เห็น #ข่าวลือ อย่าเพิ่งรีบ! รวมวิธีสังเกต ข่าวจริง-ข่าวลวง เพื่อเช็คให้ชัวร์ก่อนแชร์

โดย RingRangRung | 13 พฤษภาคม 2564 เมื่อ 15:10 น. | อ่าน 1,352

ท่ามกลางกระแสหวาดวิตกต่างๆ ในสังคมทั้งเรื่องของไวรัส COVID-19 หรือจะเป็นชุดข้อมูล ข่าวลือ ต่างๆ ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลสารพัดจากสื่อโซเชียลมีความเป็นไปได้ยากมากขึ้น และเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการส่งต่อข่าวปลอม (Fake News) เราก็มีวิธีสังเกตมาแนะนำ

ตั้งข้อสังเกตตรงพาดหัวข่าว

โดยธรรมชาติของข่าวปลอม หรือ ข่าวลือ มักจะมีการใช้ข้อความพาดหัวที่ดึงดูดความสนใจ เพื่อให้คนที่เห็นรู้สึกสงสัยจนต้องกดคลิกเข้าไปอ่าน หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของการทำพาดหัวแบบ Clickbait นั้นเอง

อย่างไรก็ดีในปัจจุบันตัวสำนักข่าว หรือเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือหลายเจ้าๆ ก็มีการนำกลยุทธ์การทำ Clickbait มาใช้ เพื่อเพิ่มยอดให้คนเข้าถึงเนื้อหาที่นำเสนอมากขึ้น ซึ่งวิธีการนี้ก็อาจจะไม่สามารถนำมาฟันธงได้ว่าข่าวที่เห็นจะเป็น Fake News ได้แบบ 100% และจำเป็นที่จะต้องนำปัจจัยอื่นๆ มาพิจารณาช่วย

ดูรูปภาพ หรือคลิปวีดีโอที่นำมาประกอบ

ถัดมาจากตัวพาดหัวข่าว ก็จะเป็นรูปภาพที่นำมาใช้ประกอบ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าข่าวมันปลอม ตัวรูปหรือคลิปที่เห็นก็เป็นไปได้หรือที่จะเป็นของจริง และเพื่อความชัวร์เราก็สามารถลองนำรูปดังกล่าวไปเข้าระบบ “ค้นด้วยภาพ” ของ Google ได้ผ่านช่องทาง image.google.com ซึ่งจะทำให้ทราบว่าตัวภาพนั้นมีที่มาจากไหนบ้าง

สังเกตที่ลิงก์ URL

วิธีการที่เหล่าเว็บข่าวปลอมมักนำมาทำเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองกันอยู่บ่อยๆ คือการตั้งชื่อ URL หรือชื่อเว็บไซต์ให้ใกล้เคียงกับตัวเว็บทางการ ทั้งการสลับตัวอักษร หรือใช้เลข “0” แทนตัว “O” เพื่อหลอกให้คนเข้าใจผิดจนคลิกเข้ามาดู

ยกตัวอย่างเช่น เว็บสำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ของจริงคือ www.thairath.co.th ฝั่งเว็บปลอมก็จะตั้งชื่อเป็น www.thaiarth.com หรือเว็บสำหรับโครงการเราไม่ทิ้งกัน ของจริงจะเป็น www.เราไม่ทิ้งกัน.com ของปลอมจะเปลี่ยนเป็น www.เราไม่ทิ้งกัน.net, www.เราไม่ทิ้งกัน.co.th หรือ www.เราไม่ทิ้งกัน.or.th เป็นต้น

ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มา

การตรวจสอบที่สำคัญอีกหนึ่งข้อคือการเช็คถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มา ซึ่งปัจจุบันตัวแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook เองก็มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า “About this article” ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์รูปตัว “i” ที่อยู่ตรงมุมขวาของภาพ Thumbnail เวลาที่มีการแชร์ลิงค์ข่าว

เมื่อเรากดเข้าไปที่สัญลักษณ์นี้ก็จะพบกับข้อมูลว่าตัวลิงค์ข่าวดังกล่าวมาจากเว็บไซต์อะไร, ตัวเว็บไซต์มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับอะไร (ในกรณีที่เว็บดังกล่าวมีข้อมูลบน Wikipedia), อายุการจดทะเบียนของเว็บไซต์ และประวัติการแชร์ลิงค์ข่าวที่ผ่านมา ซึ่งเราสามารถใช้ข้อมูลที่ว่ามาประกอบการตัดสินใจได้

ด้านแพลตฟอร์มอย่าง Twitter เองก็เพิ่งมีการเปิดตัวโปรแกรมทดสอบ “Birdwatch” ซึ่งให้ผู้ใช้ช่วยกันตรวจสอบข้อมูลทวีตที่น่าสงสัย ว่าอาจจะเป็น ข่าวลือ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งตอนนี้ตัวระบบยังเปิดให้ใช้กันในสหรัฐฯ เท่านั้น

สำหรับใครที่อยากได้อะไรที่เป็นทางการหน่อยก็สามารถใช้งานเว็บไซต์ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ที่ดำเนินการโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการเช็คความถูกต้องของเนื้อหาได้ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของภาครัฐ หรือถ้าเป็นช่วงนี้ก็จะเน้นที่ข่าวการระบาด COVID-19 กับโครงการเยียวยาต่างๆ

ตรวจสอบวันที่ และหาหลักฐานในเนื้อข่าว

ปกติแล้วข่าวปลอมมักจะมีการลำดับเหตุการณ์ที่ไม่สมเหตุสมผลกับเนื้อหา รวมถึงการอ้างอิงพยานหลักฐาน ที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีตัวตนจริง หรือหนักสุดคือการอ้างคำพูดของบุคคลในข่าวโดยที่เจ้าตัวไม่ได้เป็นคนพูด ซึ่งตรงนี้ต้องใช้วิจารณญาณในการรับสารให้มาก

ดูรายงานข่าวจากเว็บอื่นๆ

นอกจากการอ่านข่าวจากเว็บไซต์ที่เราเห็นแล้ว อีกวิธีที่จะทำให้แน่ใจว่าข้อมูลที่เห็นเป็นเรื่องจริงคือการนำคีย์เวิร์ดของข่าว อย่าง ชื่อคน, ชื่อสถานที่ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไปค้นหาต่อใน Google เพื่อหาดูว่ามีเว็บไซต์อื่นที่นำเสนอข่าวนี้อยู่หรือไม่

เช็คให้แน่ใจว่า ข่าวลือ ไม่ใช่เรื่องจ้อจี้

บางครั้งอาจแยกข่าวปลอมจากเรื่องตลกหรือล้อเลียนได้ยาก โดยเฉพาะในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์คที่พร้อมจะมีคนแต่งเรื่องตลกๆ เพื่อปล่อยเป็นข่าวลือได้ตลอด ซึ่งจะมองออกได้ก็ต้องอาศัยชั่วโมงบินในโลกอินเตอร์เน็ต ประกอบกับการตรวจสอบด้วยขั้นตอนข้างต้น

ใช้วิจารณญาณรับมือ

สุดท้ายแล้ววิจารณญาณคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะบางข่าวอาจตั้งใจทำขึ้นเป็นข่าวปลอมโดยเฉพาะ และบางข้อมูลก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยขั้นตอนที่ว่า เพราะอาจจะเป็นข้อมูลในทำนอง “เขาบอกมา” หรือ ” เพื่อน/ ญาติ ที่เป็น….บอกมาว่า” ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้ว่าสิ่งที่เขาว่ามามันจะเชื่อได้แค่ไหน หรือก็อาจจะเป็นจริงแค่ส่วนเดียวแต่ที่เหลือคือเรื่องแต่ง

ดังนั้นการฟังหูไว้หู มีสติ ไม่รีบแชร์ในเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการรับมือโลกโซเชียล

HUAWEI MatePad Pro

About Author

RingRangRung

RingRangRung

HUAWEI MatePad Pro

Partners