Huawei Mate 30 Pro ที่สุดของกล้องสมาร์ทโฟนในปี 2019 พร้อมทริคลง GMS แบบง่ายๆ

โดย RingRangRung | 16 ธันวาคม 2562 เมื่อ 10:40 น. | อ่าน 6,482

เป็นสมาร์ทโฟนเบอร์ 1 เรื่องการถ่ายภาพของปี 2019 ไปแบบไร้ข้อกังขาสำหรับเรือธง Huawei Mate 30 Pro ที่ได้การันตีด้วยรางวัลประจำปีของ DxOMark เว็บไซต์ทดสอบประสิทธิภาพกล้องชื่อดังที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

ในปีนี้ Mate 30 Pro ได้ประกาศศักดาการเป็นผู้นำนวัตกรรมกล้องบนสมาร์ทโฟนของ Huawei ด้วยการคว้ารางวัลจาก DxOMark ไปถึง 2 สาขาไม่ว่าจะเป็น

รางวัลสมาร์ทโฟนที่มีกล้องภาพรวมดีที่สุด (Best all-rounder)

รางวัลที่มอบให้กับสมาร์ทโฟนที่มีภาพรวมด้านการถ่ายภาพที่ดีที่สุดของปี และ Huawei Mate 30 Pro ก็คว้าคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบของ DxOMark ไปได้มากถึง 121 คะแนน เป็นอันดับ 1 ของการจัดอันดับในปัจจุบัน

คะแนนที่ Mate 30 Pro ทำได้เฉลี่ยออกมาเป็นคะแนนการถ่ายภาพนิ่ง 132 คะแนน, การถ่ายวีดีโอ 100 คะแนน และกล้องหน้าคะแนนเฉลี่ย 93 คะแนน โดยที่สุดยอดคะแนนก็มาจากสเปคกล้องที่ยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็น

  • กล้องหลัง SuperSensing Cine Camera ที่ตีแบรนด์ Leica ประกอบด้วย
    • Cine Camera เลนส์ Ultrawide 40MP , รูรับแสง f/1.8, 1/1.54″, PDAF
    • SuperSensing Camera เลนส์ Wide 40MP , รูรับแสง f1/6, 1/1.7″, PDAF, OIS
    • Telephoto Camera 8MP , รูรับแสง f/2.4, 1/4″, PDAF, OIS, 3x Optical zoom
    • กล้องวัดระดับความลึก 3D TOF camera
  • กล้องหน้าเลนส์ Wide 32MP รูรับแสง f/2.0 + 3D TOF camera

เทคโนโลยีกล้องหลังของ Mate 30 Pro เรียกว่าเป็นการนำของ P30 Pro มาต่อยอดได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยเฉพาะการใช้เซ็นเซอร์ RYYB SuperSpectrum (แดงเหลืองเหลืองน้ำเงิน) ในกล้อง SuperSensing Camera ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล เพื่อการรับแสงและเก็บสีสันได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการเรียงพิกเซลแบบเก่า 40%

เพื่อให้การทำงานของเซ็นเซอร์ RYYB มีความสมบูรณ์มากขึ้น เรือธงรุ่นนี้ก็ยังได้พัฒนาระบบ Master AI ที่ช่วยตรวจจับซีนที่ถ่ายได้อย่างชาญฉลาด และที่ต้องยกนิ้วให้เลยคือเรื่องการปรับแต่งสีสันที่ Mate 30 Pro ทำได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่จัดจ้านจนเกินงามโดยเฉพาะกับสีผิวของมนุษย์

ตัวอย่างผลงานจากกล้อง

ขณะเดียวกันตัวกล้องยังได้อัพเกรดเพิ่มเซ็นเซอร์รับภาพความละเอียด 40 ล้านพิกเซลมาให้ในกล้อง Cine ที่มีอัตราส่วน 3:2 เพิ่มมุมมองในการรับภาพได้มากขึ้น

ตัวอย่างภาพมุมกว้าง

ด้านการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh) ใน Mate 30 Pro ก็มีเลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ซึ่งมี OIS ในตัว และยังเก็บมิติของแบบแยกจากฉากหลังได้แนบเนียนยิ่งขึ้นเมื่อทำงานร่วมกับกล้อง 3D TOF แถมใครจะถ่ายแบบย้อนแสงก็ไม่ต้องไปกลัวหน้ามืดเพราะรุ่นนี้มี AI HDR+ ที่ใช้ระบบ AI เข้ามาช่วยในการสแกนแยกวัตถุในภาพออกมาเพื่อปรับแก้แสงเป็นส่วนๆทำให้ได้รายละเอียดที่คมชัดทั้งตัวใบหน้าแบบและฉากหลัง

ตัวอย่างภาพถ่ายบุคคล

เทคโนโลยีการซูมของรุ่นนี้ก็ไม่เป็นรองจาก P-series โดยมีคุณสมบัติการซูมผ่านชิ้นเลนส์ Optical Zoom ได้ถึง 5 เท่า, Hybrid Zoom ได้ 10 เท่า และ Digital Zoom ที่ทำได้ถึง 30 เท่า แน่นอนว่ายังเอามาถ่ายพระจันทร์ได้ดีเยี่ยม ถือว่าเป็นจุดแข็งที่ทำให้ Huawei เป็นต่อแบรนด์คู่แข่งด้านการถ่ายภาพอยู่หลายช่วงตัว

สำหรับกล้องหน้าของ Mate 30 Pro นอกจากจะติดเลนส์ 32 ล้านพิกเซลมาให้แล้ว ก็ยังตีบวกความสามารถด้วย 3D TOF camera ซึ่งช่วยให้การถ่ายเซลฟี่มีมิติ แยกใบหน้าออกจากฉากหลังได้แนบเนียน และมี Night mode ให้ใช้ในการเซลฟี่ด้วย

อีกเรื่องที่มีการพัฒนาอย่างชัดเจนคือความสามารถในการถ่ายวีดีโอที่รุ่นนี้สามารถถ่ายได้ในความละเอียด 4K@60fps เข้ารหัสไฟล์แบบ H.265 เพื่อไม่ให้กินพื้นที่ความจำมากจนเกินไป และใช้เลนส์ Cine Camera ซึ่งเป็นเลนส์ไวด์เป็นเลนส์หลักในการถ่ายวีดีโอทำให้สามารถจัดการกับการสั่นได้ดี นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ไฮไลท์อย่าง Slow Motion ที่ถ่ายได้ถึง 7680fps, Real-time Bokeh สร้างโบเก้ได้เรียลไทม์ขณะถ่ายวีดีโอ หรือโหมด Time-laps ในระดับ 4K HDR+

โหมด Dual-View

โหมด Slow Motion

โหมด Time-laps

เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมืออาชีพมากขึ้นตัวสมาร์ทโฟนก็ยังสามารถต่อเข้ากับอุปกรณ์เสริมอย่าง OSMO Mobile 3 ได้ทันทีด้วยระบบ Auto-Discovery หรือจะเป็นไฟสตูดิโอขนาดพกพา Profoto C1 และ C1 Plus

เมื่อดูจากความสามารถและตัวอย่างภาพที่ได้จากกล้องของ Huawei Mate 30 Pro ก็ต้องยอมรับว่าสมกับ รางวัลสมาร์ทโฟนที่มีกล้องภาพรวมดีที่สุด (Best all-rounder) ในปี 2019 จากทาง DxOMark

รางวัลสมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพในที่แสงน้อยดีที่สุด (Best for Night Photography)

นอกจากรางวัลภาพรวมแล้วเรือธงสุดเทพ Mate 30 Pro ก็ยังไปคว้ารางวัลสุดยอดสมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีที่สุดของปีนี้ ซึ่งเครดิตต้องยกให้กับการใช้เทคโนโลยีกล้อง SuperSensing ที่มีเซ็นเซอร์ ทำให้เก็บแสงและสีสันได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิมถึง 40% แถมตัวเซ็นเซอร์ก็ยังมีขนาดใหญ่ถึง 1/1.7 นิ้ว นับว่าใหญ่เป็นระดับต้นของตลาดสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ขณะที่กล้อง Camera ใช้เซ็นเซอร์ RGGB ลดขนาดมาเล็กน้อยที่ 1/1.54 นิ้ว พร้อมด้วยรูรับแสงกว้างสูงสุดถึง F/1.6

ด้วยประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์ดังกล่าวทำให้กล้องหลังรุ่นนี้สามารถดัน ISO ในการถ่ายภาพนิ่งได้ทะลุขีด 409,600 ซึ่งเป็นระดับที่ถ่ายได้แม้จะอยู่ในที่มืดระดับสายตามนุษย์ยังมองไม่เห็น ขณะที่การถ่ายวีดีโอสามารถดัน ISO ได้ถึง 51200

ตัวอย่างภาพถ่ายในที่แสงน้อย

แค่เพียงประสิทธิภาพของกล้องที่มีการันตีจาก DxOMark และการออกแบบเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่ทำให้ไม่ว่าใครก็ถ่ายภาพให้ออกมาสวยได้ ก็ทำให้ Huawei Mate 30 Pro เป็นตัวเลือกรุ่นเรือธงที่อยากให้ทุกคนมาลองสัมผัสกันกับราคา 28,990 บาท ที่เรียกว่าไม่แพงเกินไปเลย

สำหรับใครที่ยัง กังวลเรื่องการใช้งานทั่วไปจากประเด็นที่ว่ารุ่นนี้ยังไม่มี Google Mobile Services (GMS) ทางเราก็มีเทคนิคการลงเซอร์วิสดังกล่าวด้วยตัวเองแบบง่ายๆมาฝาก โดยต้องขอขอบคุณข้อมูลนี้จาก YouTube : Kunach nAtz

เตรียมความพร้อม+อุปกรณ์ที่ต้องใช้

  • หน่วยความจำภายนอก : ใช้ NMcard หรือ แฟลชไดร์ฟ OTG
  • ไฟล์  GMS-THAI.zip : ดาวน์โหลดได้ตามลิงค์นี้ http://bit.ly/2opQo88
  • เครื่อง Huawei Mate 30 Pro ที่ทำการ Factory reset (คืนค่าโรงงาน) แล้ว สำหรับเครื่องที่ผ่านมาการใช้งานมาแนะนำให้สำรองข้อมูลด้วย Phone clone หรือ Backup ก่อนทำ

วิธีทำ

  1. ดาวน์โหลดไฟล์ GMS-THAI.zip และทำการแตกไฟล์
  2. นำไฟล์ทั้งหมดที่แตกออกมาใส่เข้าไปในหน่วยเก็บความจำภายนอก
  3. เปิดมือถือที่ผ่านการทำ Factory reset แล้วขึ้นมา โดยที่ยังไม่ต้องใส่ซิม หรือเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต จากนั้นก็กดข้ามขั้นตอนการตั้งค่าเครื่องทั้งหมดจนมาถึงหน้าแรก
  4. ใส่ NM Card หรือต่อ OTG เข้ากับมือถือ เปิดแอปฯที่ชื่อว่า File (ไฟล์) ในเครื่องขึ้นมา แล้วเข้าไปยังพื้นที่หน่วยเก็บความจำภายนอกตามที่ใส่เข้าไป
  5. เข้าไปที่โฟลเดอร์ GMS-THAI ตามด้วย GMS Install Set
  6. ติดตั้งแอปฯภายในโฟลเดอร์ GMS Install Set ทั้งหมด รวมถึงแอปฯ Google Services Assistant (谷歌服务助手) 1.0 (1).apk
  7. จากนั้นไปที่ Setting (ตั้งค่า)> System & Updates (ระบบและการอัปเดต) > Backup & restore (การสำรองข้อมูล & การคืนค่า) > Data backup (การสำรองข้อมูล) > เลือกที่จัดเก็บข้อมูลภายนอกตามประเภทที่ใส่เข้าไป NM Card เลือก Memory card (การ์ดหน่วยความจำ) / แฟลชไดรซ์ เลือก USB Storage (ที่จัดเก็บข้อมูล USB)
  8. เลือก Restore List ที่ปรากฏแล้วใส่รหัสผ่าน thai1234 (ในกรณีที่เครื่องสแกนหาไฟล์ไม่เจอ ให้ทำการย้ายโฟลเดอร์ Huawei มาไว้ที่หน้าแรกของหน่วยความจำ)
  9. เข้าไปที่หน้า Setting > Apps ใส่คำค้นหาว่า Google ก็จะพบกับแอปฯที่เราเพิ่งติดตั้งไป
  10. จากนั้นกดเข้าไปทีละแอปแล้วตั้งค่า Permission ให้ใช้ข้อมูลในทุกๆแอปฯ
  11. ทำการเปิดใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือ ได้ทั้ง Wi-Fi หรือจากซิมการ์ด
  12. กลับมาที่หน้าแรกของเครื่อง และเปิดแอปฯไอคอนตัว G ที่มีชื่อเป็นภาษาจีน จากนั้นเลือกเปิดใช้งานและกดอนุญาต
  13. ระบบของแอปฯจะพามายังหน้าที่มีลิสต์เยอะๆพร้อมเครื่องหมายตกใจด้านหลัง  ให้เรากดตรงปุ่มสีฟ้าด้านล่าง และตามด้วยการกดเฉพาะปุ่มสีฟ้าอย่างเดียว
  14. จากนั้นตัวแอปฯจะมีสัญลักษณ์หมุนเหมือนกำลังโหลดอะไรบางอย่าง ให้ทิ้งไว้ 2-3 วินาทีแล้วค่อยกดกลับมาที่หน้า Home
  15. ทำการรีสตาร์ทเครื่องอีกครั้ง

เพียงเท่านี้ Huawei Mate 30 Pro ในมือของเราก็จะสามารถใช้งานชุดบริการของ Google ได้ปกติ รวมถึงการลงแอปฯจาก Google Play store หากใครที่จะทำการ Phone Clone ก็สามารถดึงข้อมูลกลับมาได้หลังการติดตั้ง GMS แล้ว

สำหรับวิธีการดังกล่าวอาจจะดูว่ามีหลายขั้นตอนแต่ถ้าทำจริงๆก็ใช้เวลาไม่ได้นานนัก สามารถเอาไปลองทำกันได้และไม่ต้องกังวลเพราะการติดตั้งตามวิธีดังกล่าวไม่ผิดเงื่อนไขการรับประกันใดๆทั้งสิ้น ในกรณีที่เครื่องมีปัญหาก็ยังสามารถส่งศูนย์ได้ตามปกติ

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners