รีวิว HUAWEI FreeBuds 4i งานเนี้ยบ เสียงใส มี ANC ตอบโจทย์ทุกบีท

โดย RingRangRung | 24 มีนาคม 2564 เมื่อ 13:25 น. | อ่าน 144

หูฟัง TWS ถือว่าเป็นสินค้าที่มาแรงในตลาดแวร์เอเบิล และล่าสุด HUAWEI ก็ได้ส่ง FreeBuds 4i หูฟัง TWS ที่มาพร้อมเทคโนโลยี ANC เข้ามาขายในไทยแล้ว

สเปค HUAWEI FreeBuds 4i

  • ขนาด : หูฟัง (แต่ละข้าง) 37.5x21x23.9 มม. หนัก 5.5 กรัม / เคส 48 x 61.8 x 27.5 มม. หนัก 36.5 กรัม
  • สีที่ขาย Red / Ceramic White / Carbon Black
  • หูฟังมีไดร์เวอร์ไดนามิกขนาด 10มม.
  • มีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation / Call Noise Cancellation
  • แบตเตอรี่ : หูฟัง 55mAh / เคส 215mAh
  • รองรับการใช้งานนานสูงสุด 10 ชม. (ปิด ANC) และ 7.5 ชม. (เปิด ANC)
  • มีเซ็นเซอร์ Capacitive Sensor
  • เชื่อมต่อ Bluetooth 5.2 รองรับ Pop-Up Pair กับอุปกรณ์ EMUI 10 ขึ้นไป
  • ราคาเปิดตัว 2799 บาท

Freebuds 4i มากับแพ็คเกจสีขาวสะอาดตา หน้ากล่องมีรูปพร้อมชิ่อรุ่นอย่างชัดเจน สำหรับอุปกรณ์ในกล่องมีทั้ง

  • หูฟัง+เคสชาร์จ
  • จุกซิลิโคนหูฟัง 3 ขนาด S / M / L
  • สาย USB-C
  • คู่มือการใช้งาน / ใบการันตี / ข้อมูลการรับประกัน

เริ่มต้นการใช้งานหูฟังก็ต้องมีการทำ Pairing จับคู่กับอุปกรณ์กันก่อน และเพื่อการทำงานที่เต็มประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆ ได้ครบก็ต้องโหลดแอป HUAWEI AI Life มาติดตั้งในเครื่อง

จากนั้นก็ทำงานเปิดแอปฯ แล้วทำการเพิ่มอุปกรณ์เข้าระบบซึ่งทำได้ทั้งจากการสแกน / QR Code / เพิ่มเข้าด้วยตัวเอง

สำหรับใครที่โหลดแอปฯ จาก Google Playstore แล้วไม่พบชื่อ FreeBuds 4i ในระบบ หรือสแกนแล้วไม่เจออุปกรณ์ ให้ถอนการติดตั้งแอปตัวเดิม แล้วสแกน QR Code ที่อยู่ในใบคู่มือการใช้งาน เพื่อเลือกดาวน์โหลดแอป AI Life แบบไฟล์ APK ผ่านเบราวเซอร์ เพื่อเอามาติดตั้งใหม่ด้วยตัวเอง

ภายในแอปเราจะสามารถจัดการระบบต่างๆ ของตัวหูฟังได้ตั้งแต่ตั้งค่าโหมดตัดเสียงรบกวน, ตั้งค่าปุ่ม, เช็คปริมาณแบตเตอรี่ของหูฟัง/เคส และอัพเดตเฟิร์มแวร์

หลังจากที่เซ็ตทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็มาดูเรื่องงานดีไซน์ของหูฟังกันบ้าง FreeBuds 4i มากับดีไซน์ตัวเคส และหูฟังที่โค้งมนผิวเงา ซึ่งตัวเคสจะเป็นทรงกลมรี ซึ่งได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจะมาจากวัสดุธรรมชาติอย่างก้อนหินบนหาดทราบสีดำทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์

สีที่ได้มาเป็น ขาว (Ceramic White) ดูคลีน สะอาดตา แต่อาจจะเสี่ยงเรื่องเห็นคราบเปื้อน หรือรอยต่างๆ ได้ชัด ซึ่งใครไม่ชอบสีขาวก็มีสีดำ (Carbon Black) กับ สีแดง (Red) ให้เลือก

ขนาดและน้ำหนักของหูฟังก็ไม่ได้ใหญ่มากพกพาง่าย บริเวณด้านหน้าของเคสชาร์จจะมีไฟแสดงสถานะ ขณะที่ส่วนฐานมีพอร์ตชาร์จ USB-C

ด้านข้างของเคสจะมีปุ่มฟังค์ชั่น สำหรับคนที่ใช้สมาร์ทโฟน HUAWEI ที่เป็น EMUI 10.0 ขึ้นไป เพียงแค่เปิดฝาเคส และกดปุ่มด้านข้างก็จะสามารถทำ Pop-Up Pair กับอุปกรณ์ได้ทันที แต่สำหรับสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นตัวปุ่มนี้ถ้ากดค้างไว้จะเป็นการเรียก Pairing เพื่อจับคู่หูฟังใหม่

เมื่อเปิดฝาเคสจะพบกับหูฟังที่มากับดีไซน์เรียบมนเหมือนกัน ซึ่งข้อสังเกตแรกที่ได้พบคือตัวหูฟังหยิบออกจากเคสได้ยากพอสมควร ทั้งจากแรงแม่เหล็กที่ดูดค่อนข้างแรง พื้นที่ในการจับน้อย ประกอบรูปทรงตัวหูฟังที่ไม่ได้มีเหลี่ยมมุมและผิวสัมผัสที่มันเงา

ฉะนั้นจึงเป็นงานยากที่จะเอาหูฟังออกมาด้วยมือข้างเดียว และทางแก้ที่พบก็คือการหยิบโดยจิกส่วนที่เป็นจุกซิลิโคนขึ้นมา

สำหรับตัวหูฟังมีลักษณะการสวมใส่แบบ In-Ear โดยมีจุกซิลิโคนแบบซอฟท์ให้เลือกเปลี่ยน 3 ขนาด ซึ่งแนะนำให้เลือกขนาดที่พอดีกับหู เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดของเสียงที่ออกมาจากตัวหูฟัง และคุณภาพในการลดเสียงรบกวนจากภายนอก

ในฐานะที่เป็นคนใช้หูฟัง In-Ear ประจำอยู่แล้วตัว FreeBuds 4i ถือว่าเป็นหูฟังที่มีการออกแบบได้ตรงตามสรีรศาสตร์ น้ำหนักทำให้ ใส่สบาย ไม่รู้สึกล้าหูเมื่อใช้งานนานๆ ส่วนเรื่อง IP rateing ไม่ได้มีการระบุไว้ แต่เบื้องต้นคาดว่าน่าจะรองรับการป้องกันละอองน้ำได้ในระดับหนึ่ง ใครที่กะจะเอาไปใช้เป็นหูฟังใส่ออกกำลังกายก็อาจจะต้องระวังตรงจุดนี้กันไว้ด้วย

ที่ตัวหูฟังนอกจากจะมีขั้วสำหรับเชื่อมต่อเพื่อชาร์จไฟจากเคสแล้ว ก็ยังมีส่วนของไมโครโฟน 3 จุด สำหรับฟังค์ชั่นการตัดเสียงรบกวน และการรับเสียงเมื่อใช้งานคุยสาย

การควบคุม HUAWEI FreeBuds 4i จะใช้การสัมผัสที่ตัวหูฟังทั้งสองข้าง ซึ่งฟังค์ชั่นเมื่อเปิดใช้งานครั้งแรกจะเป็น

  • แตะ 2 ครั้ง เล่น/หยุด เพลง
  • แตะค้างเพื่อสลับการทำงานระหว่าง ปิด / ตัดเสียงรบกวน / รับรู้สิ่งรอบตัว

หูฟังรุ่นนี้มากับเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน ANC เพื่อประสบการณ์การฟังเพลงที่ยอดเยี่ยม โดยใช้การทำงานร่วมกันกับไมโครโฟน 2 จุดที่อยู่ด้านนอก และมีตัวโหมดการรับรู้ (Awareness) ที่จะทำให้เรายังคงได้ยินเสียงรอบข้างเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานในที่สาธารณะ

จากที่ลองมาเรื่องการตัดเสียงรบกวนจัดว่ายอดเยี่ยม มีเสียงรอบข้างเล็ดลอดเข้ามาขณะฟังเพลงน้อยมากๆ แต่สำหรับโหมด Awareness ส่วนตัวรู้สึกไม่เห็นผลลัพท์ที่ชัดเจนเท่าไรนัก อาจจะเป็นที่ตัวหูฟังไม่ได้มีกำลังการขยายเสียงที่รับมาได้ดังมากพอจะแข่งกับเสียงเพลงที่เล่นอยู่ได้ และจะเห็นการทำงานของโหมดนี้จริงๆ ก็ตอนที่เพลงหยุดเล่นเท่านั้น

ขณะที่การคุยสายในรุ่นนี้ก็ทำได้ดี เนื่องจากมีไมค์คู่ Beamforming ทำงานร่วมกับ AI Noise Reduction ช่วยในการรับเสียงและแยกแยะเสียงพูดจากเสียงรบกวนของสภาพแวดล้อม

ด้านคุณภาพเสียง FreeBuds 4i มากับไดนามิกไดรเวอร์ขนาด 10มม. มีไดอะแฟรมคุณภาพสูงอย่าง PEEK + PU composite diaphragm ซึ่งตามใบสเปคเคลมว่าหูฟังมีการจูนเสียงให้เข้ากับแนวเพลงป็อป ที่เป็นแนวเพลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

จากที่ทดลองฟังมาหูฟังรุ่นนี้เป็นหูฟังที่เหมาะกับการฟังเพลงหลากหลายแนว ไม่ได้ตีกรอบว่าจะต้องเป็นเพลงป็อปอย่างเดียว ด้วยลักษณะเสียงที่มีไดนามิก เก็บรายละเอียด ความหนักเบาของเสียงดี วางทิศทางเสียงชัด ทำให้เพลงมีมิติรู้สึกสนุกไปกับการฟัง ย่านเสียงเบสของรุ่นนี้ทำออกมานุ่ม เก็บตัวเร็ว มีมวลอยู่ประมาณหนึ่งไม่รุนแรง เสียงร้องชัดใส ขณะที่เสียงแหลมเคลียร์ไม่บาดหู

สำหรับการใส่เล่นเกมด้วยเทคโนโลยี Bluetooth 5.2 ทำให้ไม่รู้สึกถึงอาการดีเลย์ สามารถนำมาใช้งานดูหนัง เล่นเกมได้อย่างไม่มีปัญหา

เรื่องอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ตัวหูฟังมีข้างละ 55mAh ที่เคสมี 215mAh ถ้าใช้งานเฉพาะหูฟังอยู่ได้นานสูงสุด 10 ชม. เมื่อปิด ANC และลดเหลือ 7.5 ชม. หากเปิด ANC แต่ถ้าทำงานร่วมกับเคสจะอยู่ได้สูงสุด 22 ชั่วโมง และอยู่ในโหมด Stand-by ได้สูงสุด 200 วัน

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีชาร์จไว ชาร์จ 10 นาทีใช้ได้ยาวๆ 4 ชั่วโมง สำหรับใครที่มีลักษณะการใช้งานหูฟังแบบทั่วไป ไม่ได้ใส่ติดหูตลอดก็อยู่ข้ามวันได้สบายๆ

เมื่อเทียบกับราคา 2799 บาท HUAWEI FreeBuds 4i ถือว่าโดดเด่นกว่า TWS หลายๆ รุ่นที่อยู่ในกลุ่มราคาใกล้เคียงกันโดยเฉพาะเรื่องคุณภาพเสียง ที่จัดว่างานดี ติดที่ไม่มีระบบหยุดเล่นเพลงอัตโนมัติเมื่อถอดหูฟังออก กับเรื่องการทำงานผ่านแอปฯ AI Life ที่ยังไม่เต็มร้อยสำหรับคนที่ใช้งานสมาร์ทโฟนนอกค่าย รวมถึงการไม่มี IP rating ระบุไว้ ซึ่งใครที่ไม่ติดกับเรื่องพวกนี้ก็ไปจับจองเป็นเจ้าของกันได้

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners