สรุปฟีเจอร์เด่น iOS 13 ที่พร้อมปล่อยให้ใช้งานกันแล้ววันนี้

โดย RingRangRung | 20 กันยายน 2562 เมื่อ 10:30 น. | อ่าน 1,082

ในที่สุดก็มาถึงวันที่ Apple ปล่อยอัพเดตระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ iOS 13 ที่เป็นตัวสมบูรณ์ให้กับเหล่าผู้ใช้ iPhone ได้อัพเดตกัน แต่ก่อนจะกดรับระบบปฏิบัติการใหม่มาใช้งาน เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าในเวอร์ชั่นนี้มันมีเปลี่ยนแปลงอะไรที่เป็นไฮไลท์บ้าง

Dark mode โฉมใหม่

ใน iOS 13 ตัว Dark Mode ซึ่งเป็นฟีเจอร์ช่วยถนอมสายตาของผู้ใช้เมื่อใช้งานในที่แสงน้อย จะมาพร้อมกับโทนสีมืดแบบใหม่ที่ครอบคลุมการทำงานทั้งหน้าระบบและบนตัวแอปฯ โดยที่ผู้ใช้สามารถตั้งเวลาปรับเปลี่ยนระหว่าง Light Mode และ Dark Mode ได้ตามเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือจะกำหนดเวลาเอาเอง

แอปฯ Photos ที่มี AI ช่วยจัดการ

แอปฯ Photos ซึ่งเป็นแอปฯสำหรับดูรูปภาพในเครื่องได้มีการใช้ระบบ AI เข้ามาปรับแต่งการแสดงผลรูปภาพในคลังไม่ว่าการดึงเอารูปภาพที่ดีที่สุดมาเป็นไฮไลท์, ซ่อนสิ่งรบกวนและรูปภาพที่ซ้ำกันโดยอัตโนมัติ หรือจัดเรียงภาพตามเหตุการณ์สำคัญของวันก่อนหน้า เดือนที่แล้ว หรือปีที่แล้ว ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาภาพที่ต้องการได้ง่ายกว่าเดิม

ขณะเดียวกันผู้ใช้ก็ยังสามารถปรับแต่งรูปภาพได้หลากหลายและง่ายดายกว่าเดิมด้วยเครื่องมือใหม่ และใน iOS 13 สามารถใช้ตัดต่อวิดีโอได้แล้ว

Portrait Lightning Control ที่สามารถปรับได้

ในโหมดถ่ายภาพบุคคล หรือ Portrait Mode ตัวเฉพาะของ iPhone 11 ขึ้นไปจะเพิ่มความสามารถในการปรับแต่งการจัดแสงภาพถ่าย ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนปรับมุมของแสงให้เข้าใกล้แบบมากขึ้น เพื่อปรับให้ผิวเนียน เพิ่มความคมชัดของตา ซึ่ง ใบหน้าจะสว่างขึ้น หรือแม้แต่ลดความเข้มของแสง โดยปรับเลื่อนแสงไฟให้ออกห่าง รวมถึงเอฟเฟกต์ใหม่ High-Key Mono ถ่ายแบบ ขาว-ดำ คลาสสิค

Sign in with Apple ทั้งรวดเร็ว ง่ายดาย และเป็นส่วนตัว

iOS 13 มากับวิธีการลงชื่อเข้าใช้ในแอปและเว็บไซต์รูปแบบใหม่เพียงแค่ใช้ Apple ID ก็สามารถยืนยันตัวตนได้โดยที่ไม่ต้องใช้บัญชีโซเชียลมีเดีย หรือกรอกข้อมูลยืนยันความถูกต้องของอีเมล์และรหัสผ่าน โดยที่ระบบ Sign in with Apple ใหม่จะป้องกันข้อมูลส่วนตัวขณะใช้งานแอปหรือเว็ปไซต์ต่างๆ ได้ โดยที่ให้ผู้ใช้ยืนยันตัวตนผ่าน Face ID หรือ Touch ID

การปกป้องข้อมูลและรักษาความปลอดภัย

ในส่วนของความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยระบบปฏิบัติการ iOS 13 ได้รองรับกับ HomeKit Secure Video หรือรองรับกล้องวงจรปิดบนแอป Home ซึ่งมีการเข้ารหัสต้นจนตัววีดีโอขึ้นไปเก็บไป iCloud

