เมื่อข้อมูลคืออาวุธ! รู้จัก “IO” กับเหตุผลว่าทำไม Facebook-Twitter ถึงต้องกวาดล้าง

โดย RingRangRung | 4 มีนาคม 2564 เมื่อ 13:13 น. | อ่าน 352
เมื่อข้อมูลคืออาวุธ! รู้จัก “IO” กับเหตุผลว่าทำไม Facebook-Twitter ถึงต้องกวาดล้าง

ปัจจุบันคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า “ข้อมูล-ข่าวสาร” คือสิ่งที่สำคัญในการดำรงชีวิตพอๆ กับ น้ำ, อาหาร, และอากาศ แล้วยิ่งในยุคโซเชียลมีเดียที่ทุกอย่างถูกส่งต่อไปอย่างรวดเร็ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกหากใครจะหันมาใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้

เป็นกระแสข่าวที่น่าสนใจไม่น้อยกับความเคลื่อนไหวของ Facebook แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียระดับโลกที่ปล่อยรายงานการแบนบัญชีผู้ใช้งานที่เข้าข่ายเป็น IO ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกองทัพไทย โดยแบ่งเป็นแอคเคาท์ทั่วไป 77 บัญชี, หน้าเพจ 72 เพจ, กลุ่ม 18 กลุ่ม และแอคเคาท์ใน Instagram 18 บัญชี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่แพลตฟอร์มมีการจัดการกับแอคเคาท์ที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพไทย

หากย้อนกลับไปช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาอีกหนึ่งแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Twitter เองก็ได้เผยข้อมูลการตรวจจับและแบนแอคเคาท์ที่มีลักษณะนี้เช่นกัน โดยที่ของไทยมีการตรวจพบมากถึง 926 บัญชี เรียกว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศที่ปรากฏชื่อในรายงานอย่าง อิหร่าน, ซาอุดิอาระเบีย, คิวบา และรัสเซีย

เชื่อว่าปัจจุบันหลายท่านก็อาจจะทราบแล้วว่า IO คืออะไร แต่สำหรับใครที่ยังไม่ทราบ หรือยังไม่เข้าใจบทบาทของ IO ในยุคสังคมออนไลน์ เราก็มาทำความรู้จักเรื่องนี้กันไปพร้อมๆ กัน

IO = ปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสาร

IO, Info หรือ Ops เป็นคำที่ย่อมาจาก “Information Operation” หรือ “ยุทธการทางข้อมูลข่าวสาร” ซึ่งเป็นกลยุทธ์การใช้ข้อมูลข่าวในการสร้างความน่าเชื่อถือ หรือสร้างกระแสความได้เปรียบให้กับฝ่ายตนเอง รวมถึงสร้างอิทธิพลในการตัดสินใจของฝ่ายตรงข้าม

ในอดีตที่ผ่านมาการปฏิบัติการลักษณะนี้มักจะทำผ่านสื่อต่างๆ ที่มักจะมีรัฐฯ เป็นผู้ควบคุม โดยสงครามที่ปฏิบัติการ IO มีบทบาทมากที่สุดในโลกคือ สงครามเย็น (Cold War) ที่ขั้วอำนาจด้านเสรีนิยมประชาธิปไตยอย่างสหรัฐอเมริกา แย่งชิงความเป็นใหญ่กับขั้วอำนาจสังคมนิยมสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นการต่อสู้กันผ่านสงครามตัวแทนอย่าง สงครามเวียดนาม และสงครามเกาหลี ไปจนถึงการใช้ข้อมูลข่าวสารสร้างความได้เปรียบให้กับฝ่ายตัวเอง

จนมาถึงยุคปัจจุบันที่สื่อสังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิต การปฏิบัติการ IO ก็ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบโดยกระทำผ่านโซเชียลมีเดีย อาทิเช่น การจ่ายเงินซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มเพื่อกระจายข้อมูลไปยังกลุ่มเป้าหมาย หรือสร้างแอคเคาท์อวตารเพื่อโพสต์สนับสนุนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับรัฐฯ รวมถึงการโจมตีคู่แข่ง ซึ่งเรามักจะเห็นปฏิบัติการในลักษณะนี้บ่อยๆ ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง หรือมีประเด็นทางด้าน สังคม-การเมือง ที่รุนแรง

Facebook-Twitter รุกกวาดล้าง IO

หลักการสำคัญของ “IO” คือการเผยแพร่ชุดความคิดและความเชื่อของฝ่ายเราให้กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อทำให้เกิดการคล้อยตาม ควบคู่ไปกับการหาทางระงับยับยั้ง ขัดขวาง หรือทำลายศักยภาพด้านข่าวของฝ่ายตรงข้าม โดยเริ่มจากการหา “Interesting Point” แล้วสร้าง “Keyword” เพื่อสร้างชุดความคิด หรือทำลายฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นหากคีย์เวิร์ดดังกล่าวจุดอ่อน หรือภาษาทหารเรียกว่า “จุดศูนย์ดุล” (Center Of Gravity) ของฝ่ายตรงข้ามพอดี

ด้วยเหตุนี้เราจึงสังเกตุได้บ่อยๆ ว่าตัว IO เองมักจะทำงานโดยใช้การปล่อย “ข้อมูลเท็จ” (Fake News) หรือการบิดเบือนข้อมูล เพื่อให้เกิดการคล้อยตาม ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลค่อนข้างเร็วในระยะสั้น หรือจะเป็นการตั้งประเด็นเพื่อปลุกปั่น ซึ่งนั้นก็เป็นการละเมิดนโยบายของบริษัทโซเชียลมีเดียอย่างไม่ต้องสงสัย

ด้วยเหตุนี้ทางแพลตฟอร์มชื่อดังท้้ง Facebook-Twitter จึงต้องใช้การวิเคราะห์, ระบุตัว และจัดการ กับเหล่าแอคเคาท์ที่เข้าข่ายมีพฤติกรรมร่วมกันในการสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวตน (CIB-Coordinated Inauthentic Behavior) ซึ่ง Facebook เองแบ่งการจัดการพฤติกรรมนี้ออกเป็นสองกลุ่มคือ CIB ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับในประเทศ และไม่เกี่ยวกับการเมือง กับ CIB ที่กระทำในนามของต่างชาติหรือเกี่ยวกับรัฐบาล

สำหรับ Twitter เองนอกจากจะมีการแบนบัญชีที่ละเมิดนโยบายต่อต้านการบิดเบือนแพล็ตฟอร์มและสแปม (Platform manipulation and spam policy) แล้ว ก็ยังมีวางทิศทางเพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยแชร์ข้อมูลและมีการวิเคราะห์ร่วมกันกับศูนย์สังเกตการณ์ด้านอินเทอร์เน็ตมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา (SIO-Stanford Internet Observatory)

แล้วคนทั่วไปจะรับมือกับ IO อย่างไร

การจะรอให้ใครออกมาประกาศว่าตัวเองเป็น IO ก็น่าจะยากพอๆ กับการบอกให้ผู้มีอำนาจยอมรับว่าใช้ปฏิบัติการนี้ เพราะสุดท้ายต่อให้ถูกขุดออกมายังไงก็คงลงเอยด้วยการปฏิเสธ หรือ แถ(ลง) ว่าเป็นบัญชีสำหรับการประชาสัมพันธ์ เท่านั้น

สุดท้ายก็เป็นตัวประชาชนทั่วไปเองที่จะต้องไตร่ตรอง และพินิจพิเคราะห์กับทุกข้อมูลที่ได้รับทั้งจากสื่อออนไลน์และสื่อกระแสหลัก ก่อนที่จะมีการแชร์หรือส่งต่อ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือ IO แบบไม่รู้ตัว

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners