จับ iPhone 4 เทียบกับ Android Phone รุ่นท็อป ใครจะอยู่ใครจะไป

โดย admin | 9 มิถุนายน 2553 เมื่อ 00:07 น. | อ่าน 25
iPhone 4 สร้างความฮือฮาให้กับวงการมือถือด้วยสเปคที่ล้ำยุค แต่ทางด้าน Android OS รุ่นบนๆก็มีสเปคที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ดูได้จากตารางเปรียบเทียบสเปคดังนี้

ข้อสังเกต

– ขนาดหน้าจอของ iPhone 4 นั้นเสียเปรียบ Android ทุกรุ่นด้วยขนาด 3.5 นิ้วซึ่งเป็นขนาดดั้งเดิมตั้งแต่ iPhone Classic ทำให้การพิมพ์ข้อความด้วยนิ้วมือบนหน้าจอที่เล็กกว่านั้นเกิดความผิดพลาดได้มากกว่าหน้าจอที่ใหญ่กว่า แต่ด้วยจำนวนพิกเซลที่ละเอียด 960×640 มากกว่ามือถือทุกรุ่นในปัจจุบันอัดอยู่ในหน้าจอแค่ 3.5 นิ้ว บวกกับหน้าจอชนิด IPS เมื่อรวมเข้าด้วยกัน Apple เรียกมันว่า Retina Display ซึ่งให้อารมณ์ของการมองหน้าจอเปรียบเสมือนการมองวัตถุจริงๆผ่านม่านตาเลยทีเดียว

– iPhone 4 เพิ่งจะทำกล้องออกมา 5 ล้านพิกเซลซึ่งเป็นมาตรฐานของสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน แต่ EVO และ Incredible มีกล้อง 8 ล้านพิกเซลรุดหน้าไปแล้ว ซึ่งก็ต้องดูคุณภาพรูปถ่ายอีกทีว่ารุ่นไหนจะทำได้เหนือกว่ากัน กล้องดีหรือไม่ดีไม่ได้วัดจากจำนวนพิกเซลอย่างเดียวครับ แต่ที่แน่ๆ iPhone 4 มีการอัดวีดีโอ HD ที่เหนือกว่าทุกรุ่นในตารางและกล้องหน้าที่สามารถใช้ VDO Calling ได้เช่นเดียวกับ EVO

– การเชื่อมต่อของ iPhone 4 นั้นยังไม่ทรงเครื่องเท่า EVO ที่มีการเชื่อมต่อด้วย WiMAX แต่ iPhone 4 รองรับ WiFi 802.11N ทำให้จับสัญญาณได้ไกลและเร็วมากขึ้น และรองรับ 3G ทุกย่านความถี่

– iPhone 4 มี iMovie โปรแกรมตัดต่อหนังอัจฉริยะ ส่วน Android ต้องก้าวตามให้ทันหน่อยล่ะ

– น่าแปลกใจว่าในตัวของ iPhone 4 มีฮาร์ดแวร์ที่รองรับการฟังวิทยุ แต่ Apple ดันไปล็อคไม่ให้ใช้งานได้ซะงั้น จุดนี้เลยเสียเปรียบ EVO และ Incredible ไปอย่างน่าเสียดาย

– ขนาดของ iPhone 4 ถือว่าเล็กที่สุดในกลุ่มนี้ และเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความบางที่สุดในโลกด้วย แต่น้ำหนักกลับไม่ได้เบาที่สุดซะงั้น

– Processor ของ iPhone 4 นั้นใช้ Apple’s A4 รุ่นเดียวกับที่ใช้ใน iPad ซึ่งก็ต้องมาฟัดกับ Qualcomm 8650 Snapdragon ของ EVO และ Incredible ซึ่งมีความเร็วเท่ากันอยู่ที่ 1GHz

– ระบบปฏิบัติการของ iPhone 4 ใช้ iOS 4 รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมด้วยลูกเล่นที่อัดแน่นและใช้งานได้ง่ายสุดๆ ส่วน Android ทั้ง 3 รุ่นนั้นใช้ Android 2.1 ที่ยืดหยุ่นมากกว่า และเมื่ออัพเป็น Android 2.2 ได้แล้วจะทำให้การทำงานของเครื่องเร็วขึ้นหลายเท่าตัว

– อย่างที่ทราบกันว่า iPhone 4 สามารถเปิดเครื่อง Stand By ได้นานถึง 12 วันเลยทีเดียว แต่ยังไม่มีข้อมูลของความจุแบตเตอรี่ที่แน่นอน

– Adobe’s Flash และ Micro SD คือเส้นขนานของ iPhone มาโดยตลอด ถ้าอยากจะใช้นักก็ต้องเลือก Android โลด

เรียบเรียงโดย : Ororo
อ้างอิงจาก : Tech.Fortune.CNN Via Insidedroid

About Author

admin

admin

Partners