[Hands-on] Black Shark 2 Pro เรือธงเกมมิ่ง ดีไซน์เท่ สเปคแรงด้วยชิป SD855+

โดย RingRangRung | 4 กันยายน 2562 เมื่อ 11:00 น. | อ่าน 676

มีโอกาสได้เดินทางมาร่วมงานเปิดตัวกันที่มาเลเซียทั้งทีก็มีหรือที่ mxphone จะพลาดลองจับตัวจริงของเรือธงสายเกม Black Shark 2 Pro ที่มากับดีไซน์สวยล้ำ สเปคแรง แซงราคา จนคอเกมกระเป๋าเงินสั่น

Black Shark 2 Pro ใช้งานดีไซน์ที่เป็นวัสดุโลหะเงาผสมด้าน ฝาหลังมีการวางลวดลายให้ดูล้ำสมัยสื่อถึงความแรงในสไตล์เกมมิ่งโฟน ซึ่งทางผู้ผลิตได้มีการเพิ่มไฟ RGB LED ไว้ที่ด้านหลังเครื่อง 2 จุด ที่เรียกว่า Shark Eyes หรือเท่ากับว่าจะมีไฟทั้งหมด 5 จุด คือตรงโลโก้ตัว “S”, ตรงขอบเครื่อง 2 จุด, และด้านหลัง 2 จุด สามารถตั้งค่าเปลี่ยนสีได้

สัดส่วนตัวเครื่องอยู่ที่ 163.6 x 75 x 8.8 มม. หนัก 205 กรัม มีการทำส่วนนูนต่ำ เว้าลึก เพิ่มมิติให้จับได้ถนัด ไม่เหมื่อยมือแม้เล่นนานๆ สำหรับสีที่ขายทั่วไปประกอบด้วย Electric black และ Ice ash พร้อมด้วยสีพิเศษ Gulf Blue

สำหรับหน้าจอเป็น AMOLED ขนาด 6.39นิ้ว ความละเอียด FHD+ โดยที่ยังคงเหลือพื้นที่ขอบจอทั้งด้านบนและด้านล่าง ในส่วนของการแสดงผลสีเป็นไปตามมาตรฐาน DCI-P3 รองรับ HDR และยังรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบออปติคอล

นอกจากนี้ที่ตัวจอยังมีเทคโนโลยี Touch Refresh Rate 240Hz ทำให้ความหน่วงในการสัมผัสเหลือเพียง 34.7ms จากเดิม 43.5ms พร้อมด้วยฟีเจอร์ Master Touch 2.0 ที่สามารถกำหนดพื้นที่การสัมผัสหน้าจอทางฝั่งซ้ายและขาวได้เพื่อป้องกันการแตะโดนส่วนที่ไม่ต้องการ, Shark Time ฟีเจอร์อัดคลิปจังหวะไฮไลท์แบบออโต้เพื่อนำไปแชร์ต่อ หรือตัว D-Pad ที่สามารถปรับขนาดได้ทำให้ผู้ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ตัวละครได้เต็มประสิทธิภาพด้วยการเคลื่อนไหวนิ้วเพียงครึ่งเดียวจากปกติ และมีฟีเจอร์ DC Dimming 2.0 ที่สามารถลดความสว่างของหน้าจอได้มากกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปเป็นตัวช่วยด้านการถนอมสายตาขณะใช้งาน

พื้นที่ขอบจอด้านบนจะเป็นส่วนสำหรับลำโพงสนทนา, เซ็นเซอร์ และกล้องหน้า ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0

ขอบจอด้านล่างใช้ Navigation bar แบบสัมผัสบนจอ (On-Screen) ที่สามารถปรับเป็น Full screen gestures ได้ และมีช่องลำโพงซ่อนเนียนๆอยู่ตรงพื้นที่ขอบจอ

ด้านหลังเครื่องนอกจากลวดลายและโลโก้ Black Shark แล้วก็จะมีกล้องหลังคู่วางติดมุมซ้ายบน มีแฟลช LED อยู่ใต้กล้อง โดยที่กล้องรุ่นนี้ประกอบด้วย กล้องตัวหลัก 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 ขนาด 1/2.0″ พิกเซล 0.8?m พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Pixel รูรับแสง F/1.75 ส่วนกล้องตัวที่สองเลนส์เทเล 12 ล้านพิกเซล Samsung S5K3M5 ขนาด 1/3.6″ มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2

สำหรับปุ่มปรับระดับเสียงอยู่ขอบเครื่องด้านซ้าย ส่วนขอบด้านขวาเป็นปุ่มเพาวเวอร์, ปุ่มเรียก Shark Space โหมดสำหรับเล่นเกม

ขอบด้านบนมีไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียง/ตัดเสียงรบกวน ขอบด้านล่างเป็นพอร์ต USB-C กับถาดใส่ซิมโดยที่รุ่นนี้รองรับ Dual SIM ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม

ด้านกำลังประมวลผลมากับชิปเซตใหม่ Qualcomm Snapdragon 855+ ที่มีกำลังสูงถึง 2.96GHz ใช้ GPU Adreno 640 และเพื่อให้ใช้งานได้ต่อเนื่องโดยที่กำลังเครื่องไม่ตกในรุ่นนี้ก็มีระบบระบายความร้อน liquid cooling 3.0+ ที่ช่วยลดอุณหภูมิได้สูงสุด 14 องศา

สำหรับสเปคความจำก็อ่านเขียวเร็วด้วย LPDDR4x RAM ให้มา 12GB ใช้ ROM UFS 3.0 ที่อ่านข้อมูลได้เร็วกว่าแบบ UFS 2.1 ได้ถึง 82% โดยความจุที่เปิดตัวมี 128GB กับ 256GB ขณะที่แบตเตอรี่ใส่มาให้ 4,000mAh รองรับชาร์จเร็ว Fast charging 27W

ระบบปฏิบัติการ Android 9 คลุมด้วย JOY UI ที่มีสารพัดฟีเจอร์ช่วยอำนวยความสะดวกในการเล่นเกม อาทิเช่น Magic Press ที่ผู้ใช้สามารถตั้งค่าสร้างปุ่มเพื่อทำหน้าที่พิเศษขึ้นมาเองได้

ด้านเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเป็นแบบมาตรฐานทั้ง Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และพอร์ต USB Type-C

เพื่อเติมเต็มระบบ Gaming Ecosystem ให้สมบูรณ์ทาง Black Shark ก็ได้มีการเป็นพาร์ทเนอร์กับทางผู้พัฒนาเกมระดับแถวหน้าหลายรายไม่ว่าจะเป็น Moonton, miHoYo หรือ Gameloft เป็นต้น

ในการวางจำหน่ายรุ่นนี้ Black Shark Thailand จะจับมือร่วมกับ Lazada และ Shopee เพื่อวางขายโดยมีเข้ามา 2 สี Shadow Black กับ Iceberg Gray มี 2 ราคา 8GB + 128GB อยู่ที่ 19900 บาท และ 12GB + 256GB ราคา 23900 บาท

Black Shark 2 Pro จะเปิดพรีออเดอร์ในไทย 3 กันยายน และเริ่มขายทาง Lazada ช่วงเทศกาล Lazada 9.9 Big Discovery Sale วันที่ 9 กันยายน ตามด้วย Shopee วันที่ 10 กันยายน

สำหรับการสนับสนุนหลังการขายในไทยตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าใช้ช่องทางเดียวกันกับ Xiaomi หรือไม่ เนื่องจาก Black Shark เป็นแบรนด์ที่แยกจาก Xiaomi โดยที่ Xiaomi เป็นเพียงแค่บริษัทที่ร่วมลงทุนกับ Black Shark ที่เป็นสตาร์ทอัพ

ทว่าในกรณีที่เครื่องมีปัญหาในเบื้องต้นก็สามารถใช้การส่งซ่อม หรือเคลม ได้ที่ บริษัท แมค โมเดิร์น ดิสทริบิวชั่น จำกัด ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย โดยมีประกัน 1 ปี สำหรับระยะเวลาการซ่อมก็ขึ้นอยู่กับอาการ ในกรณีที่อาการหนักไม่สามารถซ่อมได้ก็จำเป็นที่จะต้องส่งเครื่องกลับมาที่จีน

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners