ไม่ผลิกโผ!! Apple เปิดตัว iPhone Xs/ Xs Max / Xr ปูพรมทุกตลาด ราคาสตาร์ทที่ 24,500 บาท

โดย RingRangRung | 13 กันยายน 2561 เมื่อ 02:45 น. | อ่าน 122

Apple ได้ฤกษ์เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ประจำปี 2018 อย่างเป็นทางการ โดยมากันครบตามข่าวที่ลือกันมาก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นโมเดลแฝดต่างไซส์ iPhone Xs และ Xs Max จนถึงตัวน้องเล็ก iPhone Xr

ประเดิมด้วยตัวแฝดต่างไซส์ iPhone Xs และ iPhone Xs Max ที่ยังคงงานดีไซน์มาจากตัว iPhone X ใช้จอภาพ Super Retina ชนิด OLED มีให้เลือกขนาด 5.8 นิ้ว กับ 6.5 นิ้วตามลำดับ โดยที่หน้าจอของรุ่นนี้รองรับการแสดงผล Dolby Vision และ HDR10 มีอัตราส่วน Contrast Ratio สูงถึง 1,000,000:1 ช่วงไดมานิกกว้าง 60% ในโหมด HDR

ตัวขอบของรุ่นนี้ใช้วัสดุสแตนเลสสตีล บอดี้กระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยที่มีสเปคสีให้เลือก 3 สีประกอบด้วย Silver, Space Gray และ Gold มาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP68 หรือในระดับความลึกไม่เกิน 2 เมตร เป็นระยะเวลา 30 นาที ขณะที่ระบบเสียงเป็นแบบสเตอริโอที่ให้มิติเสียงที่กว้างขึ้น

ชิปเซตของรุ่นนี้ใช้ A12 Bionic ซึ่งเป็นชิปที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7 นาโนเมตรเป็นตัวแรก มีสถาปัตยกรรมฟิวชั่นแบบ 6 คอร์ มีคอร์ประมวลผลการทำงาน 2 คอร์เร็วขึ้น 15% มีคอร์ประหยัดพลังงาน 4 คอร์ที่ดีกว่าเดิม 50% และมี GPU เร็วกว่าเดิม 50%

นอกจากนี้ยังมี Neural Engine เวอร์ชั่นใหม่ที่สร้างมาเพื่อการเรียนรู้แบบอัจฉริยะแบบ 8 คอร์ ทำให้สามารถดำเนินการได้ถึง 5 ล้านล้านรายการต่อวินาที เทียบกับรุ่น A11 Bionic ที่ทำได้ 6 แสนล้านรายการต่อวินาที ซึ่งทำให้เกิดความสามารถในการตรวจจับแนวระนาบที่เร็วขึ้นในตัว ARKit และยังเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดให้เรียกใช้งาน Neural Engine ผ่าน Core ML เพื่อต่อยอดพัฒนาแอปฯรูปแบบใหม่ๆได้ สำหรับ Core ML ของ A12 Bionic นั้นก็มีความเร็วเหนือกว่า A11 Bionic ถึง 9 เท่า และใช้พลังงานน้อยมากเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น

นอกจากนี้ตัว iPhone Xs / Xs Max ยังมีความสามารถในการเชื่อมต่อ LTE ระดับ Gigabit ที่ดาวน์โหลดได้เร็วยิ่งขึ้นและสามารถใช้งานซิมคู่ได้โดยใช้ Nano-SIM และ eSIM แบบดิจิตอล และมาพร้อม iOS 12 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการบนมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดของ Apple

ด้านการถ่ายคู่หู iPhone Xs มากับกล้องคู่ 12 ล้านพิกเซล ที่มีระบบกันสั่นแบบออปติคอล รองรับการซูมแบบออปติคอล 2 เท่า มีพิกเซลไซส์ 1.4um และมีรูรับแสง f/1.8 ส่วนกล้องเทเล 12 ล้านพิกเซล มีรูรับแสง f/2.4 โดยมาพร้อมเซ็นเซอร์ที่เร็วกว่าเดิม 2 เท่า ลดการชัตเตอร์เลกจนเป็นศูนย์ มี HDR อัจฉริยะสามารถสร้างภาพถ่ายที่แสดงรายละเอียดในส่วนไฮไลท์และเงามืดได้ครบ และมีการแบ่งส่วนมิติ (depth of field) ในโหมดถ่ายภาพบุคคลให้สวยกว่าเดิม และมีการควบคุมระยะชัดลึกใหม่ที่ตัวผู้ใช้สามารถปรับค่ารูรับแสงในแอปฯรูปภาพได้

ขณะที่กล้องหน้าให้ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล สามารถใช้กล้อง TrueDepth เพื่อถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ หรือเล่นกับ Memoji และมีระบบปลดล็อค Face ID ด้านการถ่ายวีดีโอรุ่นนี้รองรับอัตราเฟรมเรทได้ถึง 30fps และมีไมโครโฟนติดมาให้ถึง 4 ตัว ช่วยด้านการบันทึกเสียงในรูปแบบสเตอริโอ

iPhone XS และ iPhone XS Max จะมีจำหน่ายในรุ่นความจุ 64GB, 256GB และ 512GB เปิดพรีออเดอร์ 14 กันยายน เริ่มขายจริง 21 กันยายน โดยขายในกลุ่มประเทศแรก ได้แก่ ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, เบลเยียม, แคนาดา, จีน, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, เกิร์นซีย์, ฮ่องกง, ไอร์แลนด์, เกาะแมน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เจอร์ซีย์, ลักเซมเบิร์ก, เม็กซิโก, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, โปรตุเกส, เปอร์โตริโก, ซาอุดีอาระเบีย, สิงคโปร์, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา

ราคาในรุ่น iPhone XS (64GB) เริ่มที่ 999 เหรียญสหรัฐ หรือราว 32,600 บาท สำหรับ iPhone XS Max (64GB) เริ่มที่ 1,099 เหรียญสหรัฐ หรือราว 35,900 บาท

สำหรับอีกรุ่นที่เปิดตัวเป็นน้องเล็ก iPhone Xr ใช้จอภาพ Liquid Retina ขนาด 6.1 นิ้ว รองรับขอบเขตสีกว้างและการแสดงผลแบบ True Tone ตัวเฟรมเครื่องใช้วัสดุอะลูมิเนียมซีรีส์ 7000 ด้านหลังเป็นกระจกรองรับการชาร์จไร้สาย มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นเกรด IP67 มีตัวเลือกสีให้มามากถึง 6 สี ได้แก่ White, Black, Yellow, Blue, Coral และ (PRODUCT)RED ที่จะนำไปสมทบทุนโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ HIV และโรคเอดส์ของกองทุนโลก

ชิปเซตของรุ่นนี้ใช้เป็น A12 Bionic เหมือนกับรุ่น iPhone Xs / Xs Max มีระบบรักษาความปลอดุภัยด้วย Face ID ด้วยกล้อง TrueDepth ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 12 และมีเทคโนโลยีไร้สาย LTE Advanced สามารถใช้งานซิมคู่แบบ Nano-SIM และ eSIM แบบดิจิตอล

ตัวกล้องหลังเป็นเลนส์เดียว 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 มีออโต้โฟกัส และได้ถูกปรับปรุง ISP และมี Neural Engine พร้อมอัลกอริทึม ซอฟต์แวร์ที่ดีกว่าเดิมช่วยเสริมในโหมดถ่ายภาพบุคคล และคุณสมบัติการจัดแสงภาพถ่ายแบบสตูติโอ ขณะที่กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

iPhone Xr จะมีจำหน่ายในรุ่น 64GB, 128GB และ 256GB สั่งจอง 19 ตุลาคม และขายจริง 26 ตุลาคม ในกลุ่มประเทศแรกได้แก่ อันดอร์รา, ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, บาห์เรน, เบลเยียม, บัลแกเรีย, แคนาดา, จีน, โครเอเชีย, ไซปรัส, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, กรีนแลนด์, เกิร์นซีย์, ฮ่องกง, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, ไอร์แลนด์, เกาะแมน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เจอร์ซีย์, คูเวต, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, มอลตา, เม็กซิโก, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, โอมาน, โปแลนด์, โปรตุเกส, เปอร์โตริโก, กาตาร์, โรมาเนีย,​ รัสเซีย, ซาอุดีอาระเบีย, สิงคโปร์, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา สนนราคาเริ่มต้นที่ 749 เหรียญสหรัฐ หรือราว 24,500 บาท

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners