รีวิว belkin USB-C Multimedia HUB เปลี่ยนหนึ่งให้เป็น 6 การเชื่อมต่อ

โดย oatciiz | 10 มิถุนายน 2563 เมื่อ 18:38 น. | อ่าน 658

เคยกันไหมอยากได้แล็ปท็อปบางเบา พกพาสะดวก แต่ต้องแลกมาด้วยพอร์ตที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เกริ่นมาเหมือนขายของขนาดนี้แต่ยอมรับเถอะว่าทั้งหมดมันคือปัญหาที่ประสบพบเจอมากันได้ทั่วไป อุปกรณ์เสริมจึงต้องงอกออกมาเพิ่มและในครั้งนี้ mxphone ได้ belkin USB-C Multimedia HUB มาลองเล่นติดตามรีวิวได้ในบทความนี้จ้า

แล็ปท็อปหนึ่งที่มีความบางเบา พกพาสะดวก และได้รับความนิยมคงหนีไม่พ้น Macbook จาก Apple ไม่ว่าจะเป็น Macbook Air หรือ Macbook Pro ก็ตาม รุ่นปีหลังๆมานี้พอร์ตการใช้งานหลักจะใช้ USB Type-C แทบทั้งนั้น แล้วก็ให้มาน้อยเสียด้วย อย่างตัวผู้เขียนเองใช้งาน Macbook Air รุ่นปี 2018 ทั้งเครื่องมีพอร์ต USB Type-C มาแค่ 2 ช่อง ยอมรับตามตรงว่าประสบการณ์การใช้งานถือว่าไม่เพียงพอ ต้องต่อหัวแปลงจาก USB Type-C ไป USB Type-A เพื่อเชื่อมต่อกับ HUB เดิมที่มีอยู่

ล่าสุดได้มีโอกาสทดลองใช้ belkin USB-C Multimedia HUB ซึ่งเมื่อดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วพรีเมียมมาก ตัว HUB สัมผัสตัววัสดุคล้ายกับที่ใช้ทำ Macbook สีเทาสวยงาม เมื่อใช้ร่วมกันก็ดูไปในโทนเดียวกันได้เป็นอย่างดี

ตัว HUB เองให้พอร์ตการใช้งานมาค่อนข้างครบ เริ่มจาก Ethernet พอร์ต ถามว่ายังจำเป็นไหมในยุคนี้ก็บอกได้ว่าสำหรับการใช้งานบางสถานการณ์เช่น เดินทางไปต่างที่แล้วสัญญาณ Wi-Fi ไม่น่าประทับใจ แต่ภายในห้องพักมีสาย LAN ก็เป็นอีกทางเลือกในการเชื่อมต่อที่ดี เผลอๆมีความเสถียรกว่า Wi-Fi ซะอีก และพอร์ต Ethernet ยังรองรับการใช้งานระดับ Gigabit ด้วย

ต่อมาเป็นพอร์ต USB-C PD ซึ่งพอร์ตนี้ที่ belkin USB-C Multimedia HUB มีมาให้นั้นมีความพิเศษตรงที่สามารถจ่ายไฟได้สูงสุดที่ 60 W ทั้งนี้ก็เพื่อตอบรับกับสมาร์ทโฟนยุคใหม่ๆที่รองรับชาร์จเร็วกำลังจ่ายไฟสูงๆ แต่มีข้อแม้คือจะต้องมีสายชาร์จที่เป็น Type-C ทั้ง 2 ด้าน

ช่องที่ 3 เป็น Slot SD Card เหมาะสำหรับใครที่ต้องการถ่ายโอนข้อมูลประเภทภาพนิ่งจากกล้องหรือภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ใครที่มี MicroSD Card ต้องมีตัวแปลงเป็น SD Card ก่อนถึงจะใช้งานได้นะครับ

ข้างๆกันอีก 2 พอร์ตคือ USB 3.0 ตรงนี้ขอไม่ลงรายละเอียดมาก สามารถเขื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ทั่วไป อาทิ แฟลชไดรฟ์ ลำโพง เครื่องพิมพ์ เมาส์ แท็บเล็ต หรือสมารืทโฟนอื่นๆ

สุดท้ายคือ พอร์ต HDMI พอร์ตนี้สามารถใช้งานได้ทั้งในด้านการทำงานและความบันเทิง จะต่อเข้าจอหรือโฟรเจคเตอร์ระหว่างประชุม หรือใช้ดูซีรี่ย์ ดูภาพยนตร์เมื่ออยู่ที่บ้านก็ตามใจเลยครับ ตัวกล่องบอกมาว่าสามารถส่งสัญญาณภาพได้ถึง 4K

สุดท้าย ท้ายสุดคือสาย USB-C ที่ผู้เขียนขอเรียกว่าเป็นหางก็แล้วกัน สายนี้จะทำหน้าที่เชื่อมตัว HUB เข้ากับแล็ปท็อปที่เราต้องการใช้งานนั่นเอง ข้อสังเกตคือไม่สามารถถอดได้นะครับ แต่ตรงโคนก็มีข้อที่ค่อนข้างหนาป้องกันการหักระหว่างใช้งานได้ระดับหนึ่งเลย

แชร์ประสบการณ์การใช้งาน belkin USB-C Multimedia HUB

ยอมรับนะครับว่าผู้เขียนเองก็ไม่ได้ใช้งานจนครบทุกพอร์ตครับ เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศหรือต่างจังหวัดมากนัก Ethernet พอร์ตจึงมีความสำคัญน้อยที่สุดในตอนนี้ แต่…!! อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาในการไปต่างประเทศและ Wi-Fi โรงแรมต่อยากเหลือเกิน ตาดันเหลือบไปเห็นสาย LAN อยู่ที่โต๊ะบวกกับตอนนั้น HUB ที่พกไปด้วยไม่มี Ethernet พอร์ตมาให้จึงได้แต่มองตาปริบๆกันไปครับ ส่วนตัวจึงมองว่ามีติดไว้ถึงแม้โอกาสจะได้ใช้น้อยแต่อุ่นใจกว่าจริงๆ ส่วนพอร์ต HDMI นั้นด้วยความที่ยังไม่มีโอกาสเข้าประชุมกับทีมในช่วง COVID-19 เลยยังไม่ได้ทดลองใช้งานแบบจริงจังครับต้องขออภัยมา ณ ที่นี้

มาถึงพอร์ตที่ใช้งานบ่อยที่สุดอย่าง USB-C PD พอร์ตนี้รองรับการจ่ายไฟ 60 W ตามที่บอกไปครับ ดังนั้นจึงใช้บ่อยกับการชาร์จสมาร์ทโฟนด้วยสาย USB-C To USB-C ของ Macbook Air 2018 เพราะว่าสมาร์ทโฟนที่ใช้ส่วนใหญ่(ไม่นับ iPhone) ใช้พอร์ตชาร์จ Type-C ทั้งสิ้น ก็เท่ากับว่าขณะทำงานเราสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนไปได้เลยโดยพกสายเพียงสายเดียว ขณะเดียวกันถ้าต้องการชาร์จ Macbook Air ก็สามารถชาร์จผ่านพอร์ตนี้ได้เลย เรียกได้ว่าประโยชน์ใช้สอยได้ทั้งนำเข้าและส่งออกพลังงานแต่สำหรับ iPhone ที่ยังชาร์จผ่านพอร์ต Lightning อยู่ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะพอร์ต USB 3.0 ที่ให้มาก็ใช้ชาร์จได้โดยไม่ต้องซื้อสาย USB-C To Lightning Port ให้เปลืองเงิน
(ปล.การใช้งานพอร์ต USB ครั้งแรกจะแน่นมากๆเลยครับ ผู้เขียนเองเกือบเสียสายชาร์จ iPad ไปเหมือนกันแหะๆ)

สำหรับ Slot SD Card เราได้ทำการทดสอบในการถ่ายโอนไฟล์ขนาด 847.3 MB จาก SD Card ของ Sony ความจุ 64 GB ใช้เวลาประมาณ 41 วินาที เมื่อเทียบออกมาแล้วสรุปว่าความเร็วอยู่ที่ประมาณ 20.66 MB/s แต่ตามสเปค HUB ตัวนี้มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดที่ 5Gbps ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่รับ-ส่งไฟล์ด้วยนะครับ แต่เรื่องความเสถียรในการเขียนถือว่ามาแบบนิ่งๆกันเลย

ก่อนจะจบรีวิวมีอีกหนึ่งข้อแนะนำในการใช้งาน belkin USB-C Multimedia HUB ครับ หลายคนอาจนึกว่า HUB ตัวนี้จะใช้ได้เฉพาะกับแล็ปท็อปเท่านั้น แต่สำหรับใครที่มี Tablet หรือ iPad รุ่นที่ชาร์จผ่าน Type-C ก็สามารถใช้งานเจ้า HUB ตัวนี้ได้เช่นกัน

ทิ้งท้ายด้วยฟีลลิ่งในการพกพาก็ถือว่าสะดวก หยิบใส่กระเป๋าไปได้ทุกที่ทุกเวลาเเพราะมีน้ำหนักเพียง 118 กรัมหรือขีดกว่าๆเท่านั้นเอง ใครที่ใช้งานแล็ปท็อปหรือแท็บเล็ตและต้องการ USB HUB ที่มีความแข็งแรง วัสดุพรีเมียม พกพาสะดวก ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่มีความน่าสนใจ สำหรับราคา belkin USB-C Multimedia HUB อยู่ที่ 3,490 บาท(อ้างอิงจาก Shopee Mall) แต่ผู้เขียนไปเจอที่ JIB Online ราคา 2,590 บาท ต้องเช็คราคาดูดีๆอีกครั้งว่าตัวแทนจำหน่ายใดให้ราคาดีที่สุด เมื่อมองดูแล้วราคาอาจจะดูแรงอยู่บ้างแต่ก็แลกมากับประกันยาวนานถึง 2 ปีเต็มครับ

About Author

oatciiz

oatciiz

Partners