เจาะลึกที่มาของฟิล์ม Focus Blue Light Cut Tempered Glass จากผู้บริหาร ย้ำผู้นำในตลาดด้วยมาเก็ตแชร์กว่า 60%

โดย Bluecosmos | 26 มิถุนายน 2558 เมื่อ 10:30 น. | อ่าน 139

IMG_1386

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสเข้าไปสัมภาษณ์ผู้บริหารบริษัท ดีพลัส อินเตอร์เทรด ซึ่งเป็นผู้จำจำหน่ายฟิล์มชื่อดังอย่าง focus และอุปกรณ์เสริมมากมายในนาม Rizz, Cube, Blox และ Powermax ถือเป็นบริษัทที่มีบทบาทมากในตลาดสมาร์ทโฟนของประเทศไทย และล่าสุดกับการเปิดตัวฟิล์มกระจกแบบถนอมสายตา Blue light cut ที่ถือเป็นตลาดใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าในระดับพรีเมี่ยม โดยสามารถเข้าไปตืดตามรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ได้ ที่นี่ โดยสำหรับบทสัมภาษณ์ในครั้งนี้จะมีทั้งข้อมูลของผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างฟิลม์กระจกถนอมสายตา Blue light cut และภาพรวมตลาดฟิล์มและ gadget ในประเทศไทยครับ

IMG_1389

– ฟิล์มกระจกถนอมสายตา Blue light Cut จัดวางอยู่ในสินค้าระดับพรีเมี่ยม เจาะกลุ่มตลาดผู้ที่ชอบใช้หน้าจอแบบใสๆและไร้รอยขูดขีด แต่มีราคาแพงกว่าฟิล์มกระจกทั่วไปแน่นอน
– สินค้าฟิล์มธรรมดายังคงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากกว่า เพราะเป็นตลาดที่เจาะกลุ่มล่างและสำหรับคนที่ไม่คิดมากเรื่องการใช้งานหน้าจอ
– แคมเปญล่าสุดกับสินค้าฟิล์มกระจกถนอมสายตา Blue light cut มีเป้าหมายมุ่งเน้นให้คนไทยที่มีสถิติมองหน้าจอมือถือมากกว่า 7.2 ชั่วโมงต่อวัน ลดการใช้งานลง และรักษาสุขภาพได้มากยิ่งขึ้น
– จากผลวิจัยชี้ว่าแสงหน้าจอจากโทรศัพท์มือถือมีการปล่อยแสงสีฟ้า ที่มีผลกระทบต่อจอประสาทตามากที่สุด เปรียบเสมือนรังสียูวีในแสงแดด ฟิล์มกระจกถนอมสายตา Blue light cut จึงได้ทำการทดสอบผ่านกรมวิทยาศาสตร์อยู่หลายรอบ เพื่อให้ได้ฟิล์มที่ตัดแสงสีฟ้าหรือ UV ได้ 100% โดยที่หน้าจอยังใสคล้ายๆกับของเดิม
– ฟิล์มกระจกถนอมสายตา Blue light cut ในระยะแรกจะยังทำเฉพาะแบบไม่เต็มหน้าจอ ส่วนเต็มหน้าจอจะมีทำเข้ามาเร็วๆนี้ และในช่วงแรกจะมีเฉพาะบางยี่ห้อ เช่น Apple, สมาร์ทโฟนตลาดบนของ Samsung และสมาร์ทโฟนตลาดบนของบางแบรนด์

IMG_1388– ฟิล์มกระจกถนอมสายตา Blue light cut เป็นฟิล์มกระจกที่มีสีออกฟ้า-น้ำเงิน ทำให้มีปัญหากับการติดฟิล์มกระจกกับพื้นหน้าจอที่เป็นสีขาวแน่นอน แต่ไม่มากเท่าเมื่อก่อน และยังยืนยันว่าเลือกฟิล์มตัวนี้มาขายเนื่องจากผลวิจัยที่ดี ทั้งถนอมสายตาและคมชัดเหมือนเดิม
– ฟิล์มกระจกถนอมสายตา Blue light cut ผ่านการอบที่อุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียส นานถึง 4 ชั่วโมง ทำให้เวลาฟิล์มแตกนั้นจะไม่มีความคมหรือกรอบ
– ฟังก์ชัน Blue light cut ที่มีอยู่ในตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆบางรุ่นทาง Focus มองว่าไม่ใช่ผลกระทบเท่าไร เพราะฟิล์มเป็นสินค้าทางจิตวิทยาที่เมื่อมีแล้วก็จะติดซ้ำเข้าไปอีก หากติดใจในเรื่องของการถนอมสายตา
– ฟิล์มกระจกถนอมสายตา Blue light cut ช่วยลดโอกาสการแตกของหน้าจอในได้

IMG_1393

ภาพรวมตลาดฟิล์มและ gadget อื่นๆ

IMG_1395

– การเพิ่มการบริการเรื่องประกันให้กับฟลิม์กระจกกันหน้าจอแตกนั้น ทาง Focus มองว่ายังเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นในตอนนี้ เนื่องจากเป็นการเพิ่มต้นทุน และมองว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่มักระมัดระวังให้กับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์คู่ใจอยู่แล้ว แต่หากมีเสียงเรียกร้องเข้ามาในตลาดเป็นจำนวนมาก ก็อาจจะมีการพิจารณาเพิ่มเข้ามาในภายหลัง
– อัตราเฉลี่ยการเปลี่ยนฟิล์มใหม่ของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 6 เดือน แต่ของต่างประเทศแค่ประมาณ 1-2 เดือนเท่านั้น
– ฟิล์ม Focus มี Market share ในตลาดกว่า 60%, Dapad 29%, อื่นๆ 8%
– ฟิล์ม Focus ได้รับการร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์กับมือถือของ Operator บางรุ่นเพื่อติดต่อนำฟิล์มไปแถมฟรีหรือจัดจำหน่าย
– ฟิล์ม Focus ผลิตในประเทศ ดังนั้น ส่วนใหญ่จะผลิตเพื่อตอบโจทย์ตลาดในประเทศ และไม่คำนึงเรื่องของจำนวนชิ้นมากเท่ากับที่ตลาดประเทศจีน ทำให้มีความง่ายในการทำตลาดในประเทศ
– หากตลาดของฟิล์มกระจกมีการตอบรับที่ดี คิดว่า Focus น่าจะมีส่วนแบ่ง Market Share รวมไปถึง 70%
– ฟิล์มกระจกยังถือเป็นสัดส่วนตลาดเพียงแค่ 10% และมีสัดส่วนรายได้ให้บริษัทประมาณ 15%
– ในช่วงปลายปี 2015 จะได้เห็นฟิล์มในรูปแบบใหม่นั่นคือ ฟิล์มที่รองรับหน้าจอแบบโค้ง ตอบโจทย์ผู้ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ
– ช่วงปี 2015 – 2016 เชื่อว่าต้นทุนของฟิล์มธรรมดาและฟิล์มกระจกจะไม่ลดลง แต่ราคาสินค้า (ราคาขาย) จะลดลงเรื่อยๆ
– การขายฟิล์มในประเทศไทยเป็นการขาย สินค้า + การบริการ ดังนั้นทาง focus หรือ Dplus จะไม่มีการกำหนดราคาขายสินค้าที่แน่นอน ดังนั้นจะเห็นว่าราคาฟิล์มในตลาดแต่ละร้านค้ามีราคาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับค่าบริการของแต่ละที่
– Dplus หรือ focus เพิ่งเริ่มลุยตลาดฟิล์มกระจกเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2015
– แบรนด์ focus ได้รับความน่าเชื่อถือในตลาดเป็นเบอร์ 1 จากโพลของสวนดุสิตโพลมีการระบุว่า 3 ใน 4 คน รู้จักและเชื่อถือฟิล์มยี่ห้อ focus มากกว่ายี่ห้ออื่นๆ
– ปัจจุบันฟิล์ม focus ถูกวางจำหน่ายกว่า 5,000 จุดทั่วประเทศ สั่งของวันนี้ส่งพรุ่งนี้ ซึ่งใช้เวลากว่า 10 ปี กว่าจะวางระบบ Logistics ได้รวดเร็วแบบนี้
– งบการตลาดในปี 2015 ประมาณ 40 ล้านบาท
– ตลาดสมาร์ทโฟนในไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สัดส่วนของตลาดฟิล์มยังคงโตได้เพิ่มขึ้นอีก
– รายได้ของบริษัท Dplus เมื่อปีที่แล้วประมาณ 800 ล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้าประมาณ 900 ล้านบาท หรือประมาณ 10%

IMG_1387– ช่วงปลายปีนี้ฟิล์มกระจกจะเริ่มมีราคาขายที่ถูกลง ลงมาขายกับกลุ่มตลาดสมาร์ทโฟนระดับล่างมากขึ้น
– สัดส่วนการขายฟิล์มทั้งหมด Apple iPhone และ Samsung กินส่วนแบ่งของ Focus ไปกว่า 80% ส่วนแบรนด์อื่นๆประมาณเกือบ 20%
– ตลาดฟิล์มหน้าจอเล็กกว่า 5 นิ้ว ยังขายดีกว่า มีสัดส่วนประมาณ 60-70%
– ตลาดแท๊บเล็ตในประเทศไทยลดลง ทำให้สัดส่วนการขายฟิล์มลดลงไป ในขณะที่ตลาดแลปท็อปดีดตัวขึ้นมาบ้างในปีนี้
– สัดส่วนรายได้ของ Focus ฟิล์มธรรมดาประมาณ 50%, ฟิล์มระดับพรีเมี่ยมประมาณ 35% และฟิล์มกระจกประมาณ 15%
– ตลาดของฟิล์ม Focus ยังมีสัดส่วนในกรุงเทพมหานครที่ 50% และต่างจังหวัด 50%
– ตลาดสมาร์ทโฟนยังคงเติบโตไปเรื่อยๆ อย่างปี 2014 ที่ผ่านมามียอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือรวม 18 ล้านเครื่อง เป็นสมาร์ทโฟน 13 ล้านเครื่อง และในปีนี้คาดว่าจะมียอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่ 20 ล้านเครื่อง เป็นสมาร์ทโฟน 16 ล้านเครื่อง ซึ่งเติบโตขึ้นมามากพอสมควร
– ฟิล์ม Focus เป็นฟิล์มที่น้ำวิ่งผ่านได้ดี นั้นหมายความว่าตัวฟิล์มทีคุณสมบัติกันน้ำและไล่น้ำได้ไว
– ฟิล์ม Focus ถูกนำไปจำหน่ายในตลาดประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศผ่านตัวแทน อย่างเมียนมาร์, ลาว และเขมร
– ฟิล์ม Focus มีแผนจะรุกตลาด AEC แต่กำลังอยู่ในช่วงการศึกษาพฤติกรรมการใช้งานในหลายๆประเทศ
– อุปกรณ์เสริมโทรศพท์มือถือกว่าครึ่งในเซเว่น อีฟเลฟเว่นเป็นของ Dplus กว่าครึ่ง (Rizz, Powermax)
– Dplus ยังลุกขึ้นมาทำแบรนด์สำหรับคนรักสุบภาพอย่าง BWell โดยมี SE-ED book center เป็นพาร์ทเนอร์ในการจัดจำหน่าย ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์สำหรับคนรัสุขภาพ เช่น อุปกรณ์การออกกำลังในโต๊ะทำงาน
– Powermax เป็นแบรนด์แบตเตอรี่สำรองของ Dplus ซึ่งขายสินค้าที่เน้นในเรื่องคุณภาพ โดยการใช้ใส้แบตเตอรี่ที่ปลอดภัยและมีค่าที่เป็นจริง อย่างยี่ห้อ Samsung และ Panasonic
– การตลาดของ Dplus จะเน้นการเพิ่มจุดสนใจด้วยลิขสิทธิ์ต่างๆอย่าง LINE Friend และ Paul Frank

IMG_1385

สุดท้ายนี้ต้องบอกว่าผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างฟิล์มกระจกถนอมสายตา Blue light cut นั้น ยังจัดว่าเป็นสินค้าพรีเมี่ยมที่มีราคาแพง ดังนั้นหากใครสนใจ ผมเชื่อว่าอาจจะต้องมองในเรื่องของการเห็นผลในระยะยาว ก็คือเรื่องของสายตา ที่ต่อไปหาเราใช้งานอุปกรณ์พวกนี้มากๆ นานวันเข้ามันจะไปส่งผลตอนอายุมากที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ง่ายๆ ซึ่งผมมองว่าหากไม่เกินกำลังทรัพย์ การเลือกฟิลม์กระจก Blue light cut ก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าพอตัวครับ

About Author

Bluecosmos

Bluecosmos

Partners