Huawei ผลักดัน 5G Ecosystem ในฐานะ Solution Provider ในไทย

โดย oatciiz | 29 มิถุนายน 2563 เมื่อ 17:59 น. | อ่าน 117

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) เผยไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยี 5G ของภูมิภาคอาเซียน ผลักดัน 5G Ecosystem ในฐานะ Solution Provider ทำงานร่วมกับทั้งภาคเอกชนและรัฐ

อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยี 5G ในระดับแนวหน้า โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ช่วยผลักดันภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในทุกๆ ด้าน การมาถึงของ 5G Ecosystem จะช่วยพัฒนาทั้งคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานทั่วไป รวมทั้งยกระดับสังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งภารกิจของหัวเว่ย ประเทศไทย คือการเติบโตพร้อมไปกับประเทศไทย มุ่งมั่นสนับสนุนการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้พัฒนาธุรกิจต่างๆ เพราะเป็นกุญแจสำคัญต่อการฟื้นฟูและสร้างการเติบโตทั้งต่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย”

ที่ผ่านมา Huawei ได้มีการนำ 5G มาใช้แล้วในประเทศไทย เนื่องจากช่วงต้นปีมีการประมูลคลื่น 5G ซึ่งนับว่ามีความพร้อมในระดับหนึ่งประกอบกับ COVID-19 ทำให้ 5G เข้ามามีบทบาทอย่างเห็นได้ชัดเกี่ยวกับการแพทย์

ถ้าอิงตามไทม์ไลน์ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2020 พบว่า 5G ที่ Huaewei เข้ามามีบทบาทมีด้วยกันหลายด้านตั้งแต่ช่วง เดือนกุมภาพันธ์ มีการใช้ 5G ควบคุมเครนใน EEC ต่อมาในเดือนมีนาคม มีการใช้ 5G ในการประชุมผ่านทางไกลเกี่ยวกับ COVID-19 ในเดือนเมษายนใช้ AI CT Screening กับโรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลรามาธิบดี เดือนพฤษภาคมมีรถพยาบาล 5G และสุดท้ายในเดือนมิถุนายนมีรถไร้คนขับกับโรงพยาบาลศิริราช

นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคม บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่าด้วยสถานการณ์ COVID-19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ซึ่งก่อนหน้านี้ก่อนหน้านี้แพลตฟอร์มออนไลน์ไม่ถูกให้ความสำคัญมากขนาดนี้และผู้คนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ตัวอย่างเช่นการศึกษาที่มีการเรียนออนไลน์ รวมถึงการทำงานแบบ Work From Home ที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตเป็นหลักส่งผลให้ Hotspot ที่เคยกระจุกตัวในเมืองกลับกระจายมาสู่บ้านเรือน อีกส่วนที่เปลี่ยนไปคือ Peak Hour ที่เคยอยู่ในช่วงเวลาทำงานก็กลับเป็นช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน

ต่อมาในแง่ของความบันเทิงก็ต้องพึ่งพาช่องทางออนไลน์มากขึ้นเช่นกัน จะเป็นได้ว่าในต่างประเทศมีการถ่ายทอดสดกีฬาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อีกทั้งยังมีการเพิ่มเติมเทคโนโลยี AR และ VR เพื่อเพิ่มประสบการณ์กับผู้คนทางบ้าน

นอกจากนี้ในความสำเร็จเกี่ยวกับ 5G ในประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับ 5 ส่วนด้วยกัน ประกอบด้วย

  • Operator ทำหน้าที่ Roll Out และส่งต่อ 5G ให้ถึงมือผู้บริโภค
  • Solution Provider ตัวอย่างเช่น Huawei
  • Vertical Industry ผู้ใช้งานจริงๆในระดับอุตสาหกรรม
  • Local Partner ผู้ใช้งานจริงในระดับท้องถิ่นที่มีพฤติกรรมเชิงลึกและรู้จริง
  • Government & Industry Alliance การช่วยเหลือจากภาครัฐ เอกชน สมาคม ในกลุ่มอุตสาหกรรม, การเกษตร และ e-commerce

โดยสิ่งที่ Huawei คำนึงและให้ความสำคัญคือ แพ็คเก็จซึ่งจะเป็นไปตามความต้องการมการยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของ Traffic, Latency, Connection และ Speed รวมถึงการทำงาร่วมกับพาร์ทเนอร์ต่างประเทศโดยที่ไม่ทิ้งพาร์ทเนอร์ในประเทศ ส่วนการใช้งานหลังจากนี้จะเน้นการใช้งานจริงมากกว่าการทดลอง และส่วนสุดท้ายคือการนำ
ประสบการณ์ที่ Huawei เคยทำเกี่ยวกับ 5G ทั่วโลกมาประยุกต์ในไทย

“ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการนับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญมากสำหรับประเทศไทย และสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ได้ในช่วงเวลาของความท้าทายเช่นนี้ โดยรูปแบบการใช้งานแบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G เพื่อช่วยโปรโมทภาคการท่องเที่ยวของไทย และการประยุกต์ใช้ 5G เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคการท่องเที่ยวของไทย” นายวรกานกล่าวเสริม

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G เพื่อช่วยโปรโมทภาคการท่องเที่ยวของไทย

ตัวอย่างของการนำ 5G มาโปรโมทภาคการท่องเที่ยวก็คือการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติเพื่อชมการเกษตรแบบอัจฉริยะ (Smart Agriculture) ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ใน 3 รูปแบบพร้อมกัน ได้แก่ ช่วยให้เกษตรกรมีผลผลิตทางด้านการเกษตรที่ดีขึ้น ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชม Smart Farm และสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกรจากการเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น

เทคโนโลยี 5G ยังสามารถนำมาเสริมการท่องเที่ยวในประเทศได้โดยผ่านมัลติมีเดียใหม่ เพื่อสร้าง Immersive Experience สร้างคอนเทนท์โปรโมทสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม หรือร้านอาหารต่างๆ ในรูปแบบ VR/AR ร่วมกับยูทูบเบอร์ชื่อดังและผู้ผลิตคอนเทนต์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างประสบการณ์ Unseen Thailand ใหม่ๆ และการท่องเที่ยวที่แตกต่างให้แก่นักท่องเที่ยว เสริมการใช้ชีวิตวิถีใหม่ และยังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเกิดความต้องการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น

การประยุกต์ใช้ 5G เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคการท่องเที่ยว

ประเทศไทยได้มีการนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคการท่องเที่ยว ด้วยการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 เช่น เพิ่มช่องทางการวินิจฉัยโรคทางไกลแบบ Telemedicine ให้กับแพทย์ และใช้โซลูชัน AI เพื่อช่วยแพทย์วินิจฉัยผู้ป่วยโควิด-19ได้เร็วขึ้น ด้วยมาตรฐานการคัดกรองที่ทันสมัย ร่วมกับศักยภาพของทีมแพทย์ที่มีผลงานอยู่ชั้นแนวหน้าของภูมิภาคนี้ นับว่าช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง

“อีกรูปแบบการใช้งานคือการนำเครือข่าย 5G มาปรับใช้ในโซลูชั่น Smart Airport เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและช่วยให้ประเทศไทยกลับมาเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วขึ้น” นายวรกานกล่าวสรุป 

ทั้งนี้ หัวเว่ย ประเทศไทย ยังคงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการผลักดัน 5G ในประเทศไทย เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่  การเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัล (Digital Transformation) และการสร้าง 5G อีโคซิสเต็มอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยปัจจุบัน หัวเว่ยเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้าน 5G ในระดับโลก ซึ่งมีลูกค้าและพาร์ทเนอร์ชั้นนำด้าน 5G ทั้งในไทยและต่างประเทศ และยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับโอเปอเรเตอร์ทุกรายในไทยในการส่งมอบเครือข่าย 5G ระดับคุณภาพที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยเกิดการลงทุนและพัฒนาด้านไอทีอย่างต่อเนื่อง

About Author

oatciiz

oatciiz

Partners