เปิดตัว Apple Watch Series 6 สมาร์ทวอทช์ใหม่เพิ่มเซ็นเซอร์วัด VO2 Max ได้

โดย RingRangRung | 16 กันยายน 2563 เมื่อ 01:18 น. | อ่าน 123

Apple เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ใหม่ Apple Watch Series 6 อย่างเป็นทางการโดยดีไซน์ภาพรวมจะเหมือนกับรุ่นที่ผ่านมา แต่ได้เพิ่มระบบเซ็นเซอร์อัพเกรดความสามารถวัดระดับออกซิเจนในเลือดและติดตามการนอนได้แม่นยำขึ้น

Apple เคลมว่าสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้สามารถตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือดได้ใน 15 วินาที โดยใช้การทำงานร่วมกันของเซนเซอร์แสงสีแดงและเซ็นเซอร์อินฟราเรด ขณะที่ตัวประมวลผลของนาฬิกาเป็น S6 ใหม่ที่แรงขึ้น 20% ซึ่งมีพื้นฐานของชิปมาจากรุ่น A13 นับเป็นการอัพเดตครั้งสำคัญนับตั้งแต่ Series 4

Watch Series 6 มากับสีทอง, กราไฟต์, น้ำเงิน และ แดง Product (RED) พร้อมทั้งมีสายใหม่ที่เรียกว่า Solo Loop ที่เป็นสายซิลิโคนชิ้นเดียวไม่มีตัวห่วง หรือตัวยึด โดยมีให้เลือกหลายแบบพร้อมสี 7 สี รวมถึงสายแบบถักที่มีให้เลือก 5 สี

สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้รันกับ watchOS 7 มีฟีเจอร์ติดตามการนอนหลับแบบเนทีฟที่อัพเกรดความแม่นยำยิ่งขึ้นด้วยระบบเซ็นเซอร์เฉพาะ ขณะที่ตัวแอปฯ ออกกำลังกายของระบบปฏิบัติการตัวนี้ก็ยังมีการเพิ่มฟีเจอร์ตอบรับกับยุคสมัยใหม่ มีฟีเจอร์สำหรับการล้างมือที่เหมาะกับยุค COVID-19 ขณะที่ตัว Watch Face ก็สามารถแชร์ให้กับผู้อื่นได้

นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่อย่าง Family Setup ซึ่งช่วยให้ผู้ปกครองสามารถกำหนดการใช้งาน Apple Watch ให้กับบุตรหลานที่ไม่มี iPhone ของตัวเอง โดยที่สามารถจัดการได้ว่าจะให้เด็กโทรหรือส่งข้อความจากนาฬิกาหาใครได้บ้าง, ตั้งแจ้งเตือนตำแหน่ง, เพิ่มโหมดห้ามรบกวนเมื่ออยู่ในชั่วโมงเรียน และยังมีหน้าปัดใหม่ที่จะแจ้งให้อาจารย์ทราบได้ว่าตัวนาฬิกาอยู่ในโหมด DND ซึ่งฟีเจอร์นี้จะอยู่ในตัวนาฬิกาที่เป็นโมเดล Cellular เท่านั้น

พร้อมกันนี้ Apple ยังเปิดตัวบริการใหม่สำหรับ Apple Watch อย่าง Fitness Plus ซึ่งเป็นบริการสมัครสมาชิกเข้าคอร์สออกกำลังกายแบบเสมือนจริง พร้อมทั้งฟีเจอร์การออกกำลังกายที่ได้รับการอัพเกรดขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายตกเดือนละ 9.99 เหรียญฯ หรือราว 311 บาท หรือ 79.99 เหรียญฯ หรือราว 2490 บาท ต่อปี

Apple Watch Series 6 ตัวหน้าปัด 40มม. จะวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 399 เหรียญฯ หรือราว 12,400 บาท เริ่มขาย 15 กันยายนนี้ และส่งมอบเครื่อง 18 กันยายน โดยที่ในแพ็คเกจจะไม่แถมอะแดปเตอร์ USB มาให้ และจะมีแค่สายชาร์จเท่านั้น

ที่มา: theverge.com

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners