แฮบปี้มั่นใจเวิร์คช็อป “แฮปปี้ไม่ใช่เล่นอวอร์ด” สร้างนักคิดรุ่นใหม่ผลิตผลงานสู่สาธารณะหลังประกาศผล 25 พ.ย. นี้แน่นอน

โดย terng ^_^ | 2 กันยายน 2549 เมื่อ 07:41 น.

15 ต.ค. 47 – แฮปปี้ โทรศัพท์แบบเติมเงินจากดีแทค รวมนักสร้างสรรค์มืออาชีพจัดเวิร์คช็อปให้กับนักศึกษาทั้ง 75 ทีมที่เข้ารอบแรกของการประกวด “แฮปปี้ไม่ใช่เล่นอวอร์ด” เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้ทราย เจริญปุระ ร่วมแนะนำน้อง ๆ ให้พัฒนาแนวความคิดไปสู่การผลิตชิ้นงานจริง คณะกรรมการฯ มั่นใจได้สุดยอดฝีมือแต่ละสาขาเข้าสู่วงการเร็ว ๆ นี้ ขณะที่ทุกทีมยืนยันพร้อมประชันในวันชิงชนะเลิศแม้หลายทีมยอมรับยังต้องปรับปรุงฝีมือ

นายธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้อำนวยการกลุ่มแฮปปี้ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น กล่าวว่า ทีมงานแฮปปี้รู้สึกภูมิใจร่วมไปกับน้อง ๆ นักศึกษาทุกทีมที่ได้ส่งผลงานเข้ามาประกวด เราเชื่อว่าแต่ละทีมมีฝีมืออยู่แล้ว สำหรับการจัดเวิร์กช็อปในครั้งนี้จะยิ่งเป็นการช่วยชี้ทางให้น้อง ๆ เข้าสู่เส้นชัยได้เร็วขึ้น โดยทุกทีมจากทุกประเภทการประกวดก็ได้มีโอกาสเสนอแนวความคิดในการผลิตผลงานของตัวเองต่อหน้าวิทยากรและกรรมการซึ่งเป็นมืออาชีพ และรับฟังคำวิจารณ์พร้อมข้อเสนอแนะจากผู้ที่จะตัดสินโดยตรง เพื่อที่จะนำไปสร้างผลงานต่อไป น้อง ๆ ทุกคนที่ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองที่พี่ ๆ ทีมงานและวิทยากรทุกท่านมอบให้พร้อมกับความมั่นใจว่าเราจะได้เห็นคนรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่วงการสื่อ ดีไซน์ และโฆษณาด้วยไอเดียแปลกใหม่และสร้างสรรค์

ทราย เจริญปุระ ในฐานะนักเขียนหน้าใหม่ ที่มาเป็นวิทยากรในเรื่องของแรงบันดาลใจในการเขียนให้กับน้องๆ ที่ส่งผลงานเข้าประกวดหัวข้อ “หนังสือแห่งความสุข” เปิดใจถึงโครงการนี้ว่า “นับเป็นโครงการที่ดี ที่ให้น้องๆ เยาวชนได้แสดงออก โดยไม่ต้องคำนึงถึงรูปร่างหน้าตา จริงๆ แล้วการกล้าแสดงออกสามารถทำให้หลายหลายรูปแบบ แต่เท่าที่เห็นกันทั่วไปมักจะเน้นไปทางด้านการแสดงออกแบบ โชว์ออฟ ต้องมีรูปร่างหน้าตาดี เสียงดี และโครงการนี้ยังเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้สัมผัสกับผู้มีประสบการณ์ในการทำงานด้านที่ตนชื่นชอบจริงๆ สำหรับหัวข้อของทรายในวันนี้คือ เรื่องเกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือ ทรายเข้าใจว่ากว่าที่ทุกคนจะลงมือเขียนให้มันออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้นั้น คงเจอกับปัญหาและคำถามที่ว่า ไม่รู้จะเขียนอะไรดี สำหรับตัวทรายเอง เริ่มจากจุดเล็ก คือการเขียนโปสการ์ดเล่าเรื่อง เวลาเดินไปไหนก็จะเขียนโปสการ์ดส่งให้เพื่อนประจำ ถือเป็นการฝึกฝนไปในตัว และประกอบกับการที่ทรายเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก จึงมีส่วนช่วยกับการเขียนของทรายได้มากขึ้น น้องๆ เองก็คงจะต้องเริ่มจากการหาแรงบันดาลใจที่จะเขียน และอย่ากลัวที่จะเขียนเรื่องของไอเดีย ไม่มีคำว่าผิด และสำหรับน้องๆ ที่อาจจะพลาดไป ทรายอยากให้มองว่าการที่เราไม่ผ่านเข้ารอบไม่ได้หมายความว่า เราไม่ดี เราไม่เก่ง แต่มันเป็นเรื่องของไอเดีย ความคิดซึ่งไม่มีผิดถูก ปัญหาอาจจอยู่ที่ไม่เข้าใจโจทย์ ก็อยากจะบอกน้องๆ ว่าอย่าโทษตัวเอง และพยายามลับคมของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ อย่าเพิ่งหมดหวัง และสำหรับน้องๆ ที่เข้ารอบมาแล้วก็ขอให้ทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก”

น้องๆ ทีม BT2 จากสงขลา หนึ่งในทีมที่ผ่านเข้ารอบ 15 ทีม ในหัวข้อ “บัตรเติมเงิน” พูดถึงโครงการนี้ว่า ในตอนแรกเข้ามาสมัครเพียงอยากลอง อยากรู้ว่าความคิดและไอเดียของตัวเองอยู่ในระดับไหน และพอได้เข้ามาก็ทำให้เห็นว่ายังมีคนเก่งๆ กว่าเราอีกมาก และยังเป็นเวทีที่ให้เด็กได้แสดงออกมากขึ้น ใช้ความคิดมากขึ้น และการมาเวิร์คช็อปในครั้งนี้ทำให้ทีมของเรารู้ข้อดี ข้อเสียขอเราเพื่อนำไปปรับปรุงผลงานต่อไป สำหรับพวกผมเป็นเด็กต่างจังหวัดรู้สึกดีใจที่โครงการนี้เปิดโอกาสให้เด็กๆ ทั้งประเทศได้มีส่วนร่วม”

ทีม HER จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น หนึ่งในทีมที่ผ่านเข้ารอบ 15 ทีม ในหัวข้อ “เพลงแห่งความสุข” เผยความรู้สึกถึงโครงการนี้ว่า “ปกติแล้วการประกวดมักจะมีแค่ระดับจังหวัด และมักจะเป็นเรื่องที่เน้นไปทางด้านการประกวด ส่งผลงาน รอฟังผล แต่โครงการนี้เปิดโอกาสให้เราได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ซึ่งไม่ค่อยมีที่ไหนจัด และทำให้เรามีโอกาสได้เห็นในมุมมองอื่นๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน และจะพยายามทำให้ดีที่สุด

ทีม Alternative จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ส่งผลงานเข้าประกวดในหัวข้อ “ภาพยนตร์โฆษณา” เปิดใจถึงโครงการนี้ว่า “ในตอนแรกที่เห็นโครงการนี้มาโรดโชว์ที่คณะก็รู้ว่าเป็นโครงการที่ให้ความสนใจกับนักเรียนนักศึกษาดี โดยเฉพาะทีมผมที่เรียมมาทางด้านโฆษณาโดยตรง เลยตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ และคิดว่าการที่แต่ละทีมที่ผ่านเข้ามาในรอบนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของไอเดียของแต่ละทีมเอง คือวัดกันที่ไอเดียจริง และรู้สึกชอบกับการที่ได้รับฟังการวิจารณ์งานจากวิทยากรเพราะรู้สึกเป็นการเจาะจงให้ความสำคัญกับผลงานของแต่ละทีมโดยตรง ทำให้ทีมเราได้รับประโยชน์จากคำวิจารณ์และข้อแนะนำเพื่อไปปรับปรุงงานต่อไป และอยากให้โครงการนี้จัดต่อเนื่องกันทุกปี เพราะมีคนให้ความสนใจเยอะ”

แฮปปี้ไม่ใช่เล่นอวอร์ด จัดประกวดไอเดียจาก 5 สาขาความถนัดกล่าวคือหนังสือแห่งความสุข, ของที่ระลึก, บัตรเติมเงิน, ภาพยนตร์โฆษณาและ เพลงแห่งความสุข โดยทีมนักศึกษา ทั้ง 75 ทีมที่ผ่านเข้ารอบจะต้องนำแนวคิดของงานที่ส่งเข้าประกวดไปผลิตเป็นผลงานจริง เพื่อส่งให้คณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง โดยมีกำหนดส่งงานในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ และคณะกรรมการจะทำการตัดสินหาสุดยอดไอเดีย 3 ทีมสุดท้ายในแต่ละประเภท ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2547 สามารถติดตามเนื้อหาการอบรมและติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการ“แฮบปี้ไม่ใช่เล่นอวอร์ด” ได้ทาง www.happydprompt.com หรือโทร 0-2731-2552-3.

About Author

terng ^_^

terng ^_^

Partners