ใช้ Galaxy Note8/9 อยู่จะ เปลี่ยนเป็น Samsung Galaxy Note20 ดีไหม?

โดย oatciiz | 26 พฤศจิกายน 2563 เมื่อ 15:53 น. | อ่าน 348

Samsung Galaxy Note20 Series มากับฉายา Power Phone แห่งยุค ย้ำจุดแข็งเรื่องการใช้งานที่รอบด้าน ทั้งกล้องความละเอียดสูง, หน้าจอชัดใหญ่เต็มตาและฟีเจอร์การใช้งานที่ใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน แต่…ในมุมของผู้ใช้งาน Samsung Galaxy Note8 และ Samsung Galaxy Note9 ควรเปลี่ยนหรือไม่? มาหาคำตอบไปพร้อมกันในบทความนี้จ้า

หน้าจอที่ใหญ่ทำอะไรได้มากกว่า

Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G มีหน้าจอขนาด 6.9 นิ้ว ใช้จอแสดงผล Dynamic AMOLED ความละเอียด 1440 x 3088 พิกเซล ในแง่ของการใช้งานถึงแม้ว่าเห็นตัวเลขแล้วอาจจะดูใหญ่แต่เมื่อได้จับแล้วพบว่าเมื่อเทียบขนาดกันกับ Samsung Galaxy Note9 ที่ให้หน้าจอ 6.4 นิ้วนั้นตัวเครื่องถือว่ามีขนาดใกล้เคียงกันมาก แต่ Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G มากับดีไซน์ขอบจอที่บางมากจนเกือบจะไม่มีขอบกันเลยทีเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง Samsung Galaxy Note8 ที่ให้หน้าจอมาที่ 6.3 นิ้ว ถ้ามองในแง่ของจุดแข็ง Samsung Galaxy Note Series ที่ผ่านมาอยู่ในเรื่องการขีดเขียนและจดบันทึกด้วยปากกา S Pen หากมีพื้นที่ใหญ่จุใจในการจดบันทึกก็น่าจะตอบโจทย์ได้ดีขึ้นนะ

จอ 120Hz ลื่นไหลสบายตา

หน้าจอของ Samsung Galaxy Note20 Series ทุกรุ่นให้อัตรารีเฟรชเรทที่ 120Hz แค่อ่านคงจะนึกไม่ออกแต่เมื่อใช้งาน ได้มอง ได้เลื่อนหน้าจอ ได้ใช้ พบว่ามันสบายตาลื่นไหลอย่างเห็นได้ชัด แต่เดิมที่ใช้ Samsung Galaxy Note9 เป็นเครื่องหลักที่คิดว่าพอใจแล้วแต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันจึงรู้ว่ามันต่างมากจริงๆ Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G ชนะขาดลอย

ปากกา S Pen ที่ดีที่สุดในเวลานี้

ปากกา S Pen ตั้งแต่ใน Samsung Galaxy Note8 ทำออกมาได้ดีในเรื่องการขีดเขียนอยู่แล้ว ด้วยความหน่วงที่ต่ำลงมากๆตอบสนองได้ดั่งใจ สือบเนื่องมาถึง Samsung Galaxy Note9 ที่เพิ่มคุณสมบัติ Bluetooth เข้ามาในปากกาทำให้สามารถกดปุ่มเพื่อควบคุมในการใช้งานต่างๆ เช่น ใช้ปากกา S Pen กดชัตเตอร์ขณะถ่ายรูปหรือเปลี่ยนปากกาเป็นรีโมทควบคุมหน้าจอขณะพรีเซ้นงาน แต่ถ้าอยากได้ความเป็นที่สุดต้องนี่เลย ปากกา S Pen บน Samsung Galaxy Note20 Series มีความสามารถทุกอย่างที่กล่าวมาแต่ยังอัดมาด้วย Air Command ควบคุมผ่านท่าทางต่างๆได้เพิ่ม เช่น การซูมเข้าหรือซูมออกด้วยการวนปากการะยะไกลหรือจะแปลงลายนิ้วเมือเป็นตัวหนังสือก็ทำได้ง่ายๆ ทั้งหมดนี้ยังตอบสนองได้ไวด้วยความหน่วงต่ำที่สุดเพียง 9 มิลลิวินาทีเท่านั้น

ชิปประมวลผลทรงพลังกว่า

ระยะเวลาที่เราควรเปลี่ยนสมาร์ทโฟนจะอยู่ในช่วง 3 ปี ตรงตามที่ Samsung การันตีเรื่องการอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างน้อย 3 ปีต่อรุ่น ปัจจัยหนึ่งในการใช้งานก็หนีไม่พ้นชิปประมวลผลที่เปรียบเสมือนหัวใจของสมาร์ทโฟน ไล่ตั้งแต่ Samsung Galaxy Note8 ที่ใช้ Exynos 8895 Octa Core ความเร็ว 2.3 GHz ถัดมาเป็น Samsung Galaxy Note9 ใช้ชิป Exynos 9810 Octa Core ความเร็ว 2.7 GHz และที่แรงที่สุดในเวลานี้ Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G ที่ใช้ Exynos 990 Octa Core ความเร็ว 2.73 GHz กับความแรงขนาดนี้ก็ใช้ได้อีกยาวๆอย่างน้อย 3 ปีแน่นอน

Samsung Galaxy Note20 Series จะงานหรือเรียนก็ช่วยได้

ต้องบอกว่าในแต่ละปีที่ผ่านมา Samsung Galaxy Note Series ก็ออกมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่เป็นมากกว่าสมาร์ทโฟนโดยทั่วไปอยู่แล้ว ซึ่งนอกจากการจดบันทึกที่เด่นระยะหลังมานี้ความทรงพลังได้เพิ่มขึ้นสู่ความเป็นมืออาชีพ ยกตัวอย่างเช่น Samsung DEX ที่เปลี่ยน Samsung Galaxy Note8 และ Samsung Galaxy Note9 ให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์พกพาเมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ททีวี เดิมทีทั้ง 2 รุ่นจะต้องเชื่อมต่อผ่านสายเท่านั้น แต่ Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G ต่างออกไปเพราะใช้ Samsung DEX แบบไร้สายได้เลย อาจจะดูเหมือนไกลตัวแต่บางครั้งในการท่องเที่ยวต่างจังหวัดฟีเจอร์นี้สามารถเปลี่ยนจอทีวีในโรงแรมให้กลายเป็นพื้นที่ทำงานได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้เพื่อทำงานเท่านั้นเพราะจะประยุกต์ใช้เพื่อความบันเทิงก็ไม่ว่ากัน

การทำงานในปัจจุบันไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะงานเอกสาร สำหรับสายคอนเทนต์ก็สามารถใช้ Samsung Galaxy Note20 Series ตัดต่อ VDO ได้ง่ายๆเพียงถ่ายและกดแก้ไขจากเมนูในอัลบัมได้เลยหรือจะเลือกโหลดแอปพลิเคชั่นตัดต่อเพิ่มเติมก็เรนเดอร์ VDO ได้สบายๆ ความสามารถนี้มาจากชิปประมวลผลที่แรงและ RAM เริ่มต้นที่ 8GB หรือ 12GB ต่างจาก Samsung Galaxy Note8 และ 9 ที่ให้ RAM 6GB เท่านั้น

อีกหนึ่งความสามารถในการเป็นตัวช่วยที่สำคัญคือ Wireless Power Share ฟีเจอร์นี้ทำให้เราเหมือนมีแท่นชาร์จไร้สายไปด้วยทุกที่ทุกเวลาเหมาะกับไลฟ์สไตล์ในยุคนี้ที่ใครๆก็พกหูฟังไร้สายหรือหูฟัง TWS กันอย่างแพร่หลายหรือแม้กระทั่งนาฬิกา Smartwatch ที่กลายเป็นอุปกรณ์ชิ้น 2-3 ของเราไปแล้ว ในกรณีที่ใช้งานควบคู่กันไปกับ Samsung Galaxy Note8 และ 9 จะไม่สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้แต่ Samsung Galaxy Note20 Series จะสามารถใช้ Wireless Power Share ชาร์จอุปกรณ์ระหว่างวันได้โดยจะสะดวกมากๆเวลาไปต่างจังหวัดเพราะมีอุปกรณ์ชาร์จเพียงชุดเดียวก็สามารถชาร์จอุปกรณ์ 2 ชิ้นไปพร้อมกันได้เลย

กล้อง Dual Camera ธรรมดาไปแล้ว

ในตอนนี้กล้อง Dual Camera หรือกล้องคู่กลายเป็นมาตรฐานที่สมาร์ทโฟนต้องมี เดิม Samsung Galaxy Note8 และ 9 ให้กล้องหลังคู่ความละเอียด 12MP + 12MP Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G ให้เลนส์ความละเอียดสูง 108MP ที่มาพร้อมกับเลนส์ Ultrawide 12MP และ Telephoto 12MP ดังนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความสามารถของกล้องพัฒนาไปไกลมากจริงๆ

ทั้งหมดเป็นเพียงการนำเสนอพัฒนาการของเทคโนโลยีบน Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G ที่เปลี่ยนมาตรฐานสมาร์ทโฟนมีปากกาให้ก้าวกระโดดไปอีกขั้น ดังนั้นใครที่เกิดคำถามในใจว่าว่าต้องเปลี่ยนจาก Samsung Galaxy Note8 และ 9 ไหม? ส่วนตัวแนะนำให้เปลี่ยนได้เลยแบบไม่ต้องลังเลเพราะไม่มีเทคโนโลยีส่วนใดย้ำอยู่กับที่มีแต่จะเติมเต็มให้มากขึ้นในทุกส่วนและในช่วงปลายปีแบบนี้การซื้อสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์ทั้งทำงานและความบันเทิงก็เหมือนให้ของขวัญตัวเองในคราวเดียวเลยนะ

About Author

oatciiz

oatciiz

Partners