รีวิว ASUS ROG Phone 3 มือถือเกมมิ่งตัวแรง จอ 144Hz มีของแต่งเพียบ

โดย RingRangRung | 29 กันยายน 2563 เมื่อ 21:30 น. | อ่าน 239

ใครที่กำลังมองหาเรือธงดีๆ ที่เหมาะกับการเล่นเกม ณ ช่วงเวลานี้บอกเลยว่าไม่ควรพลาด ASUS ROG Phone 3 ที่มากับสเปคเทพๆ ของเล่นเยอะๆ ซึ่งตอนนี้ก็เปิดตัวในบ้านเราแล้ว

สเปค ASUS ROG Phone 3

  • สัดส่วนเครื่อง 171 x 78 x 9.9มม. หนัก 240 กรัม
  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด FHD+(1080 x 2340 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9 ค่ารีเฟรชเรท 144Hz
  • หน้าจอมีค่า Touch-sampling Rate 270Hz มีค่า Latency ในการสัมผัสเพียง 25ms
  • ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 865+ ประมวลผล Octa-core (1×3.1 GHz Kryo 585 & 3×2.42 GHz Kryo 585 & 4×1.8 GHz Kryo 585) และ GPU Adreno 650
  • สเปคหน่วยความจำที่ขาย LPDDR5 RAM 12GB + ROM UFS 3.0 512GB
  • กล้องหลัง 3 เลนส์
    • เลนส์หลัก Sony IMX686 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.7” ความละเอียดสูงสุด 64MP รูรับแสง f/1.8 ขนาดพิกเซล 0.8um
    • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 13MP มุมมองรับภาพ 125 องศา
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 5MP รูรับแสง f/2.0
  • กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ขนาดพิกเซล 0.9µm
  • สนับสนุนการถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด 8K@30fps ถ่าย Slow Motion ได้ในเฟรมเรทสูงสุด 4K@120 fps
  • ดีไซน์ลำโพงแบบ Dual front มีเทคโนโลยี Dirac HD Sound และมีการติดตั้งไมโครโฟนไว้ถึง 4 จุด พร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน ASUS Noise Reduction Technology
  • สนับสนุนเทคโนโลยีWi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
  • สนับสนุน 5.1, A2DP, LE, aptX HD, aptX Adaptive
    มีเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง dual-band A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO, QZSS, GNSS
  • รองรับการทำงานสองซิมแบบ Nano SIM ระบบเครือข่ายที่รองรับ
  • Slot 1: 5G/4G/3G/2G
    Slot 2: 5G/4G/3G/2G
  • มีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • แบตเตอรี่ 6000mAh รองรับ Quick Charge 4.0 และ PD Charging
  • รันกับ Android 10 คลุมด้วย ROG UI

ROG Phone 3 ยังไว้ลายการเป็นสมาร์ทโฟนเพื่อเกมเมอร์ เริ่มตั้งแต่ตัวแพ็คเกจที่อลังการ จัดวางช่องเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งรอบนี้ตัวสมาร์ทโฟนจะอยู่ตรงส่วนแพ็คเกจที่เป็นฝา แม้ช่องจะทำมาพอดีล็อกเครื่องติดไว้แน่นแต่เวลาแกะก็ควรระวังกันนิดนึง ขณะที่อุปกรณ์ภายในก็มีทั้ง

  • เครื่อง ASUS ROG Phone 3
  • จุกยางสำรองสำหรับปิดพอร์ตด้านข้างของเครื่อง
  • เคส Aero case
  • AeroActive Cooler 3
  • สาย USB-C to USB-C
  • สาย USB-C to 3.5mm
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • USB power adapter (30W)
  • คู่มือการใช้งาน+ใบรับประกันสินค้า+สติ๊กเกอร์ ASUS

ดีไซน์เพื่อเกมเมอร์

ขนาดเครื่องยังคงใกล้เคียงกับรุ่นก่อนที่ 171 x 78 x 9.9มม. หนัก 240 กรัม ขอบโลหะอลูมิเนียม ฝาหลังโค้งมนใช้กระจก Gorilla Glass 3 ขณะที่ด้านหน้าเป็น Gorilla Glass 6

หน้าจอรุ่นนี้ก็มีการอัพเกรดให้ดีกว่าเดิมโดยใช้พาแนล AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว อัตราส่วนใหญ่เต็มตา 19.5:9 ความละเอียด FullHD+ (2340 x 1080) รองรับการแสดงผล HDR10 / 10+ สามารถขับความสว่างได้ถึง 650nit และมี Always On display ให้ใช้

ตัวจอมีค่า Contrast ratio อยู่ที่ 1,000,000:1 มีการคาลิเบรตสีมาอย่างดีจนได้ค่าความแม่นยำของสี Delta-E ต่ำกว่า 1 หรือเท่ากับที่สายตามนุษย์เห็น แถมยังแสดงผลได้สวยสมจริงมี DCI-P3 113.3% ,NTSC 108.8% และครอบคลุมขอบเขตของสี sRGB 153.7% อีกทั้งยังมีความสามารถลดแสงสีฟ้าเพื่อถนอมสายตาจนได้มาตรฐานรับรอง TÜV Low Blue Light

เรื่องรีเฟรชเรทหน้าจอก็จัดว่าเป็นเทรนด์มาแรงของปีนี้ซึ่ง ROG Phone 3 ในฐานะเกมมิ่งโฟนก็ไม่ยอมเป็นรองใคร ให้รีเฟรชเรทหน้าจอได้สูงสุด 144Hz ส่วนการตอบสนองต่อการสัมผัสก็หายห่วงมี Touch-sampling Rate 270Hz และ Touch Latency แค่ 25ms เท่านั้น จัดว่าพร้อมบวกในจังหวะตัดสินที่จะเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที

พลิกมาด้านหลังจะพบกับงานดีไซน์สไตล์เกมมิ่งที่ยังดูโฉบเฉียบ แม้จะลดทอนการเล่นเส้นสายต่างๆ ให้ดูสะอาดตามากขึ้น ขณะที่ตรงกลางฝาหลังก็ยังคงมีไฟ ROG ที่ปรับเปลี่ยนสีได้ และมุมซ้ายบนมีกล้อง 3 ตัววางเรียงกันเป็นแนวนอน

ส่วนตรงขอบมีช่องตระแกรงเล็กๆ สำหรับถ่ายเทความร้อนออกจากเครื่องซึ่ง ROG Phone 3 ใช้ระบบระบายความร้อนภายในแบบพัดลม Aerodynamic system cooling fan ขณะที่ภายในเครื่องเองก็วางระบบระบายความร้อน GameCool 3 ใช้ Heat sink ใหญ่กว่าเดิม 6 เท่าและฟิล์มกราไฟท์ที่ใหญ่ขึ้นทำให้กระจายความร้อนได้ดีกว่าเดิม

ROG Phone เป็นสมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาเพื่อเล่นเกม การถือเครื่องแนวนอนจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ทางค่ายก็เลยยังคงเว้นพื้นที่ขอบจอด้านบนและด้านล่างไว้เพื่อให้มีพื้นที่วางอุ้งมือเพื่อป้องกันจอลั่น

ตรงพื้นที่ขอบจอบน-ล่าง นอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับกล้องหน้า,ไฟแสดงสถานะ, เซ็นเซอร์ต่างๆ และตัวแถบ Navigation Bar เป็นแบบ On-Screen แล้ว ทาง ASUS ก็ยังยัดลำโพงสเตอริโอมาให้ถึงสองตัวและมีแม่เหล็ก 7 ชิ้น นอกจากเสียงจะกระหึ้มสะใจ ก็ยังมีมิติเสียงย่านเบสที่ดีขึ้น

ใน ROG Phone รุ่นใหม่ได้ตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.ไป แต่แถมสายแปลง 3.5มม. มาให้ในกล่อง ขณะที่พอร์ต USB-C ก็มีมาให้ถึง 2 จุด คือตรงส่วนท้ายของ กับตรงขอบเครื่องฝั่งซ้ายที่จะมีจุกยางปิดเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าการวางตำแหน่งของพอร์ตจะไม่รบกวนหากเราต้องการชาร์จไฟขณะใช้งานหรือเล่นเกม

พอร์ตที่เสริมเข้ามาแน่นอนว่าเป็นพอร์ตที่ไว้เชื่อมต่อกับเหล่าอุปกรณ์เสริมต่างๆ โดยที่ในฝั่งเดียวกันก็มีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Dual-sim Slot พร้อมทั้งมีการวางเสารับสัญญาน Wi-Fi รอบเครื่องถึง 4 จุด ทำให้การออนไลน์ราบรื่นไม่สะดุด

ขอบเครื่องด้านขวามีปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่มพาวเวอร์ ส่วนตรงหัวกับท้ายจะเป็นปุ่ม AirTrigger ที่ตอนนี้ได้ถูกพัฒนามาจนถึงเวอร์ชั่นที่ 3 แล้ว

ปุ่ม AirTrigger 3 เป็นปุ่มแบบอัลตราโซนิกที่เวอร์ชั่นใหม่มีการเพิ่มแอคชั่นการควบคุมที่นอกเหนือจากการกดลงไปตรงๆ หรือการสไลด์ โดยที่ของใหม่จะสามารถแบ่งแต่ละปุ่มออกเป็นสองพาร์ติชั่นสำหรับแตะได้ หรือเท่ากับว่าในรุ่นนี้เราจะสามารถสั่งงานจากปุ่มดังกล่าวได้ถึง 6 รูปแบบ รวมถึงการใช้งานในลักษณะบีบเครื่องเพื่อเข้าฟังค์ชั่นต่างๆ

ขณะเดียวกัน ASUS เองก็ยังใส่ Motion Sensor เข้ามาใน ROG Phone รุ่นนี้เพื่อให้เราใช้การขยับเครื่องเพื่อใช้เป็นอีกหนึ่งออฟชั่นปุ่มสั่งงานขณะเล่นเกมได้

ไมโครโฟนของรุ่นนี้เองก็ติดตั้งมาให้ถึง 4 จุด ที่นอกจากจะถูกใช้เพื่อตัดเสียงรบกวนแล้ว ก็ยังทำให้ไม่ปล่อยให้พลาดทุกการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมไม่ว่าจะถือเครื่องในลักษณะใดก็ตาม

สเปกระดับเทพ รันทุกเกมได้ลื่นๆ

ROG Phone 3 ใช้ขุมพลังชิปเซต Qualcomm Snapdragon 865+ ซึ่งเป็นชิประดับเรือธงของฝั่ง Android ที่แรงที่สุดในชั่วโมงนี้ โดยใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7 นาโนเมตร มีหน่วยประมวลผล Octa-core กำลังสูงสุุด 3.1GHz และ GPU Adreno 650

ด้านสเปคหน่วยความจำที่ขายในไทยเป็น LPDDR5 RAM 12GB พร้อมด้วย ROM UFS 3.1 ขนาด 512GB ซึ่งตัว RAM แรงกว่า LPDDR4X 51% ส่วน ROM เร็วกว่า UFS 3.0 ที่ 15%

ประสิทธิภาพดังกล่าวมีข้อพิสูจน์เป็นคะแนนทดสอบ Benchmark (เปิด X Mode) ที่บอกได้เลยว่าที่สุดทั้ง

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 15061 คะแนน
  • Geekbench 4 Pro = Single-core : 4644 คะแนน / Multi-core : 12932 คะแนน
  • AuTuTu Benchmark v8.4.3= 638501 คะแนน
  • AITuTu Benchmark = 444600คะแนน

เทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายในรุ่นนี้รองรับทั้ง Wi-Fi 6 และ 5G (Bands N1, N2, N3, N5, N28, N41, N66, N71, N77, N78, N79) ซึ่งการใช้งาน 5G ในไทย ทาง ASUS ยืนยันว่าใช้ได้แน่นอนโดยที่ทางแบรนด์กำลังทำงานร่วมกับฝั่งพาร์ทเนอร์ที่เป็นโอเปอเรเตอร์เพื่อเปิด 5G ให้ใช้กันเร็วๆ นี้

แบตเตอรี่รุ่นนี้ใส่มา 6000mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว ROG HyperCharge ที่มีกำลังการจ่ายไฟขนาด 30W พร้อมเทคโนโลยีช่วยจัดการความร้อน และถนอมแบตฯ ไม่ให้เสื่อมไว และทำ Reverse charging กำลังไฟ 10W ได้

สำหรับระบบปฏิบัติการเป็น Android 10 คลุมด้วย ROG UI ที่มีความดุดันสไตล์เกมเมอร์ แต่ถ้าสายคลีนก็สามารถเปลี่ยนธีมเป็น ZenUI ให้ดูสะอาดตาได้ ขณะที่เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยก็มีสแกนลายนิ้วมือบนจอให้ใช้งาน

ด้านซอฟต์แวร์เพื่อการเล่นเกมใน ROG Phone 3 อย่าง Armony Craft ทางผู้ผลิตก็พยายามพัฒนาให้มีประสบการณ์การใช้งานคล้ายกับอุปกรณ์เกมคอนโซลมากที่สุดโดยมีทั้ง

  • Game Library : หน้าสารบัญโชว์เกมที่มีในเครื่อง พร้อมฟังค์ชั่นการตั้งค่าให้มีการอัพเดตเกมโดยอัตโนมัติ รวมถึงการกำหนด Scenario Profiles 3.0 เพื่อกำหนดการปรับแต่งการทำงานของเครื่องให้เหมาะสมกับเกมแต่ละเกมได้
  • Console : ส่วนควบคุมฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับเกม เช่น CPU, GPU หรือ RAM รวมถึงการตั้งค่าการทำงานของสมาร์ทโฟนกับอุปกรณ์เสริม
  • X Mode : โหมดรีดศักยภาพการทำงานของเครื่องให้ออกมาสูงที่สุด เพื่อให้พร้อมสำหรับเล่นเกมได้อย่างราบรื่นไม่สะดุด ซึ่งโหมดนี้หากมีการทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริมก็จะเปิดให้เองโดยอัตโนมัติ
  • Connect : พื้นที่โซเชียลมีเดียเพื่อแชร์ข่าวสาร หรืออวดสถิติเล่นเกมสำหรับผู้ใช้งานอุปกรณ์ของ Asus
  • Featured : หน้าต่างที่จะให้ข้อมูลว่าเกมไหนรองรับกับอุปกรณ์เสริมตัวไหน หรือเกมไหนที่สามารถรันรีเฟรชเรทในระดับ 120Hz หรือ 144Hz ได้ แต่จากที่ลองมาบางเกมก็อาจจะยังไม่เปิดให้บริการในไทย หรือบางเกมก็อาจจะไม่ได้รองรับกับอุปกรณ์เสริมตามหมวดที่จัดไว้
  • Game Genie : ฟีเจอร์สำหรับจัดการในขณะเล่นเกม อาทิเช่น การจัดการกับสายโทรเข้า, การแจ้งเตือนต่างๆ การบันทึกหน้าจอ, การเพิ่มกำลังประมวลผล หรือการวาง Mapping ปุ่มในการใช้งาน AirTrigger, Motion Sensor หรือตอนที่ต่อกับอุปกรณ์ควบคุมภายนอก

จากสเปคที่ไล่มาข้างต้นก็ชัดเจนว่า ROG Phone 3 สามารถเล่นเกมดังๆ ในระดับกราฟฟิกสูงสุดเท่าที่ตัวเกมจะรองรับได้อย่างไม่มีปัญหา แถมยังกุมความได้เปรียบเหนือคู่แข่งด้วยปุ่มพิเศษที่เหมือนปุ่ม L/R บนจอยเกม

ชุดแต่งเพียบเอาใจสายเกมเมอร์

เช่นเดียวกันกับรุ่นที่ผ่านมา ASUS ROG Phone 3 ยังคงมาพร้อมชุดอุปกรณ์เสริมแบบจัดเต็มถูกจริตสายจริงจังเกมเมอร์ ซึ่งอุปกรณ์ที่เข้าไทยก็มีทั้ง

  • AeroActive Cooler 3 : พัดลมระบายความร้อนจากเครื่องแบบคลิปออนที่มาพร้อมขาตั้งในตัว ซึ่งสามารถช่วยลดอุณหภูมิเครื่องได้อีก 4 องศา แถมยังให้พอร์ต USB-C กับช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. ในตัว
  • Kunai 3 Gamepad : คอนโทรเลอร์แบบโมดูลซึ่งใช้งานได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการประกบต่อตรงเข้ากับเครื่อง หรือจะใช้เป็นจอยแบบไร้สาย
  • Gaming Clip : แท่นยึดสำหรับประกอบเข้ากับคอนโทรลเลอร์ทั้ง XBOX, PlayStation DualShock และ Stadia
  • TwinView Dock 3 : อุปกรณ์หน้าจอเสริมแบบฟูลออฟชั่น โดยมีทั้งจอ AMOLED ขนาด 6.6 นิ้ว รีเฟรชเรทสูง 144Hz, ไฟ LED RGB, ช่องเสียบหูฟัง 3.5มม., พัดลมระบายความร้อน และแบตเตอรี่ในตัว 5000mAh พร้อมรองรับการทำงานร่วมกับ Kunai 3 Gamepad
  • Lighting Armor Case 3 : เคสสำหรับแต่งหล่อให้กับ ROG Phone 3 โดยที่ตัวเคสมีไฟ LED ซึ่งจะเชื่อมต่อกับปรับรูปแบบการแสดงผลไฟให้เข้ากับธีมมือถือได้ผ่านระบบ NFC

ส่วนใครที่มี Mobile Desktop Dock หรือ WiGig Display Dock Plus ก็สามารถใช้งานกับ ROG Phone 3 ได้เหมือนเดิม

ใครว่ามือถือสายเกมถ่ายภาพไม่ดี

แม้จะเปิดตัวมาในฐานะเกมมิ่งโฟนแต่เรื่องกล้องก็ครบเครื่องไม่แพ้ใคร ซึ่งรุ่นนี้มีกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

ส่วนกล้องหลังใส่มา 3 เลนส์ประกอบด้วย

  • เลนส์ Wide เซ็นเซอร์ Sony IMX686 64 ล้านพิกเซล (f/1.8) พร้อมระบบโฟกัส PDAF
  • เลนส์ Ultra-wide 125 องศา 13 ล้านพิกเซล (f/2.4)
  • เลนส์ Macro 5 ล้านพิกเซล (f/2.0)

กล้องหลักรุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยี Quad-Bayer ช่วยเพิ่มแสงและความคมชัดเมื่อถ่ายภาพในระดับความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และยังมีกำลังซูมแบบไม่สูญเสียรายละเอียดภาพที่ 2 เท่า รวมถึง Scene Detection visualization โหมดการปรับแต่งกล้องตามซีนที่ถ่ายโดยอัตโนมัติ

ในการถ่ายวีดีโอรุ่นนี้รองรับสูงสุดที่ความละเอียด 8K@30fps พร้อมโหมด Pro Video ที่มีฟีเจอร์ไฮไลท์อย่าง Free Zoom ซึ่งเป็นการตั้งพื้นที่ให้ซูมเข้าได้อย่างสมูธ พร้อมด้วยโหมด Directional Audio Recording ที่เลือกตำแหน่งไมค์ที่จะใช้บันทึกเสียงได้ พร้อมคุณสมบัติ Wind Filter ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากลมที่ปะทะไมค์

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง ASUS ROG Phone 3

ปิดท้ายด้วยเรื่องของราคา ASUS ROG Phone 3 เคาะในไทยที่ 32,990 บาท หรือถ้าใครอยากได้ราคาถูกลงมาหน่อยก็มีโมเดล Starix Edition ที่ลดสเปคลงมาหน่อยเป็นชิป Snapdragon 865 กับ RAM 8GB+ROM 256GB ในราคา 24,990 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่าย 1 ตุลาคมนี้

พิเศษ! ในรุ่น ROG Phone 3 Strix Edition เมื่อซื้อติดแพคเกจ Hot Deal แบบรายเดือน ของ AIS จ่ายเริ่มต้นเพียง 18,490 บาท ขณะที่ย้ายค่ายเบอร์เดิมรับส่วนลดเพิ่มอีก 1,000 บาท พร้อมรับฟรี YouTube Premium สูงสุด 6 เดือน และ AIS Play Family ไม่คิดค่าเน็ตนาน 6 เดือน

สำหรับราคาของอุปกรณ์เสริม TwinView Dock 3 (ราคา 7,990 บาท) , ROG Phone 3 Lighting Armor case (ราคา 1,990 บาท) และ ROG Clip (ราคา 1,990 บาท) ขณะที่ ROG Kunai 3 Gamepad (ราคา 3,990 บาท) จะพร้อมวางจำหน่ายในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งใครที่เป็นสายโมบายเกมเมอร์ไม่ควรพลาดกับรุ่นนี้

About Author

RingRangRung

RingRangRung