Apple เปิดตัว MacBook Pro 14” / 16” รุ่นใหม่ ที่มากับชิป M1 Pro และ M1 Max ราคาเริ่มต้น 73,900 บาท

โดย nineFangKhaoW | 19 ตุลาคม 2564 เมื่อ 02:49 น. | อ่าน 293

Apple เปิดตัว MacBook Pro หน้าจอ 14 นิ้ว และ 16 นิ้ว รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมขุมพลังชิป M1 Pro และ M1 Max ในราคาเริ่มต้น 73,900 บาท

MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว พร้อม CPU แบบ 10 คอร์ ที่ทรงพลังเท่ากันในชิป M1 Pro และ M1 Max สามารถทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • สร้างโปรเจ็กต์ด้วย Xcode ได้เร็วขึ้นสูงสุด 3.7 เท่า
  • ใส่ปลั๊กอิน Amp Designer ใน Logic Pro ได้มากขึ้นสูงสุด 3 เท่า
  • มีประสิทธิภาพพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณใน NASA TetrUSS เร็วขึ้นสูงสุด 2.8 เท่า

MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว พร้อม GPU แบบ 16 คอร์ ในชิป M1 Pro และ GPU แบบ 32 คอร์ ในชิป M1 Max มีประสิทธิภาพกราฟิกเร็วขึ้นดังนี้

  • เรนเดอร์ระดับ 4K ใน Final Cut Pro ได้เร็วขึ้นสูงสุด 9.2 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 13.4 เท่าด้วยชิป M1 Max
  • มีประสิทธิภาพ GPU ด้านเวคเตอร์และราสเตอร์รวมกันใน Affinity Photo เร็วขึ้นสูงสุด 5.6 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 8.5 เท่าด้วยชิป M1 Max
  • เรนเดอร์เอฟเฟ็กต์ใน Blackmagic Design DaVinci Resolve Studio ได้เร็วขึ้นสูงสุด 3.6 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 5 เท่าด้วยชิป M1 Max

MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว พร้อม Neural Engine แบบ 16 คอร์ ในชิป M1 Pro และ M1 Max สามารถทำงานด้าน ML ได้เร็วยิ่งกว่าที่เคยดังนี้ งนี้

  • ประสิทธิภาพการติดตามวัตถุใน Final Cut Pro เร็วขึ้นสูงสุด 8.7 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 11.5 เท่าด้วยชิป M1 Max
  • ทำ Scene Edit Detection กับวิดีโอ ProRes 422 ระดับ 1080p ใน Adobe Premiere Pro ได้เร็วขึ้นสูงสุด 7.2 เท่า
  • มีประสิทธิภาพเร็วขึ้นสูงสุด 2.6 เท่าเมื่อเลือกตัวแบบในภาพใน Adobe Photoshop

MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว พร้อม CPU แบบ 10 คอร์ ที่ทรงพลังเท่ากันในชิป M1 Pro และ M1 Max สามารถทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • มีประสิทธิภาพพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณใน NASA TetrUSS เร็วขึ้นสูงสุด 3 เท่า
  • สร้างโปรเจ็กต์ใน Xcode ได้เร็วขึ้นสูงสุด 2.1 เท่า
  • ประสิทธิภาพในการเผยแพร่เร็วขึ้นสูงสุด 2.1 เท่าใน Vectorworks

MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว พร้อม GPU แบบ 16 คอร์ ในชิป M1 Pro และ GPU แบบ 32 คอร์ ในชิป M1 Max มีประสิทธิภาพกราฟิกเร็วขึ้นดังนี้

  • มีประสิทธิภาพ GPU ด้านเวคเตอร์และราสเตอร์รวมกันใน Affinity Photo เร็วขึ้นสูงสุด 2.9 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 4.5 เท่าด้วยชิป M1 Max
  • เรนเดอร์เอฟเฟ็กต์ใน Maxon Cinema 4D พร้อม Redshift ได้เร็วขึ้นสูงสุด 2.5 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 4 เท่าด้วยชิป M1 Max
  • เรนเดอร์ระดับ 8K ใน Final Cut Pro ได้เร็วขึ้นสูงสุด 1.7 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 2.9 เท่าด้วยชิป M1 Max

MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว พร้อม Neural Engine แบบ 16 คอร์ ในชิป M1 Pro และ M1 Max สามารถทำงานด้าน ML ได้เร็วยิ่งกว่าที่เคยดังนี้

  • ทำ Scene Edit Detection กับวิดีโอ ProRes 422 ระดับ 1080p ใน Adobe Premiere Pro ได้เร็วขึ้นสูงสุด 4.4 เท่า
  • ประสิทธิภาพการติดตามวัตถุใน Final Cut Pro เร็วขึ้นสูงสุด 3.6 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 4.9 เท่าด้วยชิป M1 Max
  • มีประสิทธิภาพเร็วขึ้นสูงสุด 1.5 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 2 เท่าด้วยชิป M1 Max เมื่อเลือกตัวแบบในภาพใน Adobe Photoshop

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว MacBook Pro รุ่นใหม่สามารถทำสิ่งต่อไปนี้ได้จากการชาร์จครั้งเดียว

  • รุ่น 14 นิ้ว เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 17 ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 7 ชั่วโมง ในขณะที่รุ่น 16 นิ้ว เล่นวิดีโอได้นานสูงสุดถึง 21 ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 10 ชั่วโมง จึงเรียกได้ว่าเป็นแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโน้ตบุ๊ก Mac
  • นักพัฒนาที่ทำงานใน Xcode จะสามารถคอมไพล์โค้ดได้มากขึ้นสูงสุด 4 เท่า
  • ช่างภาพจะสามารถใช้งาน Adobe Lightroom Classic ขณะเดินทางได้นานขึ้นสูงสุด 2 เท่า

MacBook Pro มีประสิทธิภาพในระดับเดียวกันเสมอไม่ว่าจะเสียบปลั๊กหรือใช้แบตเตอรี่ ซึ่งต่างจากโน้ตบุ๊กระดับโปรอื่น ๆ ที่ประสิทธิภาพลดลงเมื่อไม่ได้เสียบปลั๊ก และการผสมผสานที่ลงตัวเช่นนี้ ระหว่างประสิทธิภาพของระบบ ประสิทธิภาพขณะใช้แบตเตอรี่ และระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงทำให้ MacBook Pro แตกต่างจากโน้ตบุ๊กอื่น ๆ ทั้งหมด

MacBook Pro รุ่น 14 และ 16 นิ้ว ใหม่มาพร้อมดีไซน์สดใหม่อันสวยงามที่ออกแบบมาโดยเน้นเรื่องประสิทธิภาพและประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ เริ่มจากตัวเครื่องอะลูมิเนียมภายนอกแบบใหม่หมดที่จัดสรรพื้นที่ภายในอย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณสมบัติต่าง ๆ ตัวเครื่องได้รับการตัดแต่งรูปทรงอย่างแม่นยำโดยที่ภายในมีระบบควบคุมความร้อนอันล้ำสมัยที่สามารถถ่ายเทอากาศได้มากขึ้น 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แม้ความเร็วของพัดลมจะต่ำกว่าเดิม และดีไซน์เพื่อการควบคุมความร้อนนี้เองคือสิ่งที่ทำให้ MacBook Pro มีประสิทธิภาพแรงสุดขั้วได้นานต่อเนื่องโดยที่ยังคงเย็นและเงียบ นอกจากนี้ เนื่องจาก Apple Silicon ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัดลมจึงแทบไม่ต้องทำงานเลยสำหรับงานส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวัน

MacBook Pro รุ่นใหม่ยังมาพร้อม Magic Keyboard ซึ่งวางอยู่ในแอ่งสีดำที่ผ่านการชุบผิวสองชั้น ช่วยเสริมให้อักขระบนปุ่มที่มีแบ็คไลท์ส่องสว่างดูโดดเด่นสวยงาม และยังมีแถวปุ่มฟังก์ชั่นแบบเต็มขนาดด้วย ส่วน Touch Bar ก็ถูกแทนที่ด้วยปุ่มฟังก์ชั่นจริง ๆ รวมถึงปุ่ม Escape ที่กว้างขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้ระดับโปรได้สัมผัสกับแรงตอบสนองที่คุ้นเคยเมื่อกดเหมือนกับปุ่มแบบกลไกที่ชื่นชอบ และคีย์บอร์ดใหม่นี้ก็มาคู่กับแทร็คแพด Force Touch ที่ดีที่สุดและเหมาะสมลงตัวสำหรับแอปพลิเคชันระดับโปร

นี่คือครั้งแรกที่ MacBook Pro มาพร้อมกับจอภาพ Liquid Retina XDR อันงดงาม ซึ่งใช้เทคโนโลยี Mini-LED แบบเดียวกับที่ใช้ใน iPad Pro จึงมีความสว่างต่อเนื่องแบบเต็มหน้าจอสูงสุด 1,000 นิต ในขณะที่ความสว่างสูงสุดเพิ่มได้ถึง 1,600 นิต ที่อัตราส่วนคอนทราสต์ 1,000,000:1 และช่วงไดนามิกก็กว้างถึงขีดสุด ทำให้คอนเทนต์ HDR ดูมีชีวิตชีวาด้วยรายละเอียดที่น่าเหลือเชื่อในส่วนเงามืด ไฮไลท์ที่สว่างสดใส สีดำที่ดำสนิทยิ่งขึ้น และสีสันที่สวยสดยิ่งกว่าที่เคย ที่สำคัญยังรองรับขอบเขตสีกว้างแบบ P3 และแสดงสีสันได้ 1 พันล้านสี จึงสามารถไล่ระดับสีได้เนียนตายิ่งขึ้น

ยิ่งกว่านั้นเทคโนโลยี ProMotion ก็ยังมาอยู่บนจอภาพใหม่ของ Mac ด้วยโดยที่สามารถรีเฟรชด้วยอัตราสูงสุด 120Hz และ ProMotion ยังคอยปรับอัตราการรีเฟรชให้เหมาะสมกับคอนเทนต์บนหน้าจอโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยประหยัดแบตเตอรี่ พร้อมกับช่วยให้งานต่าง ๆ ดูลื่นไหลและตอบสนองฉับไวยิ่งขึ้น ส่วนนักตัดต่อวิดีโอก็สามารถล็อคอัตราการรีเฟรชที่เหมาะกับวิดีโอของตัวเองได้ และเมื่อรวมเอาประสิทธิภาพที่โดดเด่นในแบบ XDR เข้ากับเทคโนโลยี ProMotion ที่ลื่นไหลสุด ๆ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือจอภาพโน้ตบุ๊กที่ดีที่สุดในโลกนั่นเอง

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับจอภาพขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยที่รุ่น 16 นิ้ว มีจอภาพที่ใหญ่เต็มตาขนาด 16.2 นิ้ว พร้อมจำนวนพิกเซลมากถึง 7.7 ล้านพิกเซล ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโน้ตบุ๊ก Mac ในขณะที่รุ่น 14 นิ้ว มีพื้นที่บนหน้าจอมากยิ่งกว่าที่เคยด้วยพื้นที่แสดงผลขนาด 14.2 นิ้ว และมีจำนวนพิกเซลทั้งหมดมากถึง 5.9 ล้านพิกเซล ซึ่งมากกว่า MacBook Pro 16 นิ้ว รุ่นก่อนหน้าด้วยซ้ำ นอกจากนี้จอภาพยังมีขอบที่แคบลง และขยายกว้างขึ้นไปจนรอบกล้องเพื่อให้ผู้ใช้มีพื้นที่สำหรับคอนเทนต์มากขึ้น ทีนี้ไม่ว่าจะดูภาพยนตร์หรือปรับแก้สีในวิดีโอระดับ 8K จอภาพใหม่ก็พร้อมมอบประสบการณ์ด้านภาพที่สวยงามสมจริงระดับโรงภาพยนตร์

MacBook Pro รุ่นใหม่มาพร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อที่ล้ำสมัยและอเนกประสงค์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโน้ตบุ๊ก Mac โดยที่ทั้งสองรุ่นมีพอร์ต Thunderbolt 4 จำนวน 3 พอร์ตสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงความเร็วสูง, ช่องเสียบการ์ด SDXC ที่ช่วยให้เข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้รวดเร็ว, พอร์ต HDMI ที่เชื่อมต่อกับจอภาพและทีวีได้อย่างสะดวกสบาย รวมถึงช่องต่อหูฟังที่ดียิ่งขึ้นพร้อมการรองรับหูฟังที่มีค่าความต้านทานสูง ส่วน MagSafe ก็หวนคืนสู่ MacBook Pro กับ MagSafe 3 ซึ่งมาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่รองรับการจ่ายไฟให้กับระบบได้มากยิ่งกว่าที่เคย

โดยที่ MagSafe 3 ทำให้การเชื่อมต่อสายชาร์จนั้นง่ายและรวดเร็ว และยังช่วยปกป้อง MacBook Pro อีกด้วย อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ Mac รองรับการชาร์จเร็วโดยที่สามารถชาร์จได้สูงสุด 50% ในเวลาเพียง 30 นาที ยิ่งกว่านั้นชิป M1 Pro ยังให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับ Pro Display XDR ได้สูงสุด 2 จอ ในขณะที่ชิป M1 Max ให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับ Pro Display XDR ได้สูงสุด 3 จอ และทีวี 4K อีกหนึ่งเครื่องพร้อมกัน ส่วนความสามารถในการเชื่อมต่อแบบไร้สายนั้น MacBook Pro รองรับทั้ง Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.0

MacBook Pro รุ่นใหม่มาพร้อมกล้อง FaceTime HD ความละเอียด 1080p ซึ่งดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโน้ตบุ๊ก Mac ด้วยความละเอียดและประสิทธิภาพในสภาวะแสงน้อยดีขึ้น 2 เท่า และระบบกล้องยังอาศัยโปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพ (ISP) ที่ทรงพลัง รวมถึง Neural Engine ของชิป M1 Pro และ M1 Max ในการประมวลผลวิดีโอด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อยกระดับคุณภาพของภาพให้ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้จึงดูคมชัดยิ่งขึ้นและมีสีผิวที่เป็นธรรมชาติยิ่งกว่าเดิม


MacBook Pro รุ่นใหมพร้อมมอบประสบการณ์ด้านเสียงที่ดีขึ้นอีกระดับด้วยไมโครโฟนคุณภาพระดับสตูดิโอที่มีระดับเสียงรบกวนต่ำยิ่งกว่าเดิม ช่วยให้คุยโทรศัพท์และบันทึกเสียงได้ชัดเจนขึ้น ส่วนระบบเสียง 6 ลำโพงที่คมชัดก็มีทวีตเตอร์ 2 ตัวเพื่อสร้างมิติเสียงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมวูฟเฟอร์แบบตัดแรงสั่น 4 ตัวที่เพิ่มเสียงเบสอีก 80% อีกทั้งยังรองรับระบบเสียงตามตำแหน่ง ซึ่งสร้างประสบการณ์การฟังแบบ 3 มิติที่มีความสมจริง ดังนั้นไม่ว่าผู้ใช้จะฟังเพลงหรือดูภาพยนตร์ในแบบ Dolby Atmos ก็จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ระดับโรงภาพยนตร์ และเมื่อรวมทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันจึงได้เป็นระบบเสียงที่ดีที่สุดในโน้ตบุ๊กอย่างไม่ต้องสงสัย

MacBook Pro รุ่น 14 และ 16 นิ้ว ใหม่มาพร้อม macOS Monterey ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการบนเดสก์ท็อปที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกเวอร์ชั่นล่าสุด และเมื่อ macOS Monterrey มารวมกับชิป M1 Pro และ M1 Max อันทรงพลังจึงทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และช่วยยกระดับการทำงานไปอีกขั้น อย่าง FaceTime ที่มาพร้อมคุณสมบัติใหม่ด้านเสียงและวิดีโอที่ทำให้การพูดคุยเป็นธรรมชาติและสมจริงยิ่งขึ้น หรือเครื่องมือ “ความต่อเนื่อง” ใหม่ ๆ อย่าง “AirPlay ไปที่ Mac” ที่จะทำให้อุปกรณ์ Apple ทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีคุณสมบัติใหม่ๆ อย่าง “ข้อความในรูปภาพ” และ “ค้นดูจากภาพ” ที่อาศัยระบบอัจฉริยะเพื่อดึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ขึ้นมาให้เห็น ส่วน Safari ก็มี “กลุ่มแถบ” ที่ช่วยจัดระเบียบแถบเว็บไซต์ได้อย่างทรงพลัง ส่วนแอปคำสั่งลัดสำหรับการสั่งงานอัตโนมัติแบบง่าย ๆ ก็มาอยู่บน Mac แล้ว และยังมีคุณสมบัติที่จะพร้อมใช้งานภายในปีอย่าง SharePlay ที่จะทำให้ผู้ใช้แชร์ประสบการณ์ร่วมกันผ่าน FaceTime ได้ รวมถึง “ควบคุมจากอุปกรณ์กลาง” ที่ช่วยให้ทำงานสลับไปมาระหว่าง Mac และ iPad ได้สะดวกรวดเร็ว

MacBook Pro รุ่นใหม่ยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง ด้วยตัวเครื่องที่ทำจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100%, การใช้ดีบุกรีไซเคิล 100% ในบัดกรีของแผงวงจรหลัก และยังเป็นครั้งแรกที่โน้ตบุ๊ก Mac ใช้แร่โลหะหายากรีไซเคิล 100% ในแม่เหล็กทุกชิ้นด้วย นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังใช้พลาสติกรีไซเคิลอย่างน้อย 35% ในส่วนประกอบ 7 ชิ้น ส่วนเยื่อไม้ในบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดมาจากป่าที่ได้รับการจัดการอย่างรับผิดชอบหรือจากแหล่งรีไซเคิล และ MacBook Pro ยังคงปลอดสารอันตรายเช่นเดิม อีกทั้งยังได้รับการผลิตโดยใช้พลังงานหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น ตามมาตรฐานระดับสูงของ Apple ในด้านการประหยัดพลังงาน

ราคาและการวางจำหน่าย

  • MacBook Pro ใหม่พร้อมชิป M1 Pro และ M1 Max จะเปิดให้สั่งซื้อบน apple.com/th/store  และแอพ Apple Store และวางจำหน่ายที่ร้าน Apple Store บางสาขา และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Apple ในเร็ว ๆ นี้ MacBook Pro รุ่น 14 นิ้วใหม่มีราคาเริ่มต้นที่ 73,900 บาท (และ 68,700 บาท สำหรับราคาส่งเสริมการศึกษา) ส่วน MacBook Pro รุ่น 16 นิ้วใหม่มีราคาเริ่มต้นที่ 89,900 บาท (และ 82,900 บาท สำหรับราคาส่งเสริมการศึกษา) ดูข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติม ตัวเลือกในการปรับแต่งตามความต้องการ และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ได้ที่ apple.com/th/mac 
  • macOS Monterey จะเปิดให้ใช้งานในรูปแบบของการอัปเดตซอฟต์แวร์ฟรีในวันอังคารที่ 26 ตุลาคม (ตามเวลาในประเทศไทย)
  • Apple Trade In ให้ลูกค้านำคอมพิวเตอร์เครื่องปัจจุบันมาแลกเป็นเครดิตสำหรับใช้ซื้อ MacBook Pro เครื่องใหม่ และลูกค้าสามารถตรวจสอบมูลค่าของอุปกรณ์ได้ที่ apple.com/th/shop/trade-in 
  • ลูกค้าทุกท่านที่ซื้อ MacBook Pro จาก Apple สามารถเข้าร่วม Online Personal Session กับ Apple Specialist ฟรี, รับบริการตั้งค่าผลิตภัณฑ์ที่ร้านหลายสาขา รวมถึงความช่วยเหลือในการถ่ายโอนข้อมูล และคำแนะนำเกี่ยวกับการปรับแต่ง MacBook Pro เครื่องใหม่ให้ทำงานอย่างที่ต้องการ
  • AppleCare+ สำหรับ Mac มอบบริการช่วยเหลือด้านเทคนิคและความคุ้มครองด้านฮาร์ดแวร์จาก Apple เพิ่มเติม รวมทั้งความคุ้มครองด้านความเสียหายจากอุบัติเหตุสูงสุด 2 ครั้ง ในทุก ๆ 12 เดือน โดยแต่ละครั้งมีค่าธรรมเนียมการให้บริการ

อ่านข่าวอื่น ๆ

Apple เปิดตัว M1 Pro และ M1 Max ชิปสุดทรงพลังที่ CPU เร็วขึ้นกว่า M1 สูงสุด 70%
Apple เปิดตัวหูฟัง AirPods 3 ดีไซน์คล้าย AirPods Pro แบต 30 ชม. ราคา 6,790 บาท

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners