Bada อนาคตสำหรับผู้ใช้มือถือรายใหม่

โดย shyboy | 17 มกราคม 2555 เมื่อ 04:16 น. | อ่าน 21

ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดของสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่อย่างไอโฟนและแอนดรอยด์ ต้องไม่ลืมว่ายังมีผู้ใช้มือถืออีกจำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นคนกลุ่มใหญ่มากกว่า 60% ที่ไม่ได้นิยมการใช้สมาร์ทโฟนที่มีการทำงานที่ซับซ้อน แต่ต้องการความเรียบง่าย ใช้งานสะดวกเสมือนเป็นฟีเจอร์โฟนที่ได้รับการยกระดับความสามารถขึ้น และแน่นอนว่าปัจจัยด้านราคาที่หากอยู่ในระดับ 5,000 – 10,000 บาท จะทำให้ผู้ใช้สามารถจับต้องได้มากกว่า

ยิ่งมองในตลาดราคาระดับดังกล่าว ถือเป็นกลุ่มผู้ใช้ขนาดใหญ่และมักไม่ใช่กลุ่มเทคโนโลยี ดังนั้นระบบปฏิบัติการที่เข้าใจง่ายไม่ยุ่งยาก ใช้งานได้รวดเร็วทันใจ และรองรับการใช้ในลักษณะหน้าจอสัมผัสแบบมัลติทัช ต้องยอมรับว่า Bada ของซัมซุง เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุด ถ้าเทียบกับแอนดรอยด์ที่มีการใช้งานซับซ้อนกว่า และด้วยการพัฒนาสำหรับรองรับโทรศัพท์มือถือที่หลากหลายไม่ได้เฉพาะเจาะจง ทำให้แอนดรอยด์ยังไม่สามารถตอบสนองต่อการใช้งานสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้ สมาร์ทโฟน หรือผู้ใช้รายใหม่ๆ ได้ดีพอ

ขณะที่อีกระบบอย่าง ซิมเบี้ยน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าอยู่ในโทรศัพท์มือถือแบรนด์โนเกียเป็นหลัก แต่เดิมมีผู้ใช้อยู่เป็นจำนวนมาก แต่ในระยะหลังเมื่อการพัฒนาของซิมเบี้ยนเริ่มชะลอตัวและหยุดลงไป นักพัฒนาคอนเทนต์ต่างๆ ก็เริ่มหันไปหาระบบปฏิบัติการอื่นๆ ที่มีตลาดมารองรับมากกว่าแทน เท่ากับว่าโอกาสที่จะมีแอพพลิเคชั่นหรือคอนเทนต์ใหม่ๆ มาให้ใช้งาน ก็ดูจะค่อยๆ หายไปด้วยเช่นกัน และเมื่อโนเกียประกาศจุดยืนที่จะร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในการพัฒนาวินโดวส์โฟน ก็ทำให้อนาคตซิมเบี้ยนค่อยๆ หรี่แสงลงไปเรื่อยๆ

 
 

ดังนั้นหากเทียบกับอนาคตและความเป็นไปได้แล้ว Bada ซึ่งซัมซุงเป็นผู้พัฒนาขึ้นมาอย่างพิถีพิถันเพื่อใช้กับโทรศัพท์มือถือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีความสามารถในการใช้งานที่มากมายความสามารถแบบ สมาร์ทโฟน แต่ก็ทำความเข้าใจและง่ายต่อการใช้งานแบบฟีเจอร์โฟนทั่วไปมาผสมผสานกันอย่าง ลงตัว ทำให้ใครๆ ก็สามารถใช้งานได้ และมั่นใจได้ว่าการพัฒนาจะยังคงมีต่อไปไม่หยุดยั้ง โดยปัจจุบันอยู่ที่ Bada 2.0 และเวอร์ชั่น 3.0 ก็อยู่ระหว่างการพัฒนาและคาดว่าจะออกมาสู่ตลาดพร้อมๆ กับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ในเวลาไม่ช้านี้

เมื่อมามองให้ลึกในรายละเอียดขอบ Bada แล้ว ซัมซุงมีการสร้างระบบ Ecosystem ให้กับ Bada ไว้อย่างดี โดยเริ่มตั้งแต่มีการรวมกลุ่มนักพัฒนาพร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ ไว้อย่างครบครัน ทำให้การพัฒนาแอพพลิเคชั่นและคอนเทนต์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการมีตลาด Samsung Apps เป็นแหล่งรวมให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ทันที ซึ่งมีแอพพลิเคชั่นและคอนเทนต์ที่ดังๆ ทั้ง เกม, ธีม, มากมายให้ดาวน์โหลดไปใช้ ที่ให้ดาวน์โหลดฟรีก็มีอยู่ไม่น้อย เช่น Fruit Ninja, Farm Frenzy 2, Azkend ซึ่งถือเป็นเกมที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มผู้ใช้

และแน่นอนว่า การที่ซัมซุงมีศูนย์วิจัยและพัฒนา พร้อมกับโรงงานผลิตโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ยิ่งสร้างความมั่นใจว่าจะมีเครื่องที่รองรับการใช้งาน Bada ที่สมบูรณ์แบบออกมาให้ได้ใช้กันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งที่ผ่านมา เช่น Samsung Wave และ Wave 2 เป็นต้น และในปีหน้าก็จะมีรุ่นอื่นๆ วางตลาดตามมาอีกแน่นอน

ในเชิงเทคนิคแล้ว การพัฒนาแอพพลิเคชั่นและคอนเทนต์ มีการใช้ภาษา C/C++ ซึ่ง เป็นภาษาพื้นฐานของนักพัฒนาอยู่แล้ว ประกอบกับการมีตลาดที่ชัดเจน มีจำนวนผู้ใช้ที่มากมาย จึงง่ายที่จะดึงดูดให้นักพัฒนา สร้างสรรค์ผลงานแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ มาให้ได้ทดลองใช้ทดลองดาวน์โหลด ดังนั้นการที่ซัมซุงจะมีพันธมิตรกลุ่มพัฒนาจากภายนอกอีกมากมายที่พร้อมจะ เข้าร่วมมือผลิตแอพพลิเคชั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ขณะที่นักพัฒนาภายในประเทศไทยเอง ก็สามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นมาเพื่อตลาดภายในประเทศ หรือจะเน้นเจาะตลาดต่างประเทศก็ทำได้ ดังเห็นได้จากตอนเปิดตัวโทรศัพท์มือถือหลายๆ รุ่น ที่ซัมซุงแสดงให้เห็นว่า ใส่ใจกับนักพัฒนาไทย มีแอพพลิเคชั่นสำหรับคนไทยออกมา เช่น Popcron ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเช็ครอบหนัง ดูตัวอย่างภาพยนตร์ได้ทั้งเครือสหมงคล ฟิลม์ และเมเจอร์ ซีนีเพล็กกรุ๊ป เป็นต้น

หันกลับมาดูในรายละเอียดของ Bada ที่พัฒนามาจนถึงเวอร์ชั่น 2.0 มี พื้นฐานการเริ่มต้นใช้งานที่ไม่แตกต่างจากซิมเบี้ยน ดังนั้นผู้ใช้จึงใช้เวลาในการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว แทบไม่ต้องปรับตัวเลย และการทำงานแบบหน้าจอสัมผัสยิ่งทำให้การใช้งานสนุกสนานมากขึ้น จนผู้ใช้อาจไม่รู้สึกตัวเลยว่าต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ และด้วยระบบมัลติทัช นั่นคือสามารถสัมผัสได้มากกว่า 1 จุดในครั้งเดียว ก็เพิ่มความสะดวกสบายให้มากขึ้นไปอีก

ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น Bada จะเน้นเรื่องของการใช้งานมากกว่า ดังนั้นเมื่อเปิดใช้งานครั้งแรก ผู้ใช้แทบไม่ต้องปรับแต่ง ตั้งค่า หรือทำอะไรให้ยุ่งยากเหมือนสมาร์ทโฟนอื่นๆ Bada สามารถใช้งานได้ทันที และเมื่อใช้งานไปอย่างเต็มที่จนคุ้นเคยเป็นอย่างดีแล้ว การจะเข้าไปปรับแต่งค่าใดๆ เพื่อให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น ง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญคือ เหมาะกับพฤติกรรมของเรามากขึ้น ก็เข้าถึงได้ง่ายเมื่อต้องการ และสนุกกับการปรับแต่งที่ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

ส่วนของ User Interface ที่รวดเร็วสามารถเข้าใช้งานฟังก์ ชั่นส่วนต่างๆ ของโทรศัพท์มือถือได้ดียิ่งขึ้น เมื่อผู้ใช้เริ่มเข้าใจระบบการทำงานมากขึ้น ใช้งานคล่องขึ้นยังสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับการทำงานของแต่ละคนได้ดียิ่ง ขึ้นอีกด้วย การเข้าใช้งานผ่าน Widget ถือเป็นอีกส่วนเป็นจุดเด่นของ Bada และทำให้การใช้งานโทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องที่สร้างความบันเทิงให้กับผู้ใช้ขึ้นอีกระดับหนึ่ง

หากเป็นนักท่องโลกไซเบอร์ตัวจริง Bada ก็ตอบสนองต่อโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเว็บบราวเซอร์ของ Bada สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและทำงานได้รวดเร็วกว่าเว็บบราวเซอร์อื่นๆ สร้างประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าให้กับผู้ใช้ และแน่นอนว่า ถ้าต้องการเชื่อมต่อโลกเครือข่ายสังคม ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรือเว็บเครือข่ายอื่นๆ ก็สามารถทำได้ดีเช่นเดียวกัน

มาถึงจุดนี้เมื่อมองถึงปัจจัยความเป็นไปได้แล้ว Bada และซัมซุง ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่ชื่นชอบความเรียบ ง่าย มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ด้วยระดับราคาที่สบายกระเป๋าจับต้องได้ ผู้ใช้จะได้เครื่องที่มีคุณภาพทั้งชิ้นส่วนวัสดุและอุปกรณ์ในการผลิต ความประนีตของกระบวนการ รวมถึงความใส่ใจในการพัฒนาระบบการทำงานของเครื่อง และดังที่กล่าวไปแล้ว การมี Ecosystem ที่ครบถ้วนของซัมซุง ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การมีเครื่องรองรับ การมีตลาดที่สมบูรณ์ ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าหากเลือกใช้ Bada จะมีลูกเล่น ความสนุกสนาน และความสะดวกสบายใหม่ๆ ออกมาถึงมืออย่างไม่ขาดสาย

ถ้ากำลังมองหาโทรศัพท์มือถือฉลาดๆ และตอบสนองการใช้งานได้อย่างดี Bada คือตัวเลือกที่ชัดเจน

About Author

shyboy

shyboy

Partners