Grab ผนึก กรมควบคุมโรค คุมเข้มเฝ้าระวังไวรัสโคโรนา ชู 4 แนวทาง “รับรู้ – ร่วมมือ – ระวัง – รวมพลัง”

โดย memine | 7 กุมภาพันธ์ 2563 เมื่อ 14:41 น. | อ่าน 67

Grab ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จับมือ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี โดยมีบุคลากรทางการแพทย์จากกรมควบคุมโรคร่วมให้ความรู้และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บแท็กซี่ ทั้งยังเดินหน้าแจกหน้ากากอนามัยจำนวน 100,000 ชิ้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 พร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารและพาร์ทเนอร์คนขับผ่าน 4 แนวทางหลัก “รับรู้ – ร่วมมือ – ระวัง – รวมพลัง”

ดร. เก่งการ เหล่าวิโรจนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “แกร็บ ให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งกับเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยของทุกคนที่อยู่ในระบบนิเวศธุรกิจของแกร็บ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ใช้บริการ พาร์ทเนอร์คนขับ-จัดส่งอาหาร พาร์ทเนอร์ร้านอาหาร รวมถึงพนักงานทุกคน ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความกังวลเกี่ยวกับแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แกร็บ ประเทศไทย ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและประกาศใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาที่อาจเกิดขึ้นผ่านบริการของเรา โดยเฉพาะบริการการเดินทาง”

ล่าสุด แกร็บ ประเทศไทย ได้ผนึกความร่วมมือกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ความรู้และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพ รวมไปถึงการจัดตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้กับพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บแท็กซี่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งกับผู้ใช้บริการและพาร์ทเนอร์คนขับผ่าน 4 แนวทางหลัก อันได้แก่

รับรู้: สร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา รวมถึงวิธีการป้องกันตัวและการดูแลสุขภาพตามแนวทางและมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก โดยสื่อสารไปยังกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับ-จัดส่งอาหาร พาร์ทเนอร์ร้านอาหาร ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ รวมถึงพนักงานทุกคน ผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ ทั้งนี้ สำหรับกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับ แกร็บยังได้จัดกิจกรรมพิเศษเพิ่มเติมเพื่อแสดงความห่วงใยในด้านสุขภาพและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น การแจกหน้ากากอนามัยจำนวน 100,000 ชิ้นภายในเดือนมีนาคม รวมถึงสเปรย์ฆ่าเชื้อภายในตัวรถ การมอบส่วนลด 50% จาก UPautocare เพื่อรับบริการพ่นอบฆ่าเชื้อห้องโดยสารรถยนต์รวมไปถึงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพมูลค่า 500 บาทสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง และการให้เงินช่วยเหลือกรณีพิเศษจำนวน 2,000 บาทเมื่อต้องหยุดให้บริการหากตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา

ร่วมมือ: ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกับ กระทรวงสาธารณสุข ในการตั้งรับและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาจากบริการการเดินทาง อาทิ การจัดตั้งช่องทางการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างแกร็บกับกรมควบคุมโรค การจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 สำหรับพาร์ทเนอร์คนขับ รวมถึงการสนับสนุนโครงการ “ตรวจสุขภาพแท็กซี่ ท่องเที่ยวมั่นใจ ปลอดภัย ปลอดโรค” โดยกรมควบคุมโรค กรมการขนส่งทางบก และกรมการท่องเที่ยว เป็นต้น

ระวัง: จัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยติดตามข่าวสารความคืบหน้าและประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งได้กำหนดแนวทางและขั้นตอนการรับมือ (Standard Operating Procedure) ในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถจัดการและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในกลุ่มของพาร์ทเนอร์คนขับ ผู้โดยสาร รวมถึงพนักงานของแกร็บได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

รวมพลัง: ผนึกพลังทีมงานของแกร็บจากทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแกร็บให้บริการ ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา เมียนมาร์ และไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร รวมถึงแนวทางในการรับมือและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

นายแพทย์ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า “กรมควบคุมโรคถือเป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนรับมือสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยที่ผ่านมาเราได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรค ทั้งยังได้กำหนดแนวทางการรับมือ รวมถึงมาตรการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันและควบคุมโรคดังกล่าวเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว สำหรับความร่วมมือกับแกร็บ ประเทศไทยในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่จะช่วยส่งต่อความรู้ในการป้องกันโรคติดต่อ และลดความเสี่ยงจากเกิดโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจให้กับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเดินรถสาธารณะ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ซึ่งเป็นด่านแรกในการรับ-ส่งนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศ และมีความเสี่ยงในการรับหรือแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จากคนสู่คน”

“ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคอยากขอความร่วมมือให้ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ทุกคนป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่รับ-ส่งผู้โดยสาร หมั่นล้างมือบ่อยๆ และไม่ลืมที่จะเช็ดทำความสะอาดรถอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณที่มีผู้โดยสารสัมผัสบ่อยครั้ง ในกรณีที่ให้บริการผู้โดยสารที่มีอาการป่วย เช่น ไอ จาม หรือมีน้ำมูก ควรใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดเบาะที่นั่ง นอกจากนี้ ยังควรเปิดประตูและหน้าต่างรถเพื่อระบายอากาศในเวลากลางวันเพื่อให้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากการสะสมของเชื้อไวรัสภายในรถ ลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสโคโรนาของตนเองและสร้างมั่นใจให้กับผู้โดยสารได้”

About Author

memine

memine

Partners