วิธีหิ้ว iPhone 11 / iPhone 11 Pro Max อย่างไรไม่ให้ ศุลกากร ยึด!!!

โดย shyboy | 21 กันยายน 2562 เมื่อ 20:53 น. | อ่าน 62,685

ทุกๆ ปี การวางจำหน่าย iPhone รุ่นใหม่ ที่ขายในกลุ่มประเทศแรก จะมีคนที่ต้องการเครื่องใช้งานก่อนที่ขายในไทย บินไปเพื่อซื้อมาใช้เอง หรือพ่อค้าแม่ขายหิ้วมาขายในไทย มักจะบวกส่วนต่างเครื่องเกินเป็นหลักหมื่นบาทขึ้นไป

ทำให้หน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะกรมศุลกากร ต้องจับตามมองกลุ่มนักหิ้วของมาขายต่อในไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก ทั้งสิงคโปร์ หรือ ฮ่องกง มักจะเป็นเป้าหมายของนักหิ้ว บินไปซื้อ ด้วยเพราะเป็นประเทศที่ใกล้ไทยมาก และค่าตั๋วเครื่องบินไม่แพง

แม้กระทั่งกรมศุลกากร มีกฎข้อระเบียบด้วยของที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทย จะต้องมีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท หากเกินจะต้องถูกปรับ หรือถูกยึดก็ตาม แต่ด้วยราคาเครื่องที่หิ้วมาขายที่สามารถบวกค่าหิ้วได้มากกว่าเกินหมื่นบาทขึ้นไป หลายๆ คนก็ยอมเสี่ยง

อัตราพิกัดศุลกากรขาเข้า ที่ต้องรู้

หลายๆ คนที่เดินทางบ่อย โดยเฉพาะสายการบินสัญชาติไทย มักจะประกาศเรื่องการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ นอกจากสุราไม่เกิน 1 ลิตร หรือ บุหรี่ไม่เกิน 200 มวนแล้ว สินค้าอื่นๆ ที่ซื้อมา ต้องมีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท ตามรายละเอียดดังนี้

สินค้าที่ซื้อจากต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งสินค้าที่ซื้อจากร้าน duty free ทั้งขาออกและขาเข้านั้น หากทั้งหมดมีมูลค่ารวมกันเกินกว่า 20,000 บาท ตามกฎหมายจะต้องเสียภาษีศุลกากรตามพิกัดศุลกากร ซึ่งหากสินค้าเกิน 20,000 บาท จะต้องสำแดงสินค้า เพื่อชำระค่าปากระวาง และภาษี ยกตัวอย่าง เช่น

  • กระเป๋าแบรนด์เนม คิด 20% ของราคาตามใบเสร็จ + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • รองเท้า คิด 30% ของราคาตามใบเสร็จ + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • นาฬิกา คิด 5% ของราคาตามใบเสร็จ + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์ไอทีต่างๆ ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า แต่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

ดังนั้น ช่วงที่ iPhone รุ่นใหม่วางจำหน่ายที่ประเทศในกลุ่มแรก ซึ่งศุลกากร จะจับตามองกับผู้ที่โดยสารเข้ามาในเมืองไทย จะทำการสแกนกระเป๋า รวมถึงกระเป๋าสะพาย เป้ หรือกระเป๋าสะพายที่มีขนาดใหญ่ หากพบว่าไม่มีการสำแดงการนำเข้า และตรวจเจอ จะมีโทษสูงสุด คือปรับ 4 เท่าของมูลค่าของ + ภาษีปากระวาง และจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ หากไม่มีเงินเสียค่าปรับ สินค้าที่นำเข้ามาจะถูกยึดเป็นของหลวงทันที

ถึงจะสำแดงแล้ว แต่ iPhone ก็เสี่ยงถูกยึด

หลายๆ คนคงไม่ทราบว่า สมาร์ทโฟนที่นำเข้าจากต่างประเทศ ถึงแม้ว่าจะสำแดงแล้วก็ตาม แต่หากเป็นรุ่นที่ ทาง สำนักมาตรฐานและเทคโนโลยีโทรคมนาคม (ทท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของ กสทช. ไม่ได้รับรอง ก็ถือว่าผิดกฎหมาย รายละเอียดอ่านเพิ่มเติมได้ที่

การนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคมและเครื่องรับ เครื่องมืออุปกรณ์ที่สามารถใช้รับหรือแปลงสัญญาณในการรับรายการของกิจการกระจายเสียง

ทางเจ้าหน้าที่ศุลกากร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หากเป็นโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน ที่ทาง กสทช. ยังไม่รับรอง แต่เป็นเครื่องใช้งานส่วนตัว 1-2 เครื่องและสำแดงการนำเข้า (Goods to Declare) ก็จะอะลุ้มอล่วย เป็นรายกรณีไป

หากเป็นกรณีที่หิ้วเครื่อง iPhone รุ่นใหม่ที่ทาง กสทช. ยังไม่รองรับเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าจะเข้าสำแดงก็จริง แต่ทางศุลกากร อาจจะทำการยึด เพราะมองเจตนาว่า นำเข้ามาจำหน่าย ไม่ได้ใช้เพื่อการส่วนตัว

แต่หากเป็นรุ่นที่ทาง กสทช. ยังไม่ได้รับรอง และเดินเข้าช่องเขียว (Nothing to Declare) และถูกเจ้าหน้าสุ่มตรวจเจอ ก็อาจจะโชคร้ายที่โดนยึดสินค้าเลยก็ได้ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะดูเจตนา การกระทำของผู้นำเข้าเป็นหลัก

หิ้ว iPhone 11 Pro Max เข้าไทยอย่างสบายใจ

ทีมงาน mxphone ได้เดินทางไปสิงคโปร์ เพื่อทำการซื้อ iPhone 11 Pro Max มาเขียนเนื้อหาต่างๆ และทราบจากเพื่อนๆ ร่วมสายอาชีพเดียวกันว่า ช่วงนี้ศุลกากร เข้มงวดกับช่วงที่ iPhone รุ่นใหม่วางจำหน่าย และแนะนำให้เดินเข้าช่องแดง เพื่อชำระภาษี เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย และจะได้นำประสบการณ์เป็นความรู้มาถ่ายทอดต่อไปได้

iPhone 11 Pro Max ที่ทีมงานซื้อมาสองเครื่อง ต่างถูกแกะใช้งาน และทำ unbox และลองใช้ถ่ายภาพ เมื่อเดินทางถึงไทย ทีมงานเดินเข้าช่องแดง แสดงเจตจำนงเพื่อสำแดงสินค้า เพราะหากเดินเข้าช่องเขียวและสุ่มตรวจสแกนเจอก็จะเสี่ยงที่ถูกยึดได้

และที่สำคัญ ทีมงานคำนวนแล้วว่า หากเมื่อนำ iPhone 11 Pro Max ไปขอทำ VAT refund ที่สิงคโปร์แล้ว ก็จะได้เงินดังกล่าว ไปชำระค่าค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม + ค่าปากระวาง แค่ 7% ของมูลค่าของเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น

  • iPhone 11 Pro Max 64GB เครื่องละ SGD 1799
  • จะได้ GST TAX คืน SGD 117.69
  • ค่าดำเนินการของ Global Blue SGD 25.69
  • คงเหลือที่ได้คืน SGD 92 หรือประมาณ 2,050 บาท

เมื่อเราไปเสียค่าสำแดง iPhone 11 Pro Max 64GB ทางเจ้าหน้าที่จะคำนวนดังนี้

  • ราคาเครื่อง SGD 1,799 ใช้เรทค่าเงินที่ทางศุลกากรใช้คำนวน กลมๆ ที่ 1 SGD ที่ 22 บาท มูลค่าเงินไทยคือ 39,578 บาท
  • คิดภาษีมูลค่าเพิ่ม + ปากระวาง 7% ของค่าสินค้า 2,770.46 บาท เมื่อรวม 2 เครื่อง จะได้ 5,541 บาท
  • เจ้าหน้าที่ปัดเศษกลมๆ ที่ทางทีมงานต้องชำระ 5,500 บาท เท่ากับว่า เฉลี่ยค่าภาษีตกเครื่องละ 2,250 บาท

จะเห็นได้ เมื่อนำ TAX refund ที่ได้คืน มาหักลบกับค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม + ปากระวาง มีส่วนต่างเพียง 200 บาทเท่านั้น

ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรให้บริการอย่างเป็นกันเอง และสุภาพมาก ซึ่งทีมงานได้ขอถ่ายรูปเพื่อนำบทความไปเผยแพร่ ก็ไม่ได้ปฎิเสธแต่อย่างใด และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หากคิดจะหิ้ว iPhone รุ่นใหม่เข้ามาใช้เอง ก็อยากให้เข้ามาสำแดงเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎระเบียบ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกสุ่มตรวจ และถูกยึด

หลังจากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอทำการสแกนเป้ของทีมงานอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบอีกครั้งว่ามีสินค้าที่ยังไม่สำแดงหรือไม่ หลังจากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็ให้ใบรับเงินเพื่อเป็นเอกสารรับเงินต่อไป

จะเห็นได้ว่า การนำ iPhone รุ่นใหม่เข้ามาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะช่วงวางจำหน่ายในช่วงแรกๆ ซึ่งยังไม่มีจำหน่ายในไทย ทางศุลกากรจะเข้มงวดเป็นพิเศษ ทีมงานเองก็แนะนำให้สำแดงของ ไม่ควรเสี่ยงเข้าช่องเขียว (Nothing to Declare) มิเช่นนั้น อาจจะเจอแจ็คพอตได้

link : ระบบตรวจสอบเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน โดย กสทช.

อัพเดท 24 กันยายน 2562 : ทาง กสทช. ได้อนุมัติให้ iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max เป็นเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก กสทช. แล้ว ดังนั้น ใครนำเข้ามากกว่า 2 เครื่อง สามารถทำได้แล้ว แต่ต้องเสียภาษีตามปกติผ่านช่องแดง

บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPhone 11

About Author

shyboy

shyboy

Partners