Google For Thailand 2019 หลังจากนี้เราจะเห็นบริการอะไรจาก Google บ้าง

โดย oatciiz | 14 พฤศจิกายน 2562 เมื่อ 18:28 น. | อ่าน 418

จัดเป็นครั้งที่ 2 แล้วสำหรับงาน Google For Thailand ที่เราจะได้รู้ว่าหลังจากนี้ Google จะมีอะไรใหม่ๆให้เราชาวไทยได้ลองใช้บ้าง ความน่าสนใจอยู่ที่แต่ละบริการที่เปิดตัวสามารถสร้างประโยชน์ด้วยเทคโนโลยีและต่อยอดชีวิตประจำวันได้อย่างน่าสนใจ

1.Google Station

อาจจะพอเคยได้ยินมาบ้างสำหรับ Google Station บริการ Hotspot ฟรี ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2018 ในช่วงเปิดตัวมีจุดบริการทั้งหมด 100 จุดครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต และสงขลา โดยสถิติที่ปรากฎพบว่าผู้ใช้มีมากถึง 2 ล้านราย และมีพฤติกรรมใช้งานเฉลี่ย 2 ชั่วโมงต่อคน จากทั้งหมดที่กล่าวมา Google มองว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแบบเท่าเทียมเป็นพื้นฐานที่จะสามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างเท่าเทียมและลดการเหลื่อมล้ำ ใน Google For Thailand 2019 ปีนี้จึงมีการต่อยอดบริการ Google Station เพิ่มขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานทั่วประเทศ โดยผู้ใช้สามารถพบจุดบริการได้เพิ่มเติมที่จังหวัด บุรีรัมย์, ชลบุรี, ชุมพร, ขอนแก่น, ลำปาง, เลย, แม่ฮ่องสอน, นาราธิวาส, ลพบุรี, นนทบุรี, ปทุมธานี, พิจิตร, พิษณุโลก, ประจวบคีรีขันธ์, สมุทรสาคร, สงขลา, สุราษฎร์ธานี, ตรัง, อุบลราชธานี และอุดรธานี รวมทั้งหมด 25 จังหวัดสำหรับบริการนี้ในปัจจุบัน

Google Station เป็นจุดบริการ Wifi ที่อยู่ตามพื้นที่ชุมชนขนาดใหญ่ เช่น สนามบิน, สถานีขนส่ง, ตลาดสดขนาดใหญ่ และมหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งมีการร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง CAT, AOT, Unilever และ บขส.

2.Grow With Google

เป็น Global Sevice ของ Google ที่นำเข้ามายังประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว บริการนี้จะช่วยยกระดับสกิลการใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและคนทำงานที่ต้องอาศัยแพลตฟอร์มดิติทัล

เริ่มกันที่ Application Primer เหมาะสำปรับผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์มากนัก เป็นการปูพื้นฐานแบบรวดเร็วและเข้าใจง่ายผ่าน Application โดย Google ร่วมมือกับ SCB พัฒนาหลักสูตรออนไลน์ขึ้นมาทั้งหมด 40 บทเรียน 8 หมวด และผู้ใช้สามารถเรียนได้ฟรี

บริการที่สองคือ Skill Shop หรือชื่อเดิมคือ Academy for Ads เป็นการฝึกอบรมสำหรับผู้มีทักษะอยู่แล้ว ถ่ายทอดผ่านผู้มีประสบการณ์ของ Google เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆของ Google เช่น Think Android, Google for Education, Waze และ ฯลฯ

สุดท้ายคือ GOOGLE IGNITE โครงการฝึกอบรมที่ร่วมมือกับ Scoutout แพลตฟอร์มหางานออนไลน์ ซึ่งผู้ที่ได้เข้าร่วมจะเป็นนักศึกษาจบใหม่ที่มาจากบริษัทพันธมิตร จากนั้นจะได้เข้าร่วมฝึกอบรมเป็นระยะเวลา 2 เดือน ก่อนนำประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องมือของ Google ไปใช้งานในชีวิตจริง

3.Digital Citizenship

เมื่อต้นปี Google ได้ร่วมมือกับ AIS เปิดให้ใช้ Family Link โดยผู้ปกครองสามารถควบคุมเนื้อหาสำหรับเด็กได้ นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับ dtac พัฒนาฟีเจอร์ Youtubd Kids ควบคุมเนื้อหาบน Youtube สำหรับเด็กด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี Be internet Awesome ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้กับเด็กๆในรูปแบบที่ชวนติดตาม เข้าใจง่าย ในหัวข้อต่างๆเช่น คิดก่อนแชร์, ไม่ตกหลุ่มพราง, เก็บข้อมูลไว้เป้นความลับ, เป็นคนดีเท่จะตาย และสงสัยเมื่อไหร่ก็ถามได้เลย

4.Google AI

AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เป็นอีกหนึ่งด้านที่ Google พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในงาน Google For Thailand 2019 ได้มีการยกตัวอย่างเกี่ยวกับทางการแพทย์ที่ AI สามารถทำงานร่วมด้วยได้ ตัวอย่างดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีความเสี่ยงภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา

ในขณะที่บุคลากรด้ายการแพทย์ด้านดวงตาในประเทศไทยมีเพียง 1,500 คน แต่ผู้ป่วยเบาหวานมีมากถึง 4.5 ล้านราย ดังนั้นเรื่องการตรวจอย่างสม่ำเสมอจึงถือว่าเป็นเรื่องยาก AI จาก Google สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ โดยช่วยประเมินการตรวจและวัดผลความเสี่ยงออกมาได้อย่างแม่นยำ ในส่วนนี้เป็นการร่วมมือกับโรงพยาบาลราชวิถี และมีบริการนี้ใน 8 คลินิก 3 จังหวัด

5. Google Arts & Culture

ในด้านศิลปะวัฒนธรรม Google ก็ไม่ทิ้ง เพราะมีการร่วมมือกับกรมศิลปากร เปิดตัว Google Arts & Culture ให้ผู้ใช้ Google ผ่าน Browser และ Application สัมผัสศิลปะบนโลกออนไลน์แบบสมจริง บริการนี้ก่อตั้งมาแล้ว 8 ปี โดยไม่แสวงหาผลกำไร ปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์ 2,000 แห่ง 80 ประเทศ มีจำนวนวัถุที่จัดแสดงบนแพลตฟอร์มนี้ทั้งสิ้น 6 ล้านชิ้น

ในประเทศไทยมีโปรเจคเปิดตัวคือ “วังหน้า” เปิดให้ผู้ใช้สามารถดื่มด่ำกับศิลปะวังหน้าในรูปแบบดิจิทัลครั้งแรก ผ่านการเก็บภาพทั้งหมดด้วย Culture Art Camera กล้องความละเอียดสูงระดับ Gigapixel ทำให้ภาพชัดเจนเหมือนเห็นด้วยตาเปล่า ซูมเพื่อดูรายละเอียดได้แบบชัดเจน ปัจจุบันมีการเก็บรายละเอียดวัตถุทางศิลปะด้วยกล้องดังกล่าวทั่วโลกมากกว่า 10,000 ภาพ

6.Google My Business

บริการที่เข้ามาเติมเต็ม SME ในยุคดิจิทัล Google มองว่าเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและกระจายอาชีพสู่ชุมชน จากการสำรวจพบว่าธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงมีหน้าร้านและเป็นแบบออฟไลน์ บริการนี้จึงออกแบบมาเพื่อรวมรายละเอียดร้านค้าเหล่านั้นสู่โลกออนไลน์ โดยอ้างอิงพฤติกรรมของผู้บริโภคปัจจุบันที่มักค้นหารีวิวผ่านอินเทอร์เน็ตก่อนท่องเที่ยว

อีกหนึ่งตัวอย่างการใช้งาน Google Business ที่ผ่านมาในช่วงโครงการ ชิมช้อปใช้ ผลปรากฎว่าการค้นหา “ร้านชิมช้อปใช้ใกล้ฉัน” และ “ชิมช้อปใช้(…ตามด้วยชื่อจังหวัด…)” เป็นคำค้นหาที่มีจำนวนมาก ดังนั้นแผนต่อไปของ Google คือการเพิ่มร้านธงฟ้าประชารัฐที่มีมากกว่า 80,000 Shops ลงไปใน Google Business เพื่อรองรับประชาชน 14 ล้านรายที่ใช้งานโครงการนี้เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลโดยเป็นการทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์

Google My Business เปิดตัวเมื่อปี 2018 โดยผู้ใช้กลุ่มแรกคือผู้ที่ลงทะเบียนผ่านเครือข่ายของ SCB ตอนนี้มีแล้วกว่า 150,000 ราย โดยหลังจากนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถทำได้ด้วยตัวเองผ่าน SCB Easy ตั้งธง 1 ล้านธุรกิจที่จะมาเข้าร่วมกับ Google Business ภายในปี 2020 และข้อมูลทั้งหมดจะปรากฎบน Google Search และ Google Maps 

จะเห็นได้ว่าทั้งหมดเป็นบริการที่ Google พยายามผลักดันให้ดิจิทัลสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในทุกมิติ ทั้งในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน, การศึกษา, การแพทย์, วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ โดยอิง Local Strategy แบบกลมกลืนกับประเทศไทย


About Author

oatciiz

oatciiz

Partners