รีวิว Fitbit Versa 3 อัพเกรดใหม่ ใส่สบาย มี GPS ในตัวแล้ว

โดย RingRangRung | 8 พฤศจิกายน 2563 เมื่อ 10:52 น. | อ่าน 975

ปี 2020 นับเป็นปีที่เทรนด์การดูแลสุขภาพมาแรงโดยปัจจัยหลักๆ ก็มาจากปัญหาของเชื้อไวรัสที่ยังคงระบาดทั่วโลก และนี่คือรีวิว Fitbit Versa 3 สมาร์ทวอทช์สำหรับการออกกำลังกายจากแบรนด์ที่อยู่คู่วงการนี้มาอย่างยาวนาน

สเปค Fitbit Versa 3

  • ขนาดตัวเรือน 1.23 x 4.04 x 4.04 ซม. น้ำหนัก 0.043 กรัม มีคุณสมบัติกันน้ำลึก 50 เมตร
  • ใช้จอ AMOLED ขนาด 1.58 นิ้ว
  • มีสาย 2 ขนาด
    • ไซส์ S ขนาด 5.5-7.1″
    • ไซส์ L ขนาด 7.1-8.7″
  • มี GPS + GLONASS
  • ใช้ Accelerometer sensor แบบ 3 แกน
  • มี Altimeter
  • รองรับ Wi-Fi (802.11b/g/n 2.4GHz)
  • Ambient light sensor
  • มี ลำโพง และไมโครโฟนในตัว
  • รองรับ NFC
  • มีมอเตอร์สั่น
  • รองรับ Bluetooth 5.0
  • มีระบบติดตามการออกกำลังกาย/ ติดตามการนอน / ติดตามอัตราการเต้นหัวใจ / ระบบวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2)
  • มี Voice Assistand (Google Assistant หรือ Amazon Alexa)
  • มีแอปฯ ที่รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์กว่า 100 แอปฯ
  • อายุการใช้งานสูงสุด 6 วัน โดยมีชาร์จไว 12 นาที อยู่ได้ 1 วัน
  • ตัวเลือกสีที่ขาย น้ำเงิน (Midnight) / ชมพู (Pink Clay) / ดำ (Black)
  • ราคาขายในไทย 9,190 บาท

Fitbit Versa 3 มากับกล่องทรงยาวเหมือนรุ่นก่อนโดยที่ตัวกล่องมีภาพอุปกรณ์, ชื่อรุ่น และสเปคไฮไลท์ระบุไว้อย่างชัดเจน เมื่อสไลด์เอากล่องด้านในออกมาก็จะพบกับตัวนาฬิกาและอุปกรณ์ต่างๆ ที่จัดวางไว้อย่างเป็นสัด เป็นส่วน โดยของที่มีให้ประกอบด้วย

  • Fibit Versa 3 + สายขนาด S
  • สายสำรองขนาด L
  • ชุดแท่นชาร์จผ่าน USB
  • คู่มือการใช้งาน

สำหรับนาฬิกาที่ได้มารีวิวเป็นสีดำ (Black) โดยเป็นสีดำทั้งตัวเรือนและสาย ซึ่งเป็นสีที่เรียบหรู คลาสสิก สามารถใส่ออกกำลังกาย หรือใส่ในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่เคอะเขิน

เรื่องการใส่บนข้อมือตลอดทั้งวันก็เรียกว่าอยู่ได้สบายๆ เนื่องจากวัสดุตัวเรือนเป็นอลูมิเนียม น้ำหนักเบาเพียง 0.043 กรัม เท่านั้น ขณะที่สายนาฬิกามาตรฐานที่ให้มาก็เป็นแบบซิลิโคนมีความอ่อนนุ่มระบายอากาศได้ดี นอกจากนี้ยังมีการปรับรูปแบบการใส่ใหม่โดยใช้การสอดซ่อนปลายสายไว้ข้างในอีกที

ตัวสายนาฬิกาแน่นอนว่ามีแถมมาให้ในกล่อง 2 ไซส์ ครอบคลุมทุกขนาดข้อมือ และยังถอดเปลี่ยนได้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วยเพียงแค่กดสลักด้านหลังตัวเรือน

หน้าปัดของ Versa 3 เป็นทรงสี่เหลี่ยมใช้หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.58 นิ้ว ซึ่งเป็นจอสัมผัสแบบสี ให้การแสดงผลสวยคมชัด สู้แดดได้ดี โดยคลุมทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3

รูปแบบหน้าปัด (Clock Face) ก็มีตัวเลือกให้เยอะมากๆ ทั้งอันที่ใช้งานได้ฟรี และแบบที่เสียเงิน

อีกทั้งยังมีโหมด Always-on display เปิดหน้าจอแสดงผลตลอดเวลาให้เลือกใช้กัน ซึ่งแน่นอนว่าจะกินพลังงานเพิ่มจากปกติอีกเล็กน้อย

ด้านซ้ายของตัวเรือนจะเป็นปุ่มแบบเหนี่ยวนำ (Inductive button) สำหรับใช้เป็นปุ่ม Home หรือตั้งเป็นคีย์ลัดไปยังฟังค์ชั่นต่างๆ ตามความต้องการ

ฝั่งขวามีช่องลำโพง และไมโครโฟนโดยที่รุ่นนี้มีการใส่ระบบ Voice Assistand มาให้โดยเลือกได้ว่าจะใช้เป็น Amazon Alexa หรือ Google Assistant ซึ่งเบื้องต้นจะมีให้แค่ Alexa ขณะที่ Google จะต้องรออัพเดตเพื่อเปิดใช้งานอนาคต

ด้านหลังนาฬิกาจะเป็นเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และขั้วชาร์จไฟที่ทำงานร่วมกับแท่นชาร์จระบบ Magnetic ที่กำลังดูดของแม่เหล็กจัดว่าแรงใช้ได้เลย แถมยังใช้งานร่วมกับ ตัว Fitbit Sense ได้ด้วยนะ

ในการใช้งานก็ต้องมีแอปฯ Fitbit กันก่อนโดยที่โหลดได้ทั้งฝั่ง iOS และ Android รวมถึงบน Windows จากนั้นทำการ Log in หรือสร้าง Account ใน Fitbit ขึ้นมา

ขั้นตอนต่อมาก็ทำการเชื่อมต่อ Fitbit Versa 3 เข้ากับ Account ของเรา โดยที่ต้องเสียบนาฬิกาเข้ากับแท่นชาร์จขณะที่เชื่อมต่อ จากนั้นก็จัดการทำตามขั้นตอนที่ปรากฏได้เลย

แน่นอนว่าในการเปิดใช้งานครั้งแรกตัวเครื่องก็จะทำการอัพเดต และถ่ายโอนข้อมูลไปยังสมาร์ทวอทช์ ซึ่งตรงนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนานราวๆ 30-60 นาทีเลย อย่าลืมเพื่อเวลาในขั้นตอนนี้ด้วย

เมื่อการอัพเดตเสร็จสิ้นก็จะเป็นเรื่องของการใช้งานกันบ้าง Fitbit Versa 3 ยังคงเป็นสมาร์ทวอทช์ที่เข้มข้นด้านการดูแลสุขภาพโดยมีเทคโนโลยี PurePulse 2.0 การวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ทันสมัยที่สุดของแบรนด์

เทคโนโลยีนี้จะทำให้ Versa 3 สามารถวัดอัตราการเต้นหัวใจของผู้ใส่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และแจ้งเตือนหากพบอัตราการเต้นหัวใจที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นอาการภาวะหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ (Bradycardia) หรือ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเต้นเร็วผิดปรกติ (Tachycardia)

นอกจากนี้ยังมี Active Zone Minutes (AZM) ฟีเจอร์คำนวณอัตราการเต้นของหัวใจแบบรายบุคคลที่ทำได้ละเอียดโดยคำนวนจาก HR Zone ขณะทำกิจกรรมต่างๆ, ข้อมูลอายุผู้ใส่ และ อัตราการเต้นของหัวใจในขณะพัก (RHR) จากนั้นจะทำการคำนวนปริมาณการออกกำลังกายที่เหมาะสม และมีการติดตามเก็บระยะเวลาการออกกำลังกายเพื่อความสะดวกในการทำตามเป้าหมายด้านสุขภาพที่วางไว้

ด้านโหมดติดตามการออกกำลังกายในรุ่นนี้ก็มีให้เลือกติดตามกิจกรรมการออกแรงมากถึง 20 ชนิด โดยให้เราตั้งค่าเป้าหมายเองได้

สิ่งที่เป็นไฮไลท์และน่าจะตอบโจทย์คนชอบออกกำลังกายกลางแจ้ง เลยคือการที่นาฬิการุ่นนี้มีการ Built-in ระบบระบุพิกัด GPS + GLONASS มาให้ในตัว ทำให้สามารถบันทึกเส้นทางออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์

เมื่อออกกำลังกายเสร็จบนหน้าแอปฯ ก็จะมีการแสดงข้อมูลทุกอย่าง อาทิเช่น ถ้าเราออกกำลังกายด้วยการวิ่งกลางแจ้ง บนหน้าแอปฯ ก็จะแสดงข้อมูลระยะทางที่วิ่ง, ช่วง Heart Zone/ค่า Pace ในแต่ละจุด, อัตราจำนวนก้าว, ระดับความชันของเส้นทาง, Heart Rate Zone ตลอดการออกกำลังกาย, ค่าแคลลอรี่ที่เผาผลาญไป และ Badges/Trophies ที่เหมือนเป็นระบบ Achievement ตอนเล่นเกม สร้างแรงกระตุ้นให้อยากออกกำลังกายมากขึ้น

อีกหนึ่งลูกเล่นของการออกกำลังกายใน Versa 3 คือระบบ Coach ที่จะเป็นภาพอนิเมชั่นแสดงท่าทางการออกกำลังกายบนหน้าปัดในนาฬิกาให้เราได้ทำตาม ซึ่งสามารถเลือกคอร์สได้ตั้งแต่ 7-10 นาที รวมถึงการเล่นเฉพาะจุด

นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ในการดูแลสุขภาพทั่วไปสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ก็มีให้ครบทั้งการนับก้าว, โหมดแจ้งเตือนให้ขยับร่างกาย หรือจะเป็นการติดตามการนอนซึ่งตัวนาฬิกาเองมีการทำ Sleep Score เพื่อให้คะแนนการนอนของผู้ใช้ โดยคำนวนจาก ระยะเวลาตั้งแต่เข้านอนจนถึงตื่น, ระดับออกซิเจนในเลือด SpO2 ขณะที่หลับ, อัตราการเต้นของหัวใจขณะที่หลับ และระดับของการนอน (Sleep Stages)

ข้อมูลทั้งหมดนี้จะทำให้เราสามารถวิเคราะห์การนอนของตนเองได้ว่าพักผ่อนเพียงพอหรือไม่ รวมถึงการสังเกตสิ่งผิดปกติว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยหรือไม่

ในด้านการใช้งานทั่วไป Versa 3 สามารถรับการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนมายังหน้าปัดได้ และมีความสามารถในการส่ง Voice Mail, Emoji หรือใช้ข้อความด่วน เพื่อตอบกลับ (Quick Replies)

มีฟังค์ชั่นการเช็คสภาพอากาศในแต่ละวัน, สามารถโหลดเพลงใส่ที่ตัวนาฬิกาได้มากถึง 300 เพลง โดยฟังได้จากการเชื่อมต่อกับหูฟังไร้สาย, มีระบบ Fitbit Pay, รองรับการใช้งานร่วมกับแอปฯ พันธมิตรอย่าง Deezer, Pandora และ Spotify อีกทั้งยังมีแอปฯ ให้ติดตั้งเพิ่มเติมได้เองกว่า 100 แอปฯ

สำหรับแบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานสูงสุดราว 6 วัน มาพร้อมระบบชาร์จไวชาร์จเพียง 12 นาที ก็อยู่ได้เป็นวัน

Fitbit Versa 3 ถือว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ที่เหมาะสำหรับคนที่อยากออกกำลังกาย หรือดูแลสุขภาพแบบจริงจัง ด้วยความสามารถในการเก็บข้อมูลต่างๆ ที่จัดว่าละเอียด มีการประมวลผลและสรุปข้อมูลออกมาให้เข้าใจง่าย รวมถึงการทำระบบ Challenge ต่างๆ เพื่อให้การออกกำลังกายมีความสนุกยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือมี GPS ติดตั้งมาให้แล้ว

อย่างไรก็ดีก็มีจุดที่ต้องสังเกตคือการที่ Versa 3 ยังคงเป็นโปรดักซ์ที่ไม่รองรับภาษาไทย ถึงแม้ว่า Fitbit จะเป็นแบรนด์ที่อยู่กับบ้านเรามานาน ซึ่งข้อนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการความสามารถเชิงสมาร์ทวอทช์ มากกว่าการใส่ออกกำลังกาย แต่สำหรับใครที่มองข้ามเรื่องนี้ได้ หรือมองศักยภาพด้านการดูแลสุขภาพเป็นหลักก็สามารถเป็นเจ้าของกันได้แล้วในราคา 9,190 บาท

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners