งถึง 88 องศาในรุ่น Mate40 Pro และ Pro+ ให้จอ Flex OLED ขนาด 6.76 นิ้ว ความละเอียด 2772×1344 พิกเซล รองรับการแสดงผล DCI-P3 HDR ทำรีเฟรชเรทได้สูงสุด 90Hz มี Touch Sampling Rate 240Hz มี 3D Face Unlock และมีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

ส่วนของ Mate 40 ขอบจอจะโค้งที่ 68 องศา ให้จอ Flex OLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 2376×1080 พิกเซล รองรับการแสดงผล DCI-P3 HDR ทำรีเฟรชเรทได้สูงสุด 90Hz มี Touch Sampling Rate 240Hz มี 2D Face Unlock และมีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และถึงแม้ว่าจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงที่ตัวเครื่องฝั่งขวาแล้ว แต่ในรุ่นใหม่ก็ยังสามารถการเพิ่มและลดเสียงก็ใช้เป็นการกด 2 ครั้งที่ข้างจอฝั่งซ้ายได้

สำหรับลำโพงเป็น Dual Stereo Speakers ให้ย่านเสียงเบสที่หนักแน่นขึ้น 150%

ชิปเซตแน่นอนว่าในรุ่น Pro โมเดล เป็น Kirin 9000 ใช้สถาปัตยกรรม 5 นาโนเมตร มี Transistors ถึง 15.3 พันล้านตัว ประมวลผล 8-core โดยมี Cortex-A77 มาให้ 4-core และ A55 อีก 4-core กำลังสูงสุด 3.13GHz ใช้ GPU Mali-G78 ตัวประมวลผล 24-core นอกจากนี้ยังเป็นชิป 5 นาโนเมตร รุ่นแรกที่มีโมเด็ล Balong 5G ในตัว พร้อมทั้งรองรับ Wi-Fi 6+ ใช้แบนด์วิดท์ 160MHz ได้

แบตเตอรี่ใน Mate 40 Pro/ Pro+ ให้มา 4400mAh รองรับชาร์จไวผ่านสาย USB-C ได้สูงสุด 66W และชาร์จไวแบบไร้สายได้ถึง 50W แน่นอนว่าทำ Reverse Wireless Charging

สำหรับรุ่นพื้นฐานเป็นชิป Kirin 9000E ประมวลผล Octa-core เหมือนกับรุ่นใหญ่ แต่ GPU ปรับเหลือ 22-core แบตเตอรี่ให้มา 4200mAh รองรับชาร์จไวผ่านสาย 40W และไม่รองรับการชาร์จไร้สาย

ด้านกล้อง Huawei Mate 40 Pro มีเซ็นเซอร์หลักขนาดใหญ่ถึง 1/1.28 นิ้ว ใหญ่ที่สุดในท้องตลาดตอนนี้ ขณะที่ความละเอียดให้มาถึง 50 ล้านพิกเซล มีเทคโนโลยี Omnidirectional Autofocus และรูรับแสง f/1.9 โดยมีกันสั่น OIS พร้อมขนาดพิกเซล 1.22µ

ตัวกล้องหลักรองรับการถ่ายวีดีโอ 4K@60fps และ Slowmotion 1080p@480fps และที่สุดยอดคือการถ่าย 3840fps ในระดับความละเอียด 720p ได้ด้วย ขณะที่กล้องหน้ารองรับ 4K@60fps และถ่าย Slowmotion 1080p@240fps

กล้องรองลงมาเป็น Cine มีเซ็นเซอร์ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และมีรูรับแสง f/1.8 โดยเป็นกล้องสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่เป็นเลนส์ Free Form ช่วยลดการบิดที่มุมภาพเมื่อถ่ายแบบมุมกว้าง

นอกจากนี้ตัว Mate 40 Pro มีเลนส์ Periscope ระยะ 125mm ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล โดยที่กล้องรุ่นนี้มีระยะซูมด้วยกล้องหลักแบบ Optical ได้ 5 เท่า

สำหรับ Mate 40 Pro+ จะมีการอัพเกรดโดยใช้เลนส์ Periscope สามารถ Optical zoom ได้ 10 เท่า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และรูรับแสง f/4.4 และมีกล้องสำหรับซูมระยะกลางความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีกำลังซูม 3 เท่า พร้อมระบบโฟกัสแบบ Laser autofocus

ในตัวโมเดล Pro มีกล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกับ Depth sensor ที่ใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ Hand Gestures ในอินเตอร์เฟชของ EMUI 11 และระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า

สำหรับรุ่น Mate 40 ใช้กล้องหลัง 3 ตัว มีกล้องหลัก 30 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 ทำงานกับกล้อง Ultrawide 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และกล้อง Telephoto 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ทำระยะซูมได้ 3 เท่า ส่วนกล้องหน้าตัวเดียว 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ใน Mate 40 Series ยังคงรันบน Android 10 แต่ครอบทับด้วย EMUI 11 รองรับการทำงานร่วมกับปากกา M Pen 2 มีการพัฒนาฟีเจอร์สำหรับควบคุม UI ด้วยท่าทาง อาทิเช่น การเลื่อนมือไป ซ้าย-ขวา เพื่อดูภาพใน Gallery, เลื่อนมือขึ้น-ลง เพื่อเปลี่ยนหน้าขณะอ่าน eBook หรือการโบกมือเพื่อรับสายหรือควบคุมการเล่นเพลง

อีกทั้งยังมีระบบ Multi-screen Collaboration ที่ช่วยให้การทำงานระหว่างสมาร์ทโฟนกับอุปกรณ์ PC เป็นไปอย่างลื่นไหลโดยสามารถดึงแอปฯ จากมือถือมาอยู่บนหน้าจอ PC ได้

สำหรับการวางจำหน่าย Huawei Mate 40 Pro ขายในยุโรป RAM 8GB+256GB ราคา 1200 ยูโร หรือราว 44,400 บาท ส่วน Mate 40 Pro+ ใช้ RAM 12GB+256GB สนนราคา 1400 ยูโร หรือราว 51,800 บาท ในรุ่น Mate 40 สเปค RAM 8GB+128GB ราคา 899 ยูโร หรือราว 33,200 บาท

นอกจากนี้ยังมีรุ่นพิเศษอย่าง Mate 40 RS Porsche Design ที่มากับดีไซน์ทรงสปอร์ตด้วยกล้องหลังแบบ 8 เหลี่ยม มีแถบพาดกลางหลังเครื่อง พร้อมตัวเลือกสี Ceramic White, Ceramic Black และ Collector Edition โดยที่สเปคจะใกล้เคียงกับ Mate 40 Pro+ แต่ในรุ่นพิเศษจะรองรับการถ่ายวีดีโอระดับ 8K มีสเปค RAM 12GB+512GB สนนราคาที่ 2300 ยูโร หรือราว 85000 บาท

ที่มา: gsmarena.com, gsmarena.com

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners