ดีแทค-ไมโครซอฟท์-เมโทรซิสเต็มส์ นำเสนอประสิทธิภาพไร้สายให้กับศูนย์ Business Productivity Centre

โดย terng ^_^ | 2 กันยายน 2549 เมื่อ 07:41 น. | อ่าน 4

ดีแทค-ไมโครซอฟท์-เมโทรซิสเต็มส์ นำเสนอประสิทธิภาพไร้สายให้กับศูนย์ Business Productivity Centre เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่จะช่วยให้เข้าถึงข้อมูลสำคัญทางธุรกิจได้จากอุปกรณ์อัจฉริยะทุกชนิด

2 พฤศจิกายน 2547 – บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดตัวชุดแอพพลิเคชั่นเคลื่อนที่จากศูนย์ Business Productivity Centre (บีพีซี) แห่งแรกในประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจไทยในการสร้างโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิผลการทำงานขององค์กรยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา และเพื่อให้มั่นใจว่าแอพพลิเคชั่นเคลื่อนที่สามารถใช้งานบนเครือข่ายที่วางใจได้ด้วยความเร็วสูง เมโทรซิสเต็มส์ฯ โดยได้ร่วมมือกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ในการทำให้การส่งผ่านและแลกเปลี่ยนข้อมูลสามารถทำได้บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ผ่านเครือข่ายอันล้ำหน้า คือ EDGE และ GPRS โดยในช่วงเริ่มต้น ทางศูนย์ BPC นำเสนอแอพพลิเคชั่นเคลื่อนที่สี่แบบที่จะให้ธุรกิจได้สัมผัสกับประสิทธิภาพไร้สายที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลและตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ทางธุรกิจของพนักงาน โดยสามารถใช้โทรศัพท์มือถือตรวจเช็คอีเมล์ และเข้าถึงอุปกรณ์อัจฉริยะทางธุรกิจ รวมทั้งโซลูชั่นอี-คอมเมอร์ซ

มร. แอนดรู แม็คบีน กรรมการผู้จัดการ บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นว่า ศูนย์ Business Productivity Centre มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจและผู้มีอำนาจในการตัดสินใจค้นพบและได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ทางด้านเทคโนโลยีในรูปแบบที่การนำเสนอแบบเพาเวอร์พอยท์ไม่สามารถประสบผลได้ ”ด้วยตัวเลขของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่ใกล้ถึง 27 ล้านคนในปีนี้ ทำให้เรามองเห็นความสำคัญของการนำเสนอแอพพลิเคชั่นเคลื่อนที่จากศูนย์ BPC และด้วยการประสานงานร่วมกับเมโทรซิสเต็มส์ เราจึงสามารถนำโซลูชั่นสมจริงนำเสนอต่อลูกค้าได้ นอกจากนี้ การร่วมมือกับดีแทคยังสร้างความเชื่อมั่นด้านการส่งผ่านข้อมูลในส่วนของโซลูชั่นเคลื่อนที่ที่ปลอดภัยและวางใจได้”

หนึ่งในสามแอพพลิเคชั่นเคลื่อนที่ที่จะแนะนำในช่วงแรก ได้แก่ Sales Force Automation ซึ่งจะช่วยให้นักขายมืออาชีพสามารถสั่งสินค้า ตรวจสอบข้อมูลและประวัติลูกค้า และตรวจสอบสินค้าคงคลัง เพื่อทำการสั่งสินค้าในขณะที่อยู่นอกออฟฟิศ ทำให้เร่งการดำเนินการและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วเพื่อเพิ่มความพึงพอใจแก่ลูกค้า แอพพลิเคชั่นที่สอง ได้แก่ Mobile Collaboration ที่จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถอนุมัติหรือปฏิเสธข้อเสนอจากพนักงานขายได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม ด้วยกลไกการเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่น Business Intelligence จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถเรียกดูรายงานต่างๆ ในรูปแบบของตารางหรือกราฟฟิกจากในออฟฟิศ เพื่อเปรียบเทียบยอดขายหรือข้อมูลอื่นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจอันรวดเร็วในทุกที่ทุกเวลา

แอพพลิเคชั่นทั้งหมดจะทำงานบนแพล็ทฟอร์ม Windows Mobile Platform โดยช่วยให้พ็อกเกตพีซี และสมาร์ทโฟนติดต่อสื่อสารและทำงานได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ แต่ยังเชื่อมต่อระหว่างบุคคลและข้อมูลอีกด้วย Windows Mobile Platform ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าโปรแกรม Microsoft Outlook ผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยสามารถเช็คอีเมล์ ปฏิทินออนไลน์และการติดต่ออื่นๆ

นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ในยุคของการแข่งขันและการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจ การทำให้ธุรกิจเคลื่อนที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตามเป็นเรื่องสำคัญ เทคโนโลยีไร้สายอันล้ำหน้าของเราจะช่วยให้ธุรกิจสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพด้วยสมาร์ทโฟน พ็อคเกตพีซี หรืออุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ที่สนับสนุน GPRS ลูกค้าจะมั่นใจได้ว่าเครือข่าย GPRS ที่มีอยู่ทั่วประเทศของดีแทคจะช่วยให้การส่งผ่านข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยกว่า

ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของเครือข่าย Edge ในประเทศไทยที่มีความเร็วสูงกว่าเครือข่าย GPRS ถึง 4 เท่า และประเทศไทยเป็นประเทศที่ 6 ในเอเชียที่ใช้เครือข่ายนี้ โดยปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ จังหวัดชลบุรีและระยอง และเครือข่าย GPRS ที่ครอบคลุมทั่วประเทศนั้น ศูนย์ BPC จะช่วยให้ลูกค้าได้มองเห็นภาพว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยส่งเสริมธุรกิจในรูปแบบที่ไม่คาดจะเป็นไปได้มาก่อน และเราก็คาดว่าจะร่วมกับศูนย์ BPC ในการพัฒนาโซลูชั่นเคลื่อนที่ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นแก่ลูกค้าต่อไป

ศูนย์ Business Productivity Centre ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2546 ด้วยความร่วมมือของบริษัท เมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น และ ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ในการประสานความชำนาญการและประสบการณ์ด้านไอทีเพื่อเพิ่มประสิทธิผลแก่องค์กรธุรกิจของไทย โดยนับเป็นศูนย์ แห่งแรกในประเทศไทยเพื่อธุรกิจของไทยเปิดตัวในเดือนธันวาคม 2546 ศูนย์ BPC แห่งนี้นับเป็นศูนย์แห่งแรกที่ตั้งอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้ทำการแสดงและสาธิตการทำงานของซอฟท์แวร์ไมโครซอฟท์และชิพเทคโนโลยีทรงประสิทธิภาพของอินเทลว่าจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของลูกค้าได้อย่างไร โดยมีบริษัทกว่า 90 บริษัทและผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจกว่า 400 คนแล้วที่ได้เข้าชมการสาธิตดังกล่าว

มร. เจฟฟ์ เรค รองประธานกลุ่มธุรกิจ Information Worker บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ไมโครซอฟท์ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรและผู้สนับสนุนทั่วภูมิภาคในการสร้างศูนย์ BPC ซึ่งศูนย์ BPC ในประเทศไทยนับเป็นศูนย์แห่งแรกในการสร้างประสบการณ์ด้านการเพิ่มประสิทธิผลแก่องค์กร ทำให้มองเห็นภาพการใช้โซลูชั่นขององค์กรต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งจะสร้างความตื่นเต้นเกี่ยวกับความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจ บรรดาองค์กรต่างๆ ทั่วโลกล้วนมีทรัพยากรน้อยมากในการทำงานในเรื่องสำคัญๆ การใช้หลักการที่ถูกต้องและเทคโนโลยีที่เหมาะสมจึงจำเป็นต่อการทำงานดังกล่าว

นายธวิช จารุวจนะ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น แพล็ตฟอร์ม Microsoft.Net ช่วยให้เราสามารถสื่อสารกับอุปกรณ์และภาษาโปรแกรมต่าง ๆ เราจึงสามารถสร้างโซลูชั่นที่แตกต่างกันออกไปสำหรับปัญหาธุรกิจเฉพาะอย่าง ก่อให้เกิดระบบที่หลากหลายซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สามารถสื่อสารกันเพื่อรวมกันได้ในแอพพลิเคชั่นเฉพาะที่สามารถเข้าถึงได้จากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล คอมพิวเตอร์แล็ปท้อปหรืออุปกรณ์ไร้สาย ความเป็นไปได้มีอยู่ตลอดไปตราบเท่าที่ประสิทธิภาพของเครือข่ายยังคงอยู่ ซึ่งเราเป็นมืออาชีพที่ให้บริการด้านไอทีครบวงจรตั้งแต่การพัฒนาโซลูชั่น การดำเนินงาน การฝึกอบรม ไปจนถึงการดูแลรักษา”.

About Author

terng ^_^

terng ^_^

Partners