CEO คนใหม่ dtac กับมาตรการเยียวยาผู้ใช้ ยืนยันดูแลในช่วงสิ้นสุดสัมปทานไม่ให้ซิมดับ

โดย nineFangKhaoW | 28 สิงหาคม 2561 เมื่อ 17:25 น. | อ่าน 56

วันนี้ CEO หญิงคนแรกของ dtac “อเล็กซานดรา ไรช์” เผยมาตรการเยียวยาผู้ใช้หลังหมดสัญญาสัมปทานคลื่นความถี่ 850MHz และ 1800MHz วันที่ 15 กันยายน 2561 ย้ำให้ความสำคัญลูกค้า พร้อมดูแลในช่วงสิ้นสุดสัมปทานไม่ให้ซิมดับ ใช้งานได้ต่อเนื่อง

อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ dtac บอกว่า วันที่ 15 กันยายน 2561 นี้จะเป็นวันสุดท้ายของสัญญาสัมปทานคลื่นความถี่ 850MHz และ 1800MHz ซึ่งช่วงสิ้นสุดที่จะถึงนี้ dtac ก็จะต้องคุ้มครองผู้ใช้บริการให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

โดยตอนนี้ยังมีลูกค้าของ dtac กว่า 4 แสนราย ที่ยังอยู่บนคลื่น 850MHz และ 1800MHz ซึ่งที่ผ่านมา dtac ก็พยายามใช้หลากหลายวิธีเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการโอนย้ายแล้ว แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ย้าย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ใช้มือถือรุ่นเก่า และผู้ที่อยู่ห่างไกล ดังนั้น dtac จึงขอเวลาในการโอนย้ายอีกระยะหนึ่ง

เพราะมาตรการเยียวยาในอดีตที่ผ่านมา ของผู้ให้บริการรายอื่น เช่น คลื่นความถี่ย่าน 1800MHz ของ True และ DPC (บริษัทในเครือ AIS) ในปี 2556 ที่คลื่นความถี่ย่าน 1800MHz สิ้นสุดสัมปทาน ทาง กสทช. ได้ออกประกาศมาตรการเยียวยาฯ โดยให้ผู้ใช้บริการของ True และ DPC ได้รับความคุ้มครองทั้งสิ้นเป็นระยะเวลา 1 ปีหลังจากสิ้นสุดสัมปทาน

ช่วงเวลาที่ผู้ใช้บริการได้รับความคุ้มครองอยู่นั้น คสช. ได้มีคำสั่งให้ชะลอการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวออกไปอีก 1 ปี โดยให้นำมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ มาใช้บังคับในระยะเวลาระหว่างที่ชะลอการการประมูล และเมื่อระยะเวลาที่ถูกขยายตามคำสั่ง คสช. ดังกล่าวกำลังจะสิ้นสุดลง คสช. ก็ได้สั่งการให้ กสทช คุ้มครองผู้ใช้บริการต่อไปจนกว่าการประมูลจะลิ้นสุดลง จนในที่สุดได้สิ้นสุดลงในปี 2558 เมือ True และ AIS ชนะการประมูล ซึ่งรวมระยะเวลาที่ True และ DCP ให้บริการต่อไปตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ เป็นเวลาทั้งสิ้น 2 ปี 2 เดือน หลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลง

อีกทั้งตอนที่คลื่นความถี่ 900MHz ของ AIS สิ้นสุดดสัญญาสัมปทานในปี 2558 ทาง AIS ก็ได้เข้าสู่ประกาศมาตรการเยียวยาฯ โดยอัตโนมัติ เนื่องจากยังไม่มีผู้ให้บริการรายใหม่เข้ามารับช่วงต่อคลื่นความถี่ดังกล่าว หลังจากนั้นจึงได้มีการจัดการประมูลคลื่นความถี่ขึ้น โดย True และ JAS Mobile เป็นผู้ชนะการประมูล

และเมื่อ True ได้รับใบอนุญาตแล้ว กทค. ได้มีคำสั่งให้ AIS ยุติการให้บริการในวันถัดมา AIS จึงได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ซึ่งก็ได้มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามมติ กทค. ประกอบกับ JAS Mobile ได้ทิ้งใบอนุญาต ส่งผลให้ผู้ใช้บริการของ AIS ได้รับความคุ้มครองตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ ต่อไป จนกระทั้งมีการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900MHz อีกครั้งเสร็จสิ้นในปี 2559 และ AIS ชนะการประมูล รวมระยะเวลาทที่ AIS ให้บริการต่อไปตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ เป็นเวลาทั้งสิ้น 8 เดือนหลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคลื่นความถี่ 1800MHz ของ TRUE และ DPC (บริษัทในเครือ AIS) และคลื่นความถี่ 900MHz ของ AIS จะเห็นได้ว่า ผู้ใช้บริการทั้งสองคลื่นความถี่ล้วนได้ได้รับความคุ้มครองให้สามารถใช้บริการต่อเนื่องต่อไปได้ตามปกติ ดังนั้น dtac ควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเช่นเดียวกันกับผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการรายอื่นๆ เพราะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

และหากจะมองว่าการที่ True และ DPC ได้รับความคุ้มครองตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ เพราะยังไม่มีการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz หลังสิ้นสุดสัมปทาน ทำให้ผู้ใช้บริการอาจไม่สามารถใช้บริการอย่างต่อเนื่องได้นั้น ในช่วงเวลาดังกล่าว dtac ยังคงให้บริการอย่างเดียวกันบนคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz เช่นเดียวกัน จึงไม่ใช่กรณีที่ผู้ใช้บริการไม่มีทางเลือกอื่นใดในการจะใช้บริการอย่างต่อเนื่องได้

แต่เมื่อผู้ใช้บริการไม่ประสงค์ที่จะย้ายค่าย ผู้ใช้บริการของ True และ DPC ก็ได้รับความคุ้มครองให้สามารถใช้บริการต่อไปได้ ผู้ใช้บริการของ dtac ที่ไม่ประสงค์จะย้ายค่ายก็ควรได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกัน

สำหรับเหตุผลที่ทำไม dtac ไม่ยอมเข้าประมูลคลื่นความถี่ 900MHz เพราะคลื่นความถี่ที่ dtac ถือครองอยู่เป็นคลื่น 850MHz และการจัดประมูลเป็นการจัดประมูลคลื่นความถี่ 900MHz ซึ่งเป็นคนละความถี่กัน นั่นจะทำให้ต้องใช้เวลาติดตั้งโครงข่ายใหม่ และอาจใช้เวลาถึง 2 ปี

ประกอบกับที่ผ่านมามีความไม่แน่นอนว่าจะนำคลื่นความถี่ใดออกมาประมูลบ้าง ทาง dtac จึงไม่อาจทราบได้แน่ว่าจะมีการนำคลื่นความถี่ 900MHz ออกมาประมูลหรือไม่อย่างไร รวมทั้งเรื่องกฎเกณฑ์ของการจัดประมูลคลื่นความถี่ 900MHz ที่มีการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ชนะการประมูลต้องรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาการรบกวนคลื่นความถี่ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเงื่อนไขทั้งหมดก่อให้เกิดต้นทุนที่สูงและไม่มีสามารถระบุได้แน่นอนว่าจำนวนเงินที่แท้จริงจะเป็นเท่าใด

ทั้งนี้ สำหรับช่วงระยะเวลาของการเปลี่ยนผ่านนี้ ก็อาจมีลูกค้าที่ประสบปัญหาในการใช้งานอยู่บ้าง ฉะนั้น dtac ก็จะตรงไปตรงมา และพร้อมแก้ปัญหาให้กับลูกค้าเพื่อไม่ประสบภาวะซิมดับ และสามารถใช้บริการต่อไปได้ ซึ่งแน่นอนว่าการดูแลผู้ใช้งานคือความรับผิดชอบร่วมกันทั้ง กสทช. และผู้ให้บริการ

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners