จับเครื่องจริง Apple Watch Ultra สมาร์ทวอทช์จอใหญ่ ถึก ทน เพื่อนคู่ใจของสายลุย

โดย RingRangRung | 29 ตุลาคม 2565 เมื่อ 10:30 น. | อ่าน 607
จับเครื่องจริง Apple Watch Ultra สมาร์ทวอทช์จอใหญ่ ถึก ทน เพื่อนคู่ใจของสายลุย

แม้จะเปิดตัวมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงแต่ Apple Watch Ultra ก็เป็นหนึ่งในสมาร์ทวอทช์ตัวท็อปที่หลายๆ คนอยากจะได้มาครอบครอง ด้วยคุณสมบัติแบตเตอรี่ที่อึดกว่าสมาร์ทวอทช์ของ Apple ทุกรุ่น และฟีเจอร์ที่ถูกยกระดับให้เป็นมากกว่าแค่การดูแลสุขภาพ ส่วนจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างเราไปดูพร้อมๆ กัน

สิ่งแรกที่สัมผัสได้จาก Apple Watch Ultra ขึ้นเรื่องขนาดของตัวเรือนที่หนาและหนักกว่า Apple Watch รุ่นปกติหรือตัว Series 8 โดยที่เป็นนาฬฺิกาหน้าปัด 49 มม. ขนาดจะอยู่ที่ 49 x 44 x 14.4 มม. หนัก 61.3 กรัม ขณะที่รุ่นธรรมดาตัวใหญ่สุดอยู่ที่ 45มม. สัดส่วน 45 x 38 x 10.7 มม. หนัก 51.5 กรัม

วัสดุตัวเรือนของ Ultra จะมีแบบเดียวคือเป็นไทเทเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศมีการยกขอบตัวเรือนขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อช่วยป้องกันหน้าจอเวลาโดนกระแทก สำหรับความทนทานก็ต้องยกให้ทนที่สุดในตระกูล Apple Watch โดยรองรับกันฝุ่น IP6X ผ่านการทดสอบ MIL-STD 810H สามารถทนน้ำได้ลึกสูงสุด 100 เมตร แต่ถ้าใส่ทำกิจกรรมทางน้ำจะอยู่ในระดับ 40 เมตร

ด้านข้างตัวเครื่องฝั่งขวามี Digital Crown เพื่อหมุน-เลื่อนใช้งานได้ ถัดลงมาด้านล่างเป็นปุ่มด้านข้าง (Side Button) ที่ของ Ultra จะออกแบบปุ่มให้ใหญ่และนูนขึ้นมาจากรุ่นปกติเพราะต้องการให้ผู้ใช้สามารถกดปุ่มเพื่อดูข้อมูล ต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้นโดยเฉพาะเวลาที่กำลังทำกิจกรรมที่ต้องมีการใส่ถุงมือ

ทางด้านซ้ายของ Apple Watch Ultra ได้มีการเพิ่มปุ่มที่ 3 เข้ามาอีกเป็นปุ่ม Action Button ที่สามารถตั้งค่าให้เป็นปุ่มทางลัดเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์ที่ต้องการได้ง่ายๆ จากการกดปุ่มแค่ครั้งเดียว

ที่ขอบตัวเรือนได้มีการติดตั้งไมโครโฟนเอาไว้ 3 จุดพร้อมบีมฟอร์มมิ่ง และมีคุณสมบัติในการลดเสียงรบกวนเพื่อการสื่อสารผ่านนาฬิกาที่ชัดเจน ขณะที่ตัวลำโพงในรุ่น Ultra เองก็เป็นชุดลำโพงคู่ที่มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นปกติซึ่งจะให้เสียงที่ดังชัดเจนกว่าตัว Series 8 ถึง 40%

ขณะที่ตัวจอเองคลุมด้วยแซฟไฟร์ดีไซน์แบนเรียบ ซึ่งจะแตกต่างจาก Apple Watch รุ่นอื่นๆที่ขอบจอเป็นแบบโค้งมน สำหรับพาแนลจอเป็น LTPO OLED Retina ขนาด 1.92 นิ้ว ความละเอียด 410 x 502 พิกเซล พร้อมฟีเจอร์ Always On Display และสิ่งที่ทำให้เหนือกว่ารุ่นปกติคือจอรุ่นนี้ดันความสว่างได้สูงสุด 2,000nits มากกว่าจอของรุ่นธรรมดาที่สว่างได้สูงสุด 1,000nits

เรื่องของสาย Apple Watch Ultra เองก็มีให้เลือกหลากหลายแบบเพื่อให้คนซื้อไปใช้ได้ตรงกับความต้องการไม่ว่าจะเป็นสายแบบที่เห็นในมือเราตอนนี้ที่เป็นสาย Alpine Loop เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมแบบเอาท์ดอร์ สมบุกสมบัน มีตัวล็อคสายเป็นตะขอรูปตัว G ทำให้แน่นกระชับขณะสวมใส่สายไม่หลุดง่าย

ส่วนอีกสองสายที่มีให้เลือกคือ สายแบบ Trail Loop ที่ยืดหยุ่น บาง สามารถปรับสายให้กระชับข้อมือได้ง่ายเหมาะกับการใส่ทำกิจกรรมที่เน้นความทนทานของร่างกาย และสายแบบ Ocean Band ที่เหมาะสำหรับการใช้เพื่อเล่นกีฬาทางน้ำ ตัวสายมีความยืดหยุ่นกระชับข้อมือแม้จะใส่ทับกับชุดเว็ทสูทมีหัวล็อคไทเทเนียมและห่วงที่ปรับขนาดได้

เรื่องคุณสมบัติภายใน Apple Watch Ultra ก็โดดเด่น ตั้งแต่ความจุของแบตเตอรี่ที่อึดที่สุดในบรรดาสมาร์ทวอทช์ของ Apple ด้วยอายุการใช้งานนานสูงสุด 36 ชั่วโมง และถ้าเป็น Low Power Mode จะอยู่ได้ 60 ชั่วโมง มีระบบการชาร์จไวแบบแม่เหล็ก

ด้านสเปคภายในรุ่นนี้ใช้ SiP รุ่น S8 โปรเซสเซอร์แบบ Dual‑core 64bit ตัวเลือกมีเฉพาะรุ่นที่เป็น GPS + Cellular ขณะที่การจับสัญญาณ GPS ก็เป็นแบบ dual Band สองคลื่นความถี่ L1 และ L5 ทำให้ระบบตำแหน่งได้แม่นยำกว่าของรุ่นธรรมดาที่รับได้คลื่นความถี่เดียว พร้อมด้วยฟีเจอร์ Backtrack ที่ช่วยนำทางผู้ใช้กลับไปยังเส้นทางเดิมที่มาร์คเอาไว้ได้ในกรณีที่เกิดการหลง

เรื่องคุณสมบัติภายในที่นอกจากการดูแลสุขภาพแล้วทาง Apple เองก็ยังได้ยกระดับ Watch Ultra ให้เป็นนาฬิกาที่สามารถช่วยชีวิตผู้ใช้ได้ด้วยฟีเจอร์เด่นๆ ทั้ง Satellite การรับสัญญาณดาวเทียมที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถส่งสัญญาณ SOS ขอความช่วยเหลือแม้จะอยู่ในจุดที่อับสัญญาณมือถือได้ซึ่งปัจจุบันฟีเจอร์นี้ยังรองรับการใช้งานแค่ในต่างประเทศ, Siren การส่งสัญญาณเสียงไซเรนขอความช่วยเหลือที่ดังสูงสุดถึง 86db หรือจะเป็น Crash Detection ระบบตรวจจับการชนเพื่อช่วยชีวิตผู้ใช้ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ

ในการวางจำหน่ายในไทย Apple Watch Ultra ราคาขายจะอยู่ที่ 31,900 บาท จากสเปคถือว่าตอบโจทย์กลุ่มนักกีฬาหรือคนที่ชอบทำกิจกรรมแบบเอาท์ดอร์ ส่วนกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปที่มีการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายที่ไม่สมบุกสมบันมาก แค่มีแบตเตอรี่อึดๆให้ใช้งานได้เกินหนึ่งวันก็ถือว่าน่าสนใจแล้วสำหรับข้อมูลการใช้งานสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้แบบเชิงลึกรอติดตามกันได้ทางช่อง YouTube : MXPhone

เปิดตัวแล้ว APPLE WATCH SERIES 8, WATCH SE 2 และ WATCH ULTRA เริ่มขาย 16 ก.ย.นี้

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners