Google เดินหน้าอัปเดตเครื่องมือและตั้งค่าความเป็นส่วนตัวผู้ใช้

โดย RingRangRung | 30 มิถุนายน 2563 เมื่อ 11:52 น. | อ่าน 34

Google ออกอัปเดตเครื่องมือและตั้งค่าความเป็นส่วนตัวผู้ใช้ เพื่อรักษาความข้อมูลความปลอดภัยและคงความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้ รวมถึงการปรับวิธีจัดเก็บข้อมูลในผลิตภัณฑ์หลักให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆทาง Googleได้โฟกัสไปที่หลักสำคัญ 3 ประการได้แก่ การรักษาข้อมูลของผู้ใช้ให้ปลอดภัย, การปฏิบัติต่อข้อมูลของผู้ใช้อย่างรับผิดชอบ และการทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมข้อมูลของตนได้

เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายจึงได้มีการอัปเดตเครื่องมือและการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ที่ใช้บริการและผลิตภัณฑ์ต่างๆ พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีปฏิบัติในการเก็บรักษาข้อมูลผู้ใช้ในผลิตภัณฑ์หลักให้เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นและเกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้จริงๆ

ด้วยเหตุนี้จึงมีการเปิดตัว การควบคุมการลบอัตโนมัติ (Auto-Delete Controls) ที่ให้ผู้ใช้สามารถเลือกลบประวัติตำแหน่ง, กิจกรรมการค้นหา, ข้อมูลการใช้งานด้วยเสียง และประวัติการใช้งานบน YouTube ได้โดยอัตโนมัติ เมื่อข้อมูลมีอายุเกิน 3 หรือ 18 เดือน ซึ่งตัวค่าเริ่มต้นจะถูกกำหนดไว้ที่ 18 เดือน และผู้ใช้สามารถปิดการตั้งค่าเหล่านี้ หรือเปลี่ยนตัวเลือกได้ตามต้องการ พร้อมทั้งมีการแจ้งเตือนผู้ใช้เกี่ยวกับการควบคุมการลบอัตโนมัติผ่านทางผลิตภัณฑ์ และอีเมล์ เพื่อให้เลือกตั้งค่าตามความเหมาะสม

ในการเปิดตัวการเก็บรักษาข้อมูลเริ่มต้นสำหรับผลิตภัณฑ์ Google อื่นๆ นั้น ก็ยังคงยึดหลักการขั้นต้นอาทิเช่น YouTube ที่การลบอัตโนมัติจะถูกตั้งค่าเริ่มต้นเป็น 36 เดือนหากคุณสร้างบัญชีใหม่หรือเปิดประวัติ YouTube เป็นครั้งแรก สำหรับผู้ใช้รายเดิมจะยังสามารถเลือกการลบอัตโนมัติให้เป็น 3 หรือ 18 เดือนได้เช่นเดิม ทั้งนี้ ระยะเวลาเก็บรักษาที่มีค่าเริ่มต้นจะไม่ถูกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Gmail, GoogleDrive และ GooglePhotos ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัย

อีกสิ่งหนึ่งที่ถูกเน้นย้ำคือการยืนยันว่าบริษัทจะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ขาย และจะไม่นำข้อมูลในแอปที่เก็บเนื้อหาส่วนบุคคลไว้เป็นหลักไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการโฆษณาโดยเด็ดขาด

การควบคุมในรูปแบบที่คุณต้องการ

ขณะเดียวกัน Google ก็ได้พยายามหาวิธีที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ได้ในแบบที่ต้องการ โดยที่มีการอัปเดตเครื่องมือความเป็นส่วนตัวดังนี้

  • การควบคุมบัญชีโดยตรงจาก Google Search : ในเร็วๆนี้ ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงการควบคุมหลักๆ ของบัญชี Google ได้ง่ายขึ้นจาก GoogleSearch ซึ่งทันทีที่ลงชื่อเข้าใช้บัญชีก็จะสามารถค้นหาสิ่งต่างๆ ได้ เช่น การตรวจสอบความเป็นส่วนตัว (Privacy Checkup) และการตรวจสอบความปลอดภัยของบัญชี กับกล่องข้อความที่ปรากฏให้คุณเห็นเพียงคนเดียวเท่านั้น
  • การเข้าสู่โหมดไม่ระบุตัวตนที่ง่ายขึ้น : จากนี้ไปผู้ใช้จะสามารถเข้าสู่โหมดไม่ระบุตัวตนได้ง่ายขึ้นทั้งในแอป GoogleSearch, GoogleMaps และ YouTube โดยกดที่รูปโปรไฟล์ของคุณค้างไว้ ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้งานได้แล้วบน iOS ขณะที่ของ Android กำลังจะอัพเดตตามมา
  • การควบคุมความเป็นส่วนตัวเชิงรุกเพิ่มเติม : ในแต่ละปีมีผู้เข้าไปใช้บริการการตรวจสอบความเป็นส่วนตัว (Privacy Checkup) มากกว่า 200 ล้านคน Googleจึงให้คำแนะนำเชิงรุก รวมถึงเคล็ดลับต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้จัดการการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

การปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ในเชิงรุก

เมื่อ 5 ปีก่อนGoogle ได้เปิดตัว Security Checkup เครื่องมือที่ครบวงจรสำหรับการรักษาความปลอดภัยของบัญชีและในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ Password Checkup ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับตรวจสอบว่ารหัสผ่านที่บันทึกไว้ในบัญชีของผู้ใช้เคยถูกบุกรุกหรือไม่ ก็จะกลายเป็นส่วนสำคัญของ Security Checkup

ปัจจุบันมีผู้ใช้ Password Checkup แล้วกว่า 100 ล้านคน และพบว่าการละเมิดข้อมูลส่วนตัวลดลงถึง 30% เนื่องจากตอนนี้ Password Checkup ได้ถูกผนวกรวมเข้ากับบัญชี Googleและ Chrome เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางผู้พัฒนาก็มีแผนจะทำการยกเลิก Password Checkup ที่เป็นส่วนขยายใน Chrome ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

การลงทุนในเทคโนโลยีการรักษาความเป็นส่วนตัว

Googleยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาความเป็นส่วนตัวร่วมกับวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้นับพันคน เพื่อให้การปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ความเป็นส่วนตัวที่แตกต่างกันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับรายงานความเคลื่อนไหวของชุมชนในสถานการณ์โควิด-19 ของเรา (COVID-19 Community Mobility Reports) ซึ่งช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการต่อสู้กับโควิด-19 ด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการสถานที่ต่างๆ ของประชาชน ในขณะที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งนโยบายความเป็นส่วนตัว

ในปีนี้Google ได้ใช้ความเป็นส่วนตัวที่แตกต่างกันและการเรียนรู้แบบสหพันธ์ (federated learning) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้คิดค้นขึ้นมา ในการฝึกโมเดลที่สนับสนุนการทำงานของ Gboard นำมาสู่ความสำเร็จในการรวมวิธีการที่ก้าวหน้าที่สุดเข้าด้วยกันเพื่อช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นเดียวกับการเปิดให้ใช้ Chromium แบบโอเพนซอร์สเพื่อช่วยปรับปรุงเว็บแบบเปิดให้ดีขึ้น

ที่มา: blog.google

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners