อีริคสัน โชว์วิสัยทัศน์ 5G ของไทย ก่อนมีการประมูล 16 ก.พ.นี้

โดย RingRangRung | 14 กุมภาพันธ์ 2563 เมื่อ 18:10 น. | อ่าน 268

บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด แสดงวิสัยทัศน์และอัพเดตข้อมูลล่าสุดของเทคโนโลยีการสื่อสารในระบบ 5G ทั้งในประเทศไทยและในระดับโลก ก่อนที่การประมูล 5G ของไทยจะมีขึ้นในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้

วุฒิชัย วุฒิอุดมเลิศ รองประธานและหัวหน้าฝ่ายเน็ตเวิร์คโซลูชันส์ บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลว่ามุมมองการพัฒนา 5G ในตลาดระดับโลกได้มีการพูดถึงเรื่องนี้กันมาราว 2 ปีแล้ว ซึ่งการเติบโต 5G ในส่วนของ Mobile Communication ก็สูงมากเป็นสถิติ โดยคาดการณ์ว่าจะมีการโชว์การใช้งานในเชิงพาณิชย์กันจริงๆเป็นครั้งแรกในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ทาง อีริคสัน ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการวางระบบโครงข่าย 5G ทั่วโลก โดยให้การสนับสนุน Live network ในปัจจุบันอยู่ 24 Live network ซึ่งมีอยู่ 14 ประเทศที่เริ่มต้นเอา 5G มาในใช้งานเชิงพาณิชย์แล้ว สำหรับอีริคสันเองก็มีการทำสัญญากับทางผู้ให้บริการด้านเครือข่ายไปแล้วประมาณ 80 ราย

อีริคสัน ได้มีการวางภารกิจไว้ตั้งแต่ปี 2015 ที่จะทำให้อุปกรณ์บนคลื่นความถี่เดียวกันให้สามารถซัพพอร์ตกับตัวเทคโนโลยี 5G ได้โดยที่ไม่ต้องลงของใหม่ โดยที่ปัจจุบันเองก็มีอุปกรณ์ที่ว่าอยู่ในตลาดแล้ว 4 ล้านชิ้น

“5G นับว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศด้วยการเชื่อมโยงด้วยความเร็วสูงสุดให้ User data rate ที่มากกว่า 4G ถึง 10-100 เท่า และมี Latency ที่ต่ำกว่า 4G ถึง 5 เท่า ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มมีการพูดถึงการทำอุปกรณ์ที่รองรับ 5G ให้มีราคาที่ถูกลง จากช่วงแรกที่ราคาจะอยู่ที่ 30,000 – 40,000 บาท โดยมีความตั้งใจที่จะปรับให้ลงมาเหลือหลักพันซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาในระยะยาว เมื่อมี Ecosystem ที่มากขึ้นตัวอุปกรณ์ต่างๆก็จะถูกลง และส่วนสำคัญคือเมื่อมีเทคโนโลยี 5G เข้ามาจำนวนดีไวซ์ต่างๆก็จะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 100 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจาก Connectivity จากตัว Use Case ใหม่ๆของอุปกรณ์ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย”

“นอกจากนั้นแล้วการเข้ามาของ 5G ก็ยังจะเป็นการสร้าง Revenue stream ใหม่ๆให้กับทางผู้ให้บริการด้านเครือข่ายนอกเหนือจากส่วนที่เป็น Mobile Broadband โดยมีตัวเลขคาดการณ์ในระดับสากลว่าในส่วนของ Mobile Broadband จะสามารถเก็บรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 870 พันล้านเหรียญฯ”

ทาง อีริคสัน มองว่าการประมูล 5G ของไทยในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ นับว่าเป็นก้าวที่สำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นแถวหน้าของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ซึ่งภาครัฐจำเป็นที่จะต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องคลื่นความถี่เพื่อสร้าง Ecosystem ที่เข็มแข็งและเอื้อต่อการลงทุน

คลื่นความถี่ที่จะจัดสรรต้องมีทั้งย่าน Low, Mid, และ High Band โดยต้องพิจารณาทั้งความพร้อมใช้งานของคลื่นที่ได้รับการจัดสรรทั้งย่าน 700MHz และ 2600M, การจัดสรรความถี่เพิ่มเติมโดยเฉพาะกับความถี่ที่ได้รับความนิยมของ 5G ย่าน 3500MHz, การปรับปรุงยกระดับการเชื่อมต่อระหว่างสถานีฐานกับชุมสาย (Modernization of Transportation), การสร้าง Roadmap from 5G Non-Standalone (NSA) to 5G Standalone (SA) ภายในปี 2021 และการผลักดันและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเริ่มลงทุน 5G Core เพื่อรองรับการเป็น 5G SA

ด้าน ดร.เจษฏา ศิวรักษ์ หัวหน้างานฝ่ายรัฐกิจและธุรกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า การดูแลและการสร้างเครือข่าย 5G ที่เต็มประสิทธิภาพคือการย้ายจาก 5G ที่เป็น NSA ไปเป็น SA ซึ่งในการประมูลวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ เชื่อว่าจะเป็น 5G แบบ NSA ที่จะตอบโจทย์การพัฒนา Mobile Broadband ให้ดียิ่งขึ้น

“แต่การจะใช้งานในเชิงผ่าตัดทางไกล หรือการสั่งงานบังคับรถยนต์จากระยะไกลจำเป็นที่จะต้องใช้ 5G ที่เป็น SA ซึ่งการขับเคลื่อน 5G จะไปสู่ SA จำเป็นที่จะต้องใช้คลื่นความถี่ทั้ง 3 ย่าน Low, Mid, และ High Band อีกส่วนที่สำคัญคือตัว 5G จะเข้าไปช่วยลดสภาวะโลกร้อน ไม่ว่าจะเป็นตัวอุปกรณ์ที่สามารถออกแบบให้กินไฟน้อยลงได้ ขณะที่ตัวสถานีฐานก็ต้องมองหาวิธีที่จะทำให้ลดการสร้างสภาวะโลกร้อนแต่ไม่สร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างการใช้พลังงานทางเลือก หรือการลงสถานีฐานที่คำนึงถึงปริมาณความหนาแน่นของผู้อยู่อาศัยในบริเวณนั้นๆ และตัวโปรดักซ์เองก็อาจจะต้องมีฟังค์ชั่นอย่าง Sleep mode ที่เอา AI เข้ามาช่วยลดการใช้พลังงาน ซึ่งในปี 2030 ก็ได้มีเป้าหมายที่จะลดสภาวะเรือนกระจกลง 15% โดยมี 5G เป็นตัวโครงสร้างพื้นฐาน”

About Author

RingRangRung

RingRangRung