นำร่อง Apple เปิดคะแนนความยากง่ายซ่อมเครื่อง iPhone ตามกฎหมายใหม่ในสหภาพยุโรป

โดย mxphone-staff | 28 กุมภาพันธ์ 2564 เมื่อ 11:29 น. | อ่าน 217

ภายหลังจากที่ทางกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปได้ไฟเขียวผ่านร่างกฎหมาย Right to Repair Act ซึ่งจะบังคับให้ผู้ผลิตสินค้า ต้องแสดงคะแนนประเมินความยากง่ายในการซ่อมอุปกรณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2020 เพื่อเป้าหมายในการลดอัตราการเพิ่มจำนวนของขยะอิเลคทรอนิคส์

โดยประเทศฝรั่งเศส ที่ได้นำกฎหมายดังกล่าวออกมาบังคับใช้อย่างเป็นทางการเป็นประเทศแรก และก็เป็นทาง Apple ที่เปิดเผยคะแนนความยากง่ายในซ่อมอุปกรณ์ในเบื้องต้นของของอุปกรณ์ตั้งแต่ตระกูล iPhone 7 จนถึง iPhone 12 รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม MacBook รุ่นใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน

ซึ่งทาง Apple ได้ประเมินเรตติ้งความยากง่ายในการซ่อมเครื่อง iPhone เอาไว้ดังนี้

iPhone 12 Series (6 / 10)
iPhone 11 / 11 Pro (4.6 / 10)
iPhone 11 Pro Max (4.5 / 10)
iPhone SE (2020) (6.2 / 10)
iPhone XR (4.5 / 10)
iPhone XS Max (4.6 / 10)
iPhone XS (4.7 / 10)
iPhone X (4.8 / 10)
iPhone 8 / 8 Plus (6.6 / 10)
iPhone 7 Plus (6.6 / 10)
iPhone 7 (6.7 / 10)

กฎหมาย Right to Repair Act ดังกล่าวนี้ ระบุให้ทางผู้ผลิตต้องประเมินคะแนนความยากง่ายในการซ่อมเครื่อง ตามข้อกำหนดในเบื้องต้น ที่ประกอบไปด้วย การบริการอัพเดตซอฟท์แวร์หลังการขาย การสนับสนุนลูกค้าหลังการขาย เอกสารคู่มือแสดงรายละเอียดการซ่อม ความยากง่ายในการถอดประกอบ ความยากง่ายและราคาในการหาซื้อเปลี่ยนอะไหล่ทดแทน เป็นปัจจัยหลักๆ ที่นำมาประเมินคะแนนดังกล่าว โดยสินค้าในกฎหมายชุดนี้มีผลครอบคลุม คือ สมาร์ทโฟน โน๊ตบุ๊ค โทรทัศน์ เครื่องซักผ้า และเครื่องตัดหญ้า และทางผู้ผลิตจะยังไม่ถูกปรับเงินในเบื้องต้นนี้ หากว่าอุปกรณ์ที่วางจำหน่ายนั้นซ่อมยาก โดยบทลงโทษจะเริ่มมีผลตั้งแต่ 2022 เป็นต้นไป

ที่มา: gsmarena

About Author

mxphone-staff

mxphone-staff

Partners