ด้านความปลอดภัยในการใช้งานตัวผู้ใช้เองจะสามารถควบคุมข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งไปยังแอปต่างๆที่เลือกได้ว่าจะอนุญาตให้บอกตำแหน่งที่ตั้งเพียงครั้งเดียว หรือ บอกทุกครั้งที่ใช้งานแอพ รวมถึงการแชร์รูปที่ระบุได้ว่าจะแชร์ตำแหน่งที่ตั้งไปด้วยหรือไม่

Apple Maps โฉมใหม่

Apple Maps ใน iOS 13 มาพร้อมฟีเจอร์ Look Around ให้สำรวจเมืองได้แบบ 3D ในมุมมอง 360 องศา เหมือน Google Street View อีกทั้งยังมีการเพิ่มรายละเอียดของแผนที่ให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Collections ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแชร์ ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว หรือแหล่งช้อปปิ้งที่ตนโปรดปรานกับเพื่อนๆ ได้ และ Favorites สำหรับการนำทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ไปบ่อย

ออกแบบ CarPlay ใหม่

ระบบ CarPlay เองก็มีปรับโฉมใหม่โดยอัพเดทแดชบอร์ด ทำให้ตอนนี้สามารถดูเพลง แผนที่ และอีกมากมายได้แล้วในมุมมองเดียว อีกทั้งยังมีแอพปฏิทินใหม่และการรองรับ Siri สำหรับการนำทางและแอพฟังเพลงของบริษัทอื่นอีกด้วย

Siri เสียงใหม่ที่ทำงานร่วมกับ AirPods ได้

ใน iOS เวอร์ชั่นนี้ก็มีนำเสนอ Siri ที่มีเสียงใหม่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น พร้อมคำสั่งลัดที่รองรับ Suggested Automations ซึ่งคุณสมบัตินี้จะช่วยแนะนำกิจวัตรประจำวันที่ปรับแต่งให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น

นอกจากนี้ Siri สามารถอ่านข้อความแบบอัตโนมัติเมื่อใช้งานร่วมกับ AirPods ได้ โดยใช้งานร่วมกับ Siri Kit พร้อมด้วยคุณสมบัติการเชื่อมต่อหูฟัง AirPods สองคู่พร้อมกัน

HomePod ที่แยกแยะเสียงได้

ในเวอร์ชั่นใหม่ตัว HomePod จะมีคุณสมบัติในการแยกแยะเสียงของผู้ใช้จากเสียงของคนอื่นๆ ในบ้านได้แล้ว ทำให้สามารถทำตามคำสั่งแบบเฉพาะบุคคลได้ รวมถึงการส่งข้อความ การฟังเพลง และอื่นๆ

ข้อความ และ Memoji

ใน iOS 13 ตัว Memoji จะสามารถทำเป็นสติกเกอร์แล้วแชร์ไปที่แอปต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นแอปฯ ข้อความ, อีเมล์ และแอปจากภายนอก ขณะเดียวกัน Memoji ก็ยังมีทรงผมใหม่ เครื่องประดับศีรษะ เครื่องสำอาง เครื่องประดับและการเจาะร่างกายแบบต่างๆ ให้เลือกใช้งาน

ระบบเตือนความจำโฉมใหม่

เตือนความจำมาใน iOS 13 มีการปรับโฉมใหม่และมาพร้อมความสามารถอันชาญฉลาดในการสร้างและแก้ไขรายการแจ้งเตือน รวมถึงการจัดระเบียบและติดตามรายการแจ้งเตือนได้หลากหลายวิธียิ่งขึ้น ด้วยแถบเครื่องมือด่วนช่วยให้ผู้ใช้เพิ่มเวลา วันที่ สถานที่ และปักธงได้ง่ายกว่าเดิม รวมถึงการเพิ่มเอกสารแนบ หรือลิงค์การทำงานร่วมกับแอปฯข้อความ

รุ่นที่จะได้อัพเดต iOS 13

iPhone XS / XS Max, iPhone XR, iPhone X, iPhone 8 / 8 Plus, iPhone 7 / 7 Plus, iPhone 6s / 6s Plus, iPhone SE และ iPod touch รุ่นที่ 7

ขั้นตอนการอัพเดต

ขั้นตอนแรกที่อยากจะแนะนำให้ทำคือควร Backup ข้อมูลก่อนไม่ว่าจะทำผ่าน iCloud หรือ iTunes จากนั้นเข้าไปที่ Settings >> General >> Software Update ตามด้วยการกดอัพเดต ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